ความคืบหน้าของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐ

(VOVWORLD) - วันที่ 7 กรกฎาคม ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้พบปะหารือกับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีเมียร์ ปูติน นอกรอบการประชุมสุดยอดจี 20 ณ เมืองฮัมบูรก์ ประเทศเยอรมนี นี่เป็นการสนทนาอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างผู้นำรัสเซียกับผู้นำสหรัฐหลังการพบปะระหว่างอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ บารัค โอบามากับประธานาธิบดี วลาดีเมียร์ ปูตินเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2015 ซึ่งถือเป็นนิมิตรหมายของการเปลี่ยนแปลงตามแนวทางที่อบอุ่นในสภาวการณ์ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับรัสเซียกำลังมีความตึงเครียด
ความคืบหน้าของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐ - ảnh 1ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์กับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีเมียร์ ปูติน (Photo Reuters)

การสนทนาระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์กับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีเมียร์ ปูตินได้มีขึ้นเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ซึ่งนานกว่าที่สื่อมวลชนระหว่างประเทศคาดการณ์ไว้ว่าผู้นำทั้งสองท่านอาจพบปะกันเพียง 30-40 นาที โดยในการพบปะที่ได้รับความสนใจจากทั่วโลกนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับปัญหาที่ซับซ้อนในความสัมพันธ์ทวิภาคีและปัญหาสำคัญอื่นๆ เช่น ปัญหายูเครน ซีเรีย ลัทธิก่อการร้ายและความมั่นคงทางอินเตอร์เน็ต

ช่องว่างระหว่างสองฝ่าย

การพบปะระหว่างนาย โดนัลด์ ทรัมป์กับนายปูตินได้มีขึ้นในสภาวการณ์ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังทวีความตึงเครียดมากขึ้นเนื่องจากมีข้อสงสัยว่า รัสเซียได้แทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปี 2016 การที่รัสเซียผนวกรวมคาบสมุทรไครเมียเข้าเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของตนและสนับสนุนระบอบของประธานาธิบดี บาซา อัล อาซซาดในซีเรีย  ในการพบปะครั้งนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ก็ไม่ได้หลีกเลี่ยงการพูดถึงข้อกล่าวหาที่ “รัสเซียแซกแทรงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อปีที่แล้ว” สำหรับปัญหาซีเรีย รัสเซียได้ประท้วงการที่กองกำลังพันธมิตรที่มีสหรัฐเป็นผู้นำได้โจมตีทางอากาศใส่ฐานทัพของกองทัพอากาศซีเรียและรัสเซียถือว่า สหรัฐกำลังอ้างข้อกล่าวหาว่า “รัฐบาลซีเรียใช้อาวุเคมี” เพื่อแทรกแซงทางทหารในซีเรีย ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับสหรัฐได้ทวีความตึงเครียดจนทำให้รัสเซียปิดโทรศัพท์สายด่วนและระงับกลไกที่ยับยั้งการปะทะทางอากาศกับสหรัฐในซีเรีย จนมีความเสี่ยงสูงว่าอาจจะเกิดการปะทะระหว่าง 2 กองกำลังทหารที่เข้มแข็งที่สุดในโลกในซีเรีย

ผ่อนโปรนในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน

แม้ยังมีความขัดแย้งเกี่ยวกับผลประโยชน์ของ 2 ประเทศที่สนับสนุน 2 ฝ่ายตรงข้ามกันในซีเรีย แต่ในความเป็นจริง ทั้งรัสเซียและสหรัฐยังมีความปรารถนาที่จะเปิดโอกาสแห่งความร่วมมือที่แน่นแฟ้นมากขึ้นในสงครามต่อต้านการก่อการร้าย ดังนั้นในการสนทนาดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของซีเรีย ซึ่งถือเป็นท่าทีที่สะท้อนให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ดีของทั้งสองประเทศเพื่อแสวงหามาตรการแก้ไขวิกฤตการณ์ ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐได้ประกาศความตกลงดังกล่าวหลังการพบปะ

คำประกาศต่างๆของทั้งสองฝ่ายหลังการพบปะนี้ต่างแสดงให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายมีความพอใจเกี่ยวกับผลการพบปะหารือ แม้ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันในหลายปัญหาแต่ทั้งสองฝ่ายยังคงมีเสียงพูดเดียวกันในบางปัญหา รวมทั้งการเปิดสายโทรศัพท์เพื่อแก้ไขวิกฤตในยูเครนและเห็นพ้องกันเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงในซีเรีย ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ายินดีในสภาวการณ์ที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกำลังอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงหลังสงครามเย็น

การสนทนาครั้งแรกระหว่างผู้นำสหรัฐและรัสเซียได้ส่งผลบวกให้ทั้งสองฝ่ายมีส่วนร่วมลดความตึงเครียดที่เสี่ยงจะทำให้สองประเทศมหาอำนาจด้านนิวเคลียร์อาจตกอยู่ในภาวะเผชิญหน้ากัน การจับมือระหว่างผู้นำรัสเซียและสหรัฐในการประชุมสุดยอดจี 20 ถือเป็นสัญญาณที่น่ายินดีที่เปิดโอกาสแห่งการสนทนาให้แก่ทั้งสองประเทศเพื่อแก้ไขความขัดแย้งแม้ยังคงมีอุปสรรคนานัปการรออยู่ข้างหน้าก็ตาม.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด