พบปะกับนักมวยไทยชาวเวียดนามที่คว้าแชมป์มวยไทยสมัครเล่นโลก 7 ครั้ง

(VOVWORLD) - เหงียนเจิ่นยวีเญิด นักมวยชาวเวียดนามที่มีชื่อเสียงของเวียดนาม
พบปะกับนักมวยไทยชาวเวียดนามที่คว้าแชมป์มวยไทยสมัครเล่นโลก 7 ครั้ง - ảnh 1เหงียนเจิ่นยวีเญิด กำลังต่อยมวยคาดเชือกท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้ชม 

เวลา 12.20 น. ที่สนามมวยในงานไทยเฟสติวัลปี 2017 ณ สวนสาธารณะโท้งเญิดในกรุงฮานอย เหงียนเจิ่นยวีเญิด นักมวยชาวเวียดนาม ที่สวมมงคลที่คอกำลังต่อยมวยคาดเชือกท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้ชม แม้เป็นนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงของเวียดนามแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ยวีเญิดต่อยมวยในงานเฟสติวัลของไทยที่จัดโดยสถานทูตไทยประจำเวียดนาม  “ผมเป็นนักมวยไทย ซึ่งก็อยากให้มวยไทยคุ้นเคยกับคนเวียดนาม และพัฒนาในเวียดนามมากขึ้น เพราะมวยไทยคล้ายๆกับศิลปะป้องกันตัวโบราณของคนเวียดนาม”

เหงียนเจิ่นยวีเญิดเกิดในครอบครัวที่ฝึกศิลปะการป้องกันตัวทั้ง 4 รุ่นในจังหวัดกว๋างหงาย ภาคกลางเวียดนาม และยวีเญิดฝึกศิลปะการป้องกันตัวตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และเมื่ออายุ 18 ปี เขาก็ได้เปลี่ยนมาฝึกมวยไทย “มวยไทยเป็นศิลปะการป้องกันตัวระดับโลก ซึ่งขณะนี้ มีกว่า 100 ประเทศที่มีการสอนและเข้าร่วมการแข่งขันมวยไทย เพราะเป็นศิลปะป้องกันตัวที่สามารถพลิกแพลงได้อย่างอิสระ ซึ่งการฝึกไม่ยากมาก ผู้เล่นสามารถใช้ทุกส่วนของร่างกายในการโจมตี ไม่ว่าจะเป็นหมัด ศอก เข่า และเท้า เป็นต้น หากเราเชี่ยวชาญอะไรก็ใช้เลย ไม่มีข้อบังคับเหมือนศิลปะป้องกันตัวอื่นๆ”

เมื่อปี 2009 หลังจากที่ฝึกมวยไทยเป็นเวลา 1 ปี เหงียนเจิ่นยวีเญิดเริ่มเข้าร่วมการแข่งขันระหว่างประเทศ ซึ่งหลังการแข่งขันมาเป็นเวลา 8 ปี ขณะนี้ เขาได้คว้าแชมป์มวยไทยสมัครเล่นโลก 7 ครั้งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดคือเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาและคว้าเหรียญเงินในการแข่งขันชิงแชมป์ Asian Indoor Games ปี 2012 เป็นต้น “ในการแข่งขันกับเพื่อนๆต่างชาติ นักมวยของแต่ละประเทศมีวิธีการใช้อาวุธมวยไทยแตกต่างกัน โดยเฉพาะฝรั่งที่มีรูปร่างใหญ่และสูงกว่าพวกเราที่เป็นชาวเอเชีย แต่จากประสบการณ์ เราจะใช้วิธีการรุกรับที่เหมาะสม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความกล้า ขณะที่เราต่อยบนเวที ก็ต้องทำอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้ชัยชนะเพราะเราได้ใช้เวลาฝึกฝนนาน หากชนะตนเองได้ เราก็สามารถเอาชนะคู่แข่งได้”

พบปะกับนักมวยไทยชาวเวียดนามที่คว้าแชมป์มวยไทยสมัครเล่นโลก 7 ครั้ง - ảnh 2

แต่เบื้องหลังรางวัลเหล่านี้ มีทั้งหยาดเหงื่อ เลือดและน้ำตาของการฝึกซ้อมเป็นเวลาหลายปี  มีครั้งหนึ่งยวีเญิดแขนหักและบาดเจ็บอย่างหนัก จนต้องใส่เฝือกและหยุดต่อยมวยเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งนี่คือช่วงเวลาที่ลำบากของเขา “ผมเป็นนักกีฬาที่ชอบเข้าร่วมการแข่งขัน แต่การต้องหยุดพักเป็นเวลา 6 เดือนทำให้รู้สึกเศร้ามากเพราะขณะที่ต่อยมวยบนเวที หากเอาชนะได้และได้ถือธงชาติเวียดนามก็มีความสุขมาก ดังนั้น หลังถอดเฝือกออก ผมจึงกลับไปฝึกซ้อมทันทีเพื่อจะได้แข่งเร็วๆ”

ความหลงไหลดังกล่าวได้ช่วยให้ยวีเญิดฟันฝ่าอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะการชนะตนเองในช่วงลำบากที่ยากจะเอาชนะได้ ยวีเญิดกำลังยืนบนเวทีมวยด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะท่ามกลางคำชื่นชมของผู้ชม “ผมชอบมวยไทย ซึ่งได้ชมทางอินเตอร์เน็ตอยู่เสมอแต่นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ชมนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงของเวียดนามแสดงศิลปะการต่อยมวยไทย เก่งมากครับ แล้วหลังจากที่ได้ชมด้วยตาตนเองผมก็รู้สึกชอบศิลปะมวยไทยมากขึ้น”

จากความพยายามอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อยืนยันสถานะของนักมวยไทยเวียดนามบนเวทีโลกและภูมิภาค เหงียนเจิ่นยวีเญิดปรารถนาว่า ในอนาคตจะพยายามชิงแชมป์รางวัลต่างๆมากขึ้นและหลังจากแขวนนวมก็จะเปิดศูนย์ฝึกมวยไทยเพื่อสอนให้แก่คนเวียดนามรุ่นใหม่.

มวยไทยหรือมวยโบราณปรากฎขึ้นในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ช่วงปี 1,500 โดยมีการฝึกในกองทัพ ถึงปี 1930 มวยไทยได้พัฒนากลายเป็นกีฬาประเภทหนึ่งตามกฎระเบียบของศิลปะการป้องกันตัวระหว่างประเทศ ถึงวันนี้ มวยไทยไม่เพียงแต่เป็นศิลปะป้องกันตัวที่เก่าแก่ของไทยเท่านั้น หากยังได้กลายเป็นศิลปะป้องกันตัวระดับชาติ โดยในต้นศตวรรษที่ 20 มวยไทยมักจะได้รับการสาธิตในงานเทศกาลต่างๆ จนได้ออกสู่โลกกว้างและได้รับการขานรับอย่างเต็มที่จากผู้ที่สนใจทั่วโลก.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด