อุโมงใต้ดินแห่งประวัติศาสตร์

30 มิถุนายน 2555 - 19:16:39


( VOVworld ) - วันที่ ๒๑ พฤษภาคมที่ผ่านมา โรงแรมโซฟีเทลเมโตรโปลฮานอยได้เปิดให้เข้าชมอุโมงที่ใช้สำหรับหลบระเบิดที่เครื่องบินสหรัฐทิ้งลงในกรุงฮานอยในช่วงสงครามระหว่างปี ๑๙๖๕ – ๑๙๗๕  หนังสือบันทึกประวัติศาสตร์ของโรงแรมที่มีอายุกว่า ๑๐๐ ปีได้เขียนถึงอุโมงดังกล่าวแต่ไม่สามารถระบุตำแหน่งของมันได้จนกระทั่งเมื่อมีการซ่อมแซมยกระดับพื้นของแบมบูบาร์ในโรงแรมทีมก่อสร้างได้ค้นพบอุโมงนี้ อันเป็นการเริ่มต้นการค้นหาเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ระยะหนึ่งที่ถูกหลงลืมซึ่งเกี่ยวข้องกับโรงแรมระดับโลกแห่งนี้
อุโมงในโรงแรมโซฟีเทลเมโตรโปลฮานอย ( เอพี )

อุโมงนี้ได้รับการค้นพบตั้งแต่เดือนสิงหาคม ๒๐๑๑ แต่เนื่องด้วยมันลึกประมาณ ๓ เมตรถูกปิดมิดชิดและน้ำท่วมทำให้การลงสำรวจอุโมงยากลำบาก ดังนั้นจนถึงต้นเดือนพฤศจิกายนทางโรงแรมโซฟีเทล เมโตรโปลจึงสามารถประกาศการค้นพบอุโมงอย่างเป็นทางการ  ผู้เข้าชมต้องใช้ถ่านไฟและเดินตามก้อนอิฐที่วางไว้เพราะในอุโมงยังมีน้ำอยู่  ตอนค้นพบ อุโมงถูกน้ำท่วมมิดหลังคาทางโรงแรมต้องใช้เครื่องสูบน้ำสูบน้ำออกเป็นเวลา ๒ สัปดาห์ระดับน้ำจึงอยู่ประมาณหน้าแข้ง  อุโมงนี้มีพื้นที่ ๔๐ ตารางเมตร สูง ๑.๘ เมตร มีหลายห้องที่มีประตูทะลุถึงกัน นางสาวเลถิ่แบกเอี๊ยนผู้บรรยายของโรงแรมเปิดเผยว่า “ ทางโรงแรมได้ก่อสร้างอุโมงนี้ใหม่เพื่อบันทึกอนุสรณ์และความทรงจำเกี่ยวกับระยะหนึ่งแห่งประวัติศาตร์สงคราม อีกทั้งเป็นโอกาสให้ผู้เข้าชมชาวต่างประเทศได้เข้าใจชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเวียดนามในช่วงสงครามต่อต้านศัตรู

คำบ๊อบ เดอเวโร วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๑๙๗๕ ( Bob Deveraux – 17 AUG 1975 ) - เอพี

แต่ละห้องในอุโมงต่างมีไฟและระบบระบายอากาศ  ที่ผนังยังมีคำบ๊อบ เดอเวโร วันที่ ๑๗ สิงหาคม ๑๙๗๕ ( Bob Deveraux – 17 AUG 1975 ) ซึ่งเป็นลายมือของนักการทูตชาวออสเตรเลียที่ชื่อบ๊อบ เดอเวโร เพื่อจดจำช่วงเวลาสงครามในเวียดนามที่ท่านเป็นอัคราชทูตสถานทูตออสเตรเลียประจำเวียดนามที่มีสำนักงาน ณ โรงแรม โซฟีเทลเมโตรโปล  ในระยะเวลาแห่งประวัติศาสตร์นั้นยังมีแขกต่างประเทศที่มีชื่อเสียงได้หลบภัยในอุโมงแห่งนี้หลายท่านเช่น ดาราภาพยนตร์อเมริกันเจนฟอนดาได้หลบภัยในอุโมงในปี ๑๙๗๑ และ ๑๙๗๒ เมื่อมาเยือนเวียดนาม และนายเจิ่นมิงห์ก๊วกอดีตล่ามของคณะกรรมการเวียดนามสามัคคีกับชาวอเมริกันที่ก้าวหน้าที่เคยเป็นล่ามให้แก่ดาราภาพยนตร์เจนฟอนดา นายมิงห์ก๊วกเล่าว่า “ ประมาณเดือนมิถุนายนปี ๑๙๗๒ ดาราภาพยนตร์เจนฟอนดาได้มาพำนักอยู่ที่นี้เมื่อระบบเตือนภัของกรุงฮานอยดังขึ้นผมต้องพาเธอลงหลบภัยในอุโมง  ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบันได้เกิดเหตุการณ์ต่างๆหลายเหตุการณ์ผมจึงไม่ค่อยมีโอกาสกลับมาที่นี่เพื่อหวนคิดถึงอุโมงแห่งนี้
ท่านกาย เสปช ( Kai Speth ) ผู้อำนวยการใหญ่โรงแรมโซฟีเทลเมโตรโปลฮานอยเผยว่า อุโมงเป็นความภาคภูมิใจสำหรับโรงแรมเพราะมันมีคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ทางโรงแรมเปิดให้บริการเข้าชมแต่มิใช้เพื่อเป้าหมายการเงินหากเป็นการศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ระยะหนึ่งซึ่งถือเป็นพิภิธภัณฑ์แห่งสมครามแห่งหนึ่งให้ชนรุ่นหลังๆและนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศได้เข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของคนเวียดนามในช่วงสงครามยิ่งขึ้น นายฝ่ามมิงห์เหี่ยนนักเรียนม. ๕ โรงเรียนมัธยมปลายฮานอย- อัมสเตอร์ดัมกล่าวว่า “ นับเป็นครั้งแรกที่ผมได้ชมอุโมงหลบภัย ผมรู้สึกแปลกใจมากที่ใจกลางกรุงฮานอยมีอุโมงหลบภัยขนาดใหญ่อย่างนี้ ผมรู้สึกมีความสุขที่ได้เยี่ยมชมอุโมงแห่งนี้
อุโมงหลบภัยในโรงแรมโซฟีเทลเมโตรโปลฮานอยได้กลายเป็นพยานแห่งประวัติศาสตร์ที่เชื่อมระหว่างอดีตแห่งสงครามอันดุเดือดที่เต็มไปด้วยควันของกระสุนและระเบิดสู่ปัจจุบันแห่งสันติสุข  ซึ่งถือเป็นอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์สงครามในเวียดนามที่ชาวโลกจะได้รับทราบเกี่ยวกับประเทศหนึ่งที่ผู้คนต้องลำบากตรากตรำขนาดไหนแต่ก็ยังอดทนพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองด้วยจิตใจอันมุ่งมั่นและสูงส่ง ./.

30/8/2557

32°C

31/8/2557

23°C 31°C

สกุลเงิน ราคารับซื้อ ราคาขาย
USD 21,170 21,220
JPY 201 205
EUR 27,726 28,060
GBP 34,740 35,299
CNY 3,274 3,311

Vĩnh biệt bà Võ Thị Thắng vĩnh biệt nụ cười chiến thắng

Vĩnh biệt bà Võ Thị Thắng vĩnh biệt nụ cười chiến thắng

Vĩnh biệt bà Võ Thị Thắng vĩnh biệt nụ cười chiến thắng. Tôi cảm thấy tiếc thương người con gái kiên trung bất khuất trước kẻ thù không hề nao...

รายละเอียด

หมีเซิน - มรดกทางวัฒนธรรมของโลก

หมีเซิน - มรดกทางวัฒนธรรมของโลก

(VOVworld) - หมีเซินเคยเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญอันดับต้น ๆ ของอาณาจักรจามตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 - ศตวรรษที่ 15