จำเป็นต้องร่วมมือเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

(VOVWORLD) -ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีเยอรมนี แองเกลา แมร์เคิล ประธานกลุ่มจี 20 ปี 2017 บ่ายวันที่ 7 กรกฎาคม นายกรัฐมนตรีเวียดนามเหงียนซวนฟุ๊กได้เริ่มเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของการประชุมสุดยอดจี 20 ณเมือง Hamburg ประเทศเยอรมนี
จำเป็นต้องร่วมมือเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ - ảnh 1ภาพประกอบข่าว นายกรัฐมนตรีเวียดนามเจรจากับนายกรัฐมนตรีเยอรมนี (Photo VNplus) 

ในการกล่าวสุนทรพจน์ในนัดหารือเกี่ยวกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและพลังงาน นายกรัฐมนตรีเหงียนซวนฟุ๊กได้ส่งสาส์นที่เข้มแข็งเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับความเสียหายหนักจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จึงพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเสร็จสิ้นเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน 17 เป้าหมายของสหประชาชาติ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความยากจน พลังงานหมุนเวียน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ในฐานะประเทศเจ้าภาพเอเปก 2017 เวียดนามได้ผลักดันให้ระเบียบวาระการประชุมเน้นหารือถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งประสานงานกับสมาชิกเอเปกส่งเสริมการแลกเปลี่ยนอย่างกว้างลึกในการพัฒนาที่ครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเงิน

ก่อนหน้านั้น นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้มีการพบปะหารือกับนาย Olaf Scholz ผู้ว่าการเมือง Hamburg และยืนยันว่า เวียดนามพร้อมขยายความร่วมมือกับเมือง Hamburg ในด้านวิทยาศาสตร์ – เทคโนโลยี การให้บริการโลจิตสติก การขนส่งทางน้ำและท่าเรือ เป็นต้น

ในบ่ายวันเดียวกัน นอกรอบการประชุมสุดยอดจี 20 นายกรัฐมนตรีเวียดนามเหงียนซวนฟุ๊กได้มีการพบปะหารือกับประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี มูน แจ อิน โดยเห็นพ้องส่งเสริมการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทุกระดับในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2017 พยายามเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนขึ้นเป็น 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2020

ส่วนในการพบปะหารือกับนายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย มัลคอล์ม เทิร์นบูล นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้ยืนยันว่า ออสเตรเลียมีความประสงค์ที่จะยกระดับความสัมพันธ์กับเวียดนามขึ้นเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์

สำหรับปัญหาทะเลตะวันออก ผู้นำออสเตรเลียและสาธารณรัฐเกาหลีได้ยืนยันถึงบทบาทสำคัญของการธำรงสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคง การเดินเรือและการบินอย่างเสรีและปลอดภัยในทะเลตะวันออก รวมทั้งการแก้ปัญหาความพิพาทด้วยสันติวิธีตามกฎหมายสากล โดยเฉพาะอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี 1982

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้มีการหารือเป็นเวลาสั้นๆกับประธานาธิบดีตุรกี ประธานาธิบดี เซเนกัล นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์และนายกรัฐมนตรีแคนาดา.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด