เสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์เวียดนาม-กัมพูชา

(VOVWorld)-ตามคำเชิญของสมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา  ท่าน เหงวียนซวนฟุก นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยาและคณะผู้แทนระดับสูงของเวียดนามได้เดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาในระหว่างวันที่24-26เมษายน  
เสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์เวียดนาม-กัมพูชา - ảnh 1
สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาและท่าน เหงวียนซวนฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม
(VOVWorld)-ตามคำเชิญของสมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา  ท่าน เหงวียนซวนฟุก นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยาและคณะผู้แทนระดับสูงของเวียดนามได้เดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาในระหว่างวันที่24-26เมษายน  ในกรอบการเยือนประเทศกัมพูชา   นายกรัฐมนตรี เหงวียนซวนฟุกได้เข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระมหากษัตริย์แห่งกัมพูชา  มีการเจรจากับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ประธานวุฒิสภาและประธานรัฐสภากัมพูชาและเข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราชเทพวงศ์
ในการพบปะกับประธานรัฐสภาและประธานวุฒิสภากัมพูชา นายกรัฐมนตรีเวียดนามได้แสดงความประสงค์ว่า วุฒิสภาและรัฐสภากัมพูชาจะให้ความสนใจต่อการขยายความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ  ประสานงานเพื่อมุ่งสู่การเสร็จสิ้นการปักปันและปักหลักพรมแดนทางบกระหว่างสองประเทศ ในโอกาสฉลองครบรอบ50ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต  ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะประสานงานในการจัดกิจกรรมต่างๆ  ซึ่งเป็นโอกาสเพื่อให้ประชาชนทุกชั้นชน  โดยเฉพาะ คนรุ่นใหม่มีความเข้าใจอย่างถูกต้องและส่งเสริมความรับผิดชอบเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์สามัคคีมิตรภาพระหว่างสองประเทศ
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี เหงวียนซวนฟุก ได้ไปวางพวงมาลาที่อนุสาวรีย์เอกราช  อนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระนโรดม สีหนุและอนุสรณ์สถานมิตรภาพเวียดนาม-กัมพูชา  ไปเยือนสถานทูตเวียดนามประจำประเทศกัมพูชาและพบปะกับชมรมชาวเวียดนามที่อาศัยในประเทศกัมพูช
แถลงการณ์ร่วมของเวียดนามและกัมพูชาได้ชี้ชัดว่า ทั้งสองฝ่ายจะเสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ให้ความเคารพเอกราช อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนและแก้ไขทุกปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างสันติ
ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องที่จะขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ โดยเฉพาะ ในด้านที่ทั้งสองฝ่ายมีจุดแข็ง เช่น การศึกษาและฝึกอบรม  การท่องเที่ยว โทรคมนาคม การบิน ธนาคารและการเกษตร เป็นต้น เพื่อมุ่งสู่การเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนระหว่างสองประเทศขึ้นเป็น5พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  ทั้งสองฝ่ายยังให้คำมั่นที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่พลเมืองของทั้งสองประเทศที่กำลังอาศัยในแต่ละประเทศต่อไป
สำหรับปัญหาทะเลตะวันออก ทั้งสองฝ่ายได้ย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคง  ใช้ความอดกลั้น  ไม่ใช้หรือข่มขู่ที่จะใช้กำลัง  แก้ไขปัญหาการพิพาทอย่างสันติให้สอดคล้องกับกฎหมายสากล รวมทั้ง อนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลปี1982.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด