การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนประจำของกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม

(VOVWorld)- นาย เลหายบิ่ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามได้ตอบคำถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคีของเวียดนามและปัญหาในภูมิภาคและโลก 
การแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนประจำของกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม - ảnh 1
นาย เลหายบิ่ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม
(VOVWorld)-ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนประจำของกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามเมื่อบ่ายวันที่๒๓กรกฎาคม ณ กรุงฮานอย นาย เลหายบิ่ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามได้ตอบคำถามของสื่อมวลชนเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีและพหุภาคีของเวียดนามและปัญหาในภูมิภาคและโลก  สำหรับสถานการณ์ในเขตชายแดนระหว่างเวียดนามกับกัมพูชา นาย เลหายบิ่งได้ชี้ชัดว่า เวียดนามและกัมพูชาได้มีข้อตกลงที่เกี่ยวข้องถึงกิจกรรมต่างๆในเขตชายแดนระหว่างสองประเทศ  โดยเฉพาะ พื้นที่ที่ยังไม่มีการปักหลักพรมแดน  การกระทำที่ก่อความไม่สงบในเขตชายแดนระหว่างสองประเทศไม่สอดคล้องกับข้อตกลงทวิภาคีระหว่างสองประเทศ  ในเวลาที่ผ่านมา  สำนักงานต่างๆที่เกี่ยวข้องของเวียดนามและกัมพูชาได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อควบคุมสถานการณ์และป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์มิตรภาพระหว่างสองประเทศ  ทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องที่จะผลักดันการเจรจาเกี่ยวกับการปักปันและปักหลักพรมแดนตามข้อตกลงระหว่างสองประเทศ
สำหรับการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงครั้งใหญ่ของกองทัพจีนในเขตทะเลทางทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไหหนาน รวมไปถึงเขตทะเลโดยรอบหมู่เกาะหว่างซาหรือพาราเซลและเจื่องซาหรือสเปรตลีของเวียดนามในระหว่างวันที่๒๒-๓๑กรกฎาคม  นาย เลหายบิ่ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามได้เผยว่า นี่เป็นการกระทำที่ละเมิดอธิปไตยของเวียดนามอย่างรุนแรง  ซึ่งเดินสวนกับความเข้าใจร่วมของผู้นำทั้งสองประเทศ  ขัดขวางการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและทำให้สถานการณ์ตึงเครียดและซับซ้อนมากขึ้น  คุกคามต่อความมั่นคงและความปลอดภัยในการเดินเรือทะเลในภูมิภาค  เวียดนามคัดค้านและเรียกร้องให้จีนให้ความเคารพอธิปไตยของเวียดนาม  ยุติและป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำที่ทำให้สถานการณ์ทวีความซับซ้อนและตึงเครียดมากขึ้น
ในการนี้ นาย เลหายบิ่งได้เผยว่า เวียดนามแสดงความยินดีต่อการที่สหรัฐและคิวบามีก้าวพัฒนาใหม่ในการผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีภายหลังการประกาศฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว  การที่ทั้งสองประเทศเปิดสถานทูตประจำแต่ละประเทศถือเป็นการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อมุ่งสู่การปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศและมีส่วนร่วมสำคัญในการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาในภูมิภาคและโลก
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามยังเผยว่า เวียดนามแสดงความยินดีต่อการที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอนุมัติมติที่๒๒๓๑เกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านกับกลุ่มพี๕+๑เมื่อวันที่๑๔กรกฎาคม  เวียดนามให้การสนับสนุนการปฏิบัติตามเอกสารดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีส่วนร่วมต่อสันติภาพ เสถียรภาพและความร่วมมือในภูมิภาคและโลก.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด