พิพิธภัณฑ์ดั๊กลั๊ก ฟื้นฟูอาชีพพื้นเมืองผ่านการสาธิต

(VOVWORLD) -พิพิธภัณฑ์ดั๊กลั๊กเป็นสถานที่อนุรักษ์คุณค่าทางประวัติศาสตร์ นิเวศและวัฒนธรรมของจังหวัดดั๊กลั๊กและเขตที่ราบสูงเตยเงวียน สิ่งที่สร้างความสนใจให้ผู้ที่มาชมพิพิธภัณฑ์คือ ในโซนต่างๆ มีศิลปินชนกลุ่มน้อยสาธิตอาชีพด้านหัตถกรรมและแนะนำผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ซึ่งถือเป็นอีกวิธีที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมพื้นเมืองของชนกลุ่มน้อยในจังหวัดดั๊กลั๊กและเขตที่ราบสูงเตยเงวียนให้ดีที่สุด
พิพิธภัณฑ์ดั๊กลั๊ก ฟื้นฟูอาชีพพื้นเมืองผ่านการสาธิต - ảnh 1ศิลปิน อีมิ๊บ อายุน 

ศิลปิน อีมิ๊บ อายุน ชนกลุ่มน้อยเผ่าเอเด จากหมู่บ้านโก ซีเอ นครบวนมาถวด จังหวัดดั๊กลั๊กปีนี้อายุ75ปีแล้วแต่ก็ยังดูว่องไวเมื่อสามารถสาธิตการผลิตและแสดงดนตรีพื้นเมืองต่างๆในพิพิธภัณฑ์ดั๊กลั๊กให้แก่ผู้ที่มาชม บางทีมีผู้ชมสนใจอยากลองทำ เขาก็แนะนำวิธีการทำและเทคนิคการเล่นเครื่องดนตรีอย่างกระตือรือร้นโดยบอกว่า “ผมรู้สึกดีใจมากที่ยังมีผู้สนใจเครื่องดนตรีดั้งเดิมของชนกลุ่มน้อย เพราะถ้าอยู่ในหมู่บ้าน ก็มีโอกาสแนะนำเครื่องดนตรีพื้นเมืองแบบนี้ไม่มาก ในขณะที่ทำขลุ่ย ผมคิดถึงเพื่อนๆ มีบางคนที่ได้จากไปแล้ว ผมก็เป่าขลุ่ยและแตรเขาควาย แล้วคิดค้นลีลาต่างๆเหมือนนักประพันธ์เพลง”

ก็เหมือนศิลปิน อีมิ๊บ อายุน นาง ฮเดยุย เอบาน ชนกลุ่มน้อยเผ่าเอเดก็มีความภาคภูมิใจที่ได้สาธิตการทอผ้าพื้นเมืองในพิพิธภัณฑ์เพื่อช่วยให้ผู้ชมเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับอาชีพพื้นเมืองนี้ของชนกลุ่มน้อยเผ่าเอเด โดยมีการแนะนำเกี่ยวกับวัตถุดิบ ลวดลายและกรรมวิธีการทอ ระยะเวลาในการทอผ้าผืนหนึ่งสำหรับใช้ตัดเย็บเสื้อผ้าที่ใส่ในงานเทศกาลและความหมายของอาชีพนี้ในชีวิตของชนกลุ่มน้อยเผ่าเอเด ศิลปิน ฮเดยุย เอบาน เผยว่า “การทอผ้าพื้นเมืองเป็นโอกาสให้เราประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีของชนกลุ่มน้อยเผ่าตนต่อนักท่องเที่ยวและเป็นโอกาสให้เราร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมด้วย เมื่อมาที่นี่ นักท่องเที่ยวจะได้ชมการสาธิตอาชีพพื้นเมืองต่างๆ ศึกษากรรมวิธีการทอและลองทำเพื่อจะได้ผ้าที่มีลวดลายสวยงาม”

พิพิธภัณฑ์ดั๊กลั๊ก ฟื้นฟูอาชีพพื้นเมืองผ่านการสาธิต - ảnh 2

การสาธิตของศิลปินดังคุณ อีมิ๊บ อายุน และฮเดยุย เอบาน ได้ช่วยให้นักท่องเที่ยวมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับธรรมชาติและคนในท้องถิ่นแห่งนี้ พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายจากประชาชนและนักท่องเที่ยว ศิลปินที่สาธิตในพิพิธภัณฑ์ได้กลายเป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างชุมชนวัฒนธรรมของตนกับนักท่องเที่ยว แต่ในสภาวการณ์ที่ศิลปินนับวันน้อยลง เงินทุนก็น้อยลง ทางพิพิธภัณฑ์ได้รณรงค์การสนับสนุนจากสังคม วางแผนเชิญศิลปินมาสาธิตแนะนำวัฒนธรรมพื้นเมืองของชนเผ่า โดยเฉพาะในช่วงตรุษเต๊ดและเทศกาลต่างๆ ทางพิพิธภัณฑ์ได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักกับคุณค่าทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เวียดนามอีกด้วย.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด