เวียดนามและอินโดนีเซียออกแถลงการณ์ร่วม

(VOVWorld) – แถลงการณ์ร่วมเวียดนาม-อินโดนีเซียยืันยันยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ 
เวียดนามและอินโดนีเซียออกแถลงการณ์ร่วม - ảnh 1
ประธานเจืองเติ๊นซางเจรจากับประธานาธิบดีซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโน(Photo:TTX)

(VOVWorld) – ในกรอบการเยือนอินโดนีเซีย เช้าวันที่๒๘เดือนนี้ ท่านเจืองเติ๊นซางได้พบปะกับท่านMarzuki Alie ประธานสภาล่างอินโดนีเซีย เข้าร่วมการเสวนานักธุรกิจเวียดนามอินโดนีเซีย และถวายดอกไม้ที่สุสานวีรชนกาลีบาตา ในการพบปะกับท่านMarzuki Alie  ประธานสภาล่างอินโดนีเซีย ท่านเจืองเติ๊นซางและท่านMarzuki Alie ต่างแสดงความพอใจต่อการพัฒนาอย่างดีงามของความสัมพันธ์และเห็นพ้องกันว่า การผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างสองรัฐสภา โดยเฉพาะ การขยายการพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์งานด้านตุลาการและการเจรจา และลงนามข้อตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างรัฐสภาเวียดนามกับวุฒิสภาอินโดนีเซียซึ่งจะสร้างพื้นฐานทางนิตินัยอย่างเพียงพอให้แก่ความร่วมมือระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะ รัฐสภาของทั้งสองประเทศ     เช้าวันเดียวกัน ประธานเจืองเติ๊นซางได้พบปะกับเจ้าหน้าที่บริหารสถานประกอบการชั้นนำด้านการเดินอากาศ ปิโตรเลี่ยม ถ่านหิน ข้าว อสังหาริมทรัพย์ อาหารและเภสัชภัณฑ์ของอินโดนีเซีย ประธานเจืองเติ๊นซางย้ำว่า เวียดนามและอินโดนีเซียเป็นสองประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยมีตลาดที่กว้างใหญ่ เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศมีความละม้ายคล้ายคลึงกัน และสามารถสนับสนุนให้กันในการผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคี และจัดตั้งแกนความร่วมมือ เชื่อมโยงภูมิภาคเพื่อร่วมมือกับประเทศอื่นๆในภูมิภาค ทั้งสองประเทศต่างตั้งอยู่ในภูมิภาคที่เศรษฐกิจคล่องตัวที่สุด เป็นจุดนัดพบของบรรดานักลงทุน และเครือบริษัทชั้นนำของโลก เป็นที่จัดฟอรั่มสนทนา ระเบียบความร่วมมือพหุภาคีเพื่อช่วยเหลือและร่วมมือในภูมิภาค เช่น อาเซียน ประกอบด้วย เขตการค้าเสรีAFTA  ข้อตกลงลงทุนในทุกด้านACIA ฟอรั่มความร่วมมือเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกหรือเอเปก องค์การค้าโลกหรือWTO และประชาคมอาเซียนในอนาคต ดังนั้น สำนักงานต่างๆของรัฐบาลและชมรมนักธุรกิจทั้งสองประเทศควรส่งเสริมจุดแข็งนี้เพื่อร่วมมือกับประเทศและหุ้นส่วนอื่นๆบนพื้นฐานของการประสานผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน เพื่อการพัฒนาร่วมของแต่ละประเทศและของภูมิภาค  ก่อนหน้านั้น ในโอกาสที่ท่านเจืองเติ๊นซางประธานประเทศเวียดนามเดินทางไปเยือนประเทศอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่๒๗ถึงวันที่๒๘เดือนนี้ เวียดนามและอินโดนีเซียได้ออกแถลงการณ์ร่วมที่มีเนื้อหาระบุว่า ในระหว่างพำนักในอินโดนีเซีย ประธานเจืองเติ๊นซางได้มีการเจรจากับประธานาธิบดีซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโนโดยได้แลกเปลี่ยนทัศนะและชื่นชมสัมพันธไมตรีที่มีมาช้านานและความร่วมมือในทุกด้านที่ได้รับการรักษาและพัฒนาอย่างดีงาม ผู้นำทั้งสองประเทศประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการสถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ และเห็นพ้องกันว่า จะขยายการเยือนระดับสูง มอบหมายหน้าที่ให้กระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศประสานกับกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนปฏิบัติมาตรการเพื่อปฏิบัติความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ เกี่ยวกับความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ทั้งสองฝ่ายจะสนับสนุนการปฏิบัติบันทึกช่วยจำเพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับการขยายความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหม และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องและข้อตกลงเกี่ยวกับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ส่งเสริมการขยายความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศและความมั่นคงแบบใหม่   เกี่ยวกับการค้า ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องกันว่า จะเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนให้ถึง๕พันล้านเหรียญสหรัฐภายในปี๒๐๑๕และ๑หมื่นล้านเหรียญสหรัฐภายในปี๒๐๑๘ ทั้งสองฝ่ายให้คำมั่นว่า จะสร้างบรรยากาศการลงทุนที่สะดวกให้แก่การค้าและการลงทุน ประธานาธิบดีซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโนได้แสดงความประสงค์ว่า รัฐบาลเวียดนามจะให้การสนับสนุนและช่วยเหลืออินโดนีเซียขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเวียดนาม ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องกันว่า จะขยายความร่วมมือในด้านอื่นๆ เช่น ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ด้านการประมงและสัตว์น้ำ ผลักดันการปักปันเขตแดนในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ ขยายการพบปะสังสรรค์ระดับประชาชนผ่านการผลักดันความร่วมมือด้านการศึกษา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว            ผู้นำทั้งสองท่านเห็นพ้องกันว่า จะขยายความร่วมมือในอาเซียนเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายสร้างสรรค์ประชาคมอาเซียนที่ผูกพันกันในปี๒๐๑๕  เวียดนามให้คำมั่นว่า จะให้การสนับสนุนอินโดนีเซียในฐานะประธานองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย แปซิฟิกหรือเอเปกปี๒๐๑๓ ส่วนอินโดนีเซียจะให้การสนับสนุนเวียดนามในฐานะประธานเอเปกในปี๒๐๑๗  เกี่ยวกับปัญหาทะเลตะวันออก ผู้นำทั้งสองท่านได้ยืนยันอีกครั้งถึงความสำคัญของสันติภาพ เสถียรภาพ และความปลอดภัยในการเดินเรือในทะเลตะวันออก ให้การสนับสนุนการแก้ไขการพิพาทด้วยสันติวิธี ปฏิบัติตามกฎหมายสากล รวมทั้งอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี๑๙๘๒ ให้การสนับสนุนแถลงการณ์๖ข้อเกี่ยวกับปัญหาทะเลตะวันออกของอาเซียนและแสดงความยินดีต่อการเริ่มการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างระเบียบปฏิบัติต่อกันในทะเลตะวันออกหรือซีโอซีและมุ่งสู่การเสร็จสิ้นการร่างซีโอซี ผู้นำทั้งสองท่านยังเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามเอกสารร่วมมือฉบับต่างๆ โอกาสนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยประธานเจืองเติ๊นซางได้กล่าวว่า “ผมมีความเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่า การยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับอินโดนีเซียจะสร้างพลังขับเคลื่อนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้พัฒนาตามส่วนลึก มีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น พร้อมทั้งมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ประชาคมอาเซียนภายในปี๒๐๑๕ เช่นเดียวกับสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาในเอเชียแปซิฟิกและโลก” หลังจากที่แสดงความยินดีเมื่อเห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศย่างเข้าสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ นายซูซีโล บัมบัง ยูโดโยโนได้ยืนยันว่า ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องกันในปัญหาต่างๆ สร้างพื้นฐานที่สำคัญเพื่อผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในเวลาที่จะถึง./.


คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด