นักศึกษาไทยในกรุงฮานอย

(VOVworld) - ในจำนวนนักศึกษาต่างชาติ 200 คนที่กำลังอาศัยในหอพักนักศึกษาหมิดิ่งตามโครงการเชื่อมโยงสำหรับนักศึกษาที่กำลังเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย มีนักศึกษาไทย 10 คนจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่กำลังเรียนภาษาเวียดนาม ที่ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ สังกัดมหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย  การใช้ชีวิตประจำวันของนักศึกษาเหล่านี้เป็นยังไงบ้าง ในรายการชายคาอาเซียนของเราวันนี้ ขอเชิญคุณผู้ฟังพบปะกับคุณ กัญชริญา พุฒจันทร์  คุณ ดวงกมล ดวงมณี และเพื่อนๆของพวกเขากันนะคะ


(VOVworld) - ในจำนวนนักศึกษาต่างชาติ 200 คนที่กำลังอาศัยในหอพักนักศึกษาหมิดิ่งตามโครงการเชื่อมโยงสำหรับนักศึกษาที่กำลังเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย มีนักศึกษาไทย 10 คนจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีที่กำลังเรียนภาษาเวียดนาม ที่ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ 
สังกัดมหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย  การใช้ชีวิตประจำวันของนักศึกษาเหล่านี้เป็นยังไงบ้าง ในรายการชายคาอาเซียนของเราวันนี้ ขอเชิญคุณผู้ฟังพบปะกับคุณ กัญชริญา พุฒจันทร์  คุณ ดวงกมล ดวงมณี และเพื่อนๆของพวกเขากันนะคะ

นักศึกษาไทยในกรุงฮานอย - ảnh 1
คุณ ดวงกมล ดวงมณีและ
นักศึกษาไทยในกรุงฮานอย - ảnh 2
...คุณ กัญชริญา พุฒจันทร์ กำลังทบทวบบทเรียนที่ห้อง

 เวลา 6.00น. ที่ ห้องห้องหนึ่งกว้าง 43 ตารางเมตรที่ชั้น 18 ของหอพักนักศึกษาหมีดิ่ง คุณกัญชริญา พุฒจันทร์  หรือมีชื่อเวียดนามว่า นิงได้ตื่นนอนเพื่อเตรียมตัวไปเรียน ในห้อง มีเตียง 2 ชั้น รวม 3 ชุด ห้องนํ้า 1 ห้อง โดยห้องพักที่เธอเช่านั้นเป็นห้องสำหรับ 6 คน สนนราคาอยู่ที่ 3 ล้านด่ง หรือ คิดเป็น 4500 บาทต่อเดือน ซึ่งนิงได้แชร์ห้องนี้กับเพื่อนอีก 2 คนคือ คุณ ดวงกมล ดวงมณี หรือมีชื่อเวียดนามคือมายและเพื่อนคนไทยอีก 1 คนในตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา
“มีรถของมหาวิทยาลัยมารับพวกหนูตั้งแต่ 7 โมงเช้า พวกหนูจะเข้าห้องเรียนในเวลา 8.00น.และมีรถมาส่งพวกหนูกลับหอพักตอนเวลา 12.00น. ที่หอพักห้ามทำอาหาร ดังนั้น หนูต้องไปกินที่ร้านใกล้มหาวิทยาลัยหรือกินที่โรงอาหารของหอพัก”
ก่อนเดินทางมาเวียดนามเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา นิงและเพื่อนๆได้เรียนภาษาเวียดนาม ที่ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีเป็นเวลา 3 ปี  ปีนี้เป็นปีที่ ๔ และเป็นปีสุดท้ายที่นักศึกษาไทยจะสอบจบการศึกษา ณ เวียดนาม ซึ่งพวกเขาต้องจากบ้านไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและต้องควบคุมค่าใช้จ่ายด้วยตนอง
"พวกหนูมีบัตรโดยสารรถเมล์รายเดือนที่ลงทะเบียนตั้งแต่เดือนธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งต้องจ่ายเงิน ๑ แสนด่งต่อเดือน โดยพวกหนูมักจะพากันไปเที่ยวทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม หรือ ทะเลสาบคืนดาบ ห้างอิออน สวนสาธารณะ Eco park และทะเลสาบโห่ไต หรือ ทะเลสาบตะวันตก  พวกหนูอ่านข่าวทางอินเตอร์เน็ต โดยใช้บัตร wifi มูลค่า ๑ แสนด่งสำหรับคอมพิวเตอร์ ๒ เครื่อง  แต่คนเวียดนามสามารถซื้อได้ในราคา ๗ หมื่นด่งต่อใบแต่ใช้ได้กับคอมพิวเตอร์เพียง ๑ เครื่องเท่านั้น"
นักศึกษาไทยในกรุงฮานอย - ảnh 3
นักศึกษาไทยในเวียดนาม

การใช้ชีวิตประจำวันของนิงก็เหมือนนักศึกษาไทยในเวียดนามทั่วๆไป คือตอนเช้าไปเรียน ตอนบ่ายอยู่ห้องทบทวนบทเรียนและไปเที่ยวกับเพื่อนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนสำหรับคุณ ดวงกมล ดวงมณี ที่มีชื่อเวียดนามว่า มายนั้น เธอชอบเดินทางค้นคว้ากรุงฮานอยด้วยตนเอง
“ในเวลาว่าง หนูมักจะไปเที่ยวที่ถนนคนเดินในย่านถนนโบราณ36สายและไปซื้อของที่ตลาดนัด ซึ่งช่วยให้หนูสามารถฝึกทักษะการพูดภาษาเวียดนามกับคนขายของได้ นอกจากนี้ หนูก็ไปเป็นล่ามให้บริษัทเบียร์สิงห์ที่ออกบูธในงานแสดงสินค้าไทย ใน กรุงฮานอย หนูชอบทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อสั่งสมประสบการณ์ให้แก่การทำงานในอนาคต”
การพำนักอาศัยและศึกษาในเวียดนามไม่เพียงแต่ช่วยให้นิงและมายสามารถสัมผัสกับสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยได้เรียนในประเทศไทยเท่านั้น หากยังทำให้พวกเธอได้รู้จักเพื่อนใหม่ โดยเฉพาะเพื่อนๆชาวเวียดนาม คุณตุ่ง นักศึกษาคณะธนาคารและการคลัง มหาวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์สังกัดมหาวิทยาลัยแห่งชาติฮานอย ที่พักอยู่ชั้น 5 ของหอพักนักศึกษาหมีดิ่งได้เผยว่า
“เพื่อนๆคนไทยมักจะถามเรื่องไวยากรณ์ภาษาเวียดนามและคำศัพท์เพื่อค้นหาข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งผมจะช่วยอธิบายคำศัพท์ใหม่ แม้กระทั่งการใช้พจนานุกรมเพื่อทำให้พวกเธอเข้าใจ ส่วนเวลาไปไหน ผมจะแนะนำเส้นทาง หรือ ไปด้วย ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พวกเรามักจะพากันไปกินอาหารต่างๆของเวียดนามเช่น เฝอหรือก๋วยเตี๋ยวและบุ๋นเด๋ามั้มโตม หรือ ขนมจีน เต้าหู้ทอดจิ้มกะปิ”
นักศึกษาไทยในกรุงฮานอย - ảnh 4
นักศึกษาไทยและเพื่อนคนเวียดนามไปดูหนังในกรุงฮานอย

ทั้งนี้ จากการช่วยเหลือของเพื่อนๆคนเวียดนาม ดั่งเช่น คุณตุ่ง ทำให้นิง มายและนักศึกษาไทยคนอื่นๆสามารถฟันฝ่าอุปสรรคและปรับตัวเข้ากับชีวิตในกรุงฮานอยได้ นอกจากนี้ เพื่อนๆคนเวียดนามยังเป็นสะพานเชื่อมเพื่อให้นักศึกษาไทยสามารถศึกษาเกี่ยวกับเอกลักษณ์วัฒนธรรมของเวียดนาม คุณมายกล่าวเกี่ยวกับประสบการณ์ฉลองตรุษเต๊ตเวียดนามกับครอบครัวเพื่อนคนเวียดนาม ที่ จังหวัดแทงฮว้าว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่หนูได้สัมผัสกับบรรยากาศการฉลองตรุษเต๊ตเวียดนาม โดยพ่อแม่คนเวียดนามได้พาทั้งครอบครัวไปเยี่ยมญาติตั้งแต่เช้า ตรุษเต๊ตเวียดนามสนุกกว่าเทศกาลสงกรานต์เนื่องจากได้กินอาหารที่อร่อยๆของเวียดนาม ไปทางไหนก็ได้เชิญทานข้าวแบบว่า ได้กินทั้งวันเลย  ชาวแทงฮว้ามีอัธยาศัยดีและน่ารักมาก พวกเขาชอบประเทศไทย ชอบคนไทยและหนังไทยด้วย”
เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 เดือน นักศึกษาไทยจะเสร็จสิ้นการศึกษาในเวียดนาม แต่นิงและมายต่างมีความประสงค์ว่า จะเดินทางกลับมาที่เวียดนามเพื่อเรียนภาษาเวียดนามต่อและหางานทำเพราะถึงแม้การทำงานในประเทศไทยจะดีอยู่แล้ว แต่การพำนักอาศัยในประเทศเวียดนามก็ทำให้พวกเธอมีประสบการณ์ที่น่าประทับใจอีกมากมาย.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด