ความวิตกกังวลจากการที่ประเทศมหาอำนาจเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม

(VOVWORLD) -เมื่อวันที่18กันยายน  วุฒิสภาสหรัฐได้อนุมัติร่างกฎหมายงบประมาณด้านกลาโหมปี2018 มูลค่า7แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับปี2017และสูงกว่าเกือบร้อยละ5เมื่อเทียบกับข้อเสนอของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์  ก่อนหน้านั้น หลายประเทศก็ได้ประกาศเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมแต่การที่ประเทศมหาอำนาจเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมจะส่งผลกระทบต่อสันติภาพและเสถียรภาพของโลก
ความวิตกกังวลจากการที่ประเทศมหาอำนาจเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม - ảnh 1เครื่องบินรบเอฟ-35 (Photo: Military) 

บรรดานักวิเคราะห์เห็นว่า เมื่อเศรษฐกิจกำลังได้รับการฟื้นฟู ประเทศต่างๆในโลกจะสงวนเงินมากขึ้นให้แก่ยุทธศาสตร์ด้านกลาโหม

ประเทศต่างๆประกาศเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม

  ซึ่งร่างกฎหมายงบประมาณด้านกลาโหมปี2018ได้รับการอนุมัติในวุฒิสภาสหรัฐ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองที่นั่งข้างมาก   โดยอนุญาตให้สหรัฐซื้อเครื่องบินรบเอฟ-35 เรือรบและรถถัง M1 Abrams  เพิ่มเงินเดือนให้แก่เจ้าหน้าที่ทหารขึ้นอีกร้อยละ2และจัดสรรเงินเกือบ5พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่กองกำลังที่ประจำการในอัฟกานิสถาน  นอกจากนี้ สหรัฐจะสงวนเงิน 8.5พันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อยกระดับระบบป้องกันขีปนาวุธของสหรัฐ ซึ่งสูงกว่าข้อเสนอของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์630ล้านดอลลาร์สหรัฐในสภาวการณ์ที่ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีทวีความรุนแรงมากขึ้นในเวลาที่ผ่านมาเนื่องจากโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธของเปียงยางและยังมีการจัดสรรงบประมาณ๖หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ยุทธนาการตอบโต้เร็วของสหรัฐในต่างประเทศและโครงการความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐกับประเทศพันธมิตรในยุโรป  ส.ส.  จอห์น มัคเกน ประธานคณะกรรมาธิการฝ่ายการทหารแห่งวุฒิสภาสหรัฐได้เผยว่า การเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อค้ำประกันด้านการเงินให้แก่การปฏิบัติยุทธนาการทางทหารของสหรัฐ

การที่วุฒิสภาสหรัฐเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมปี๒๐๑๘เกินกว่าข้อเสนอของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของสหรัฐในการส่งเสริมสถานะและอิทธิพลด้านกลาโหม  เมื่อครั้งรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ให้คำมั่นที่จะเพิ่มการรักษาความมั่นคงด้านกลาโหม  พร้อมทั้ง เรียกร้องให้รับสมัครทหารอีก๙หมื่นนาย  พัฒนากองทัพเรือ  เพิ่มเรือรบ๓๕๐ลำ ซื้อเครื่องบินรบ๑๐๐ลำและเพิ่มศักยภาพด้านนิวเคลียร์  จุดยืนของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์คือการเพิ่มการใช้จ่ายด้านการทหารก็เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ  ในสภาวการณ์ปัจจุบัน บรรดานักวิเคราะห์เห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่งบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นเป็น๑ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์

  ก่อนหน้านั้น เมื่อต้นเดือนกันยายน นาย เอดัวร์ ฟีลิป  นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสได้เผยว่า ฝรั่งเศสจะเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมปี2018ขึ้นเป็น๑.๖พันล้านยูโร  ซึ่งสูงที่สุดในรอบ๖ปีที่ผ่านมาและจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี๒๐๑๙และ๒๐๒๐ โดยให้เหตุผลว่า โลกในปัจจุบันมีความอัตรายมาก  ในขณะเดียวกัน ในภูมิภาคเอเชีย เมื่อปลายเดือนสิงหาคม กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นได้เสนอร่างงบประมาณด้านกลาโหมปี๒๐๑๘อยู่ที่เกือบ๔หมื่น๘พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อน  ข้อเสนอของกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น โดยชี้ชัดถึงเป้าหมายคือเพิ่มทักษะความสามารถด้านการป้องกันขีปนาวุธ ส่วนสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของญี่ปุ่นก็มีแผนเพิ่มงบประมาณกลาโหมจากร้อยละ๒.๔ของจีดีพีในปัจจุบันขึ้นเป็นร้อยละ2.9ภายใน๕ปีที่จะถึง

ความวิตกกังวลจากการที่ประเทศมหาอำนาจเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม - ảnh 2สหรัฐเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมขึ้นเป็น7แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ(Photo: AP) 

การสร้างสรรค์สันติภาพมีความจำเป็นมากกว่าการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม

  สาเหตุของการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของประเทศต่างๆมาจากความตึงเครียดที่นับวันเพิ่มขึ้นในภูมิภาคต่างๆ   โดยเฉพาะ การต่อต้านลัทธิการก่อการร้ายระหว่างประเทศ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและความขัดแย้งระหว่างประเทศเนื่องจากปัญหาที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข  แต่อย่างไรก็ดี บรรดาผู้เชี่ยวชาญได้เห็นว่า การเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเพียงเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องความมั่นคงของประเทศเท่านั้น สำหรับปัญหานี้ เมื่อวันที่๑๖มีนาคม นาย อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติได้ประกาศว่า การรับมือกับภัยคุกคามจากการก่อการร้ายมีความจำเป็นมากกว่าการเพิ่มงบประมาณกลาโหมและสิ่งที่สำคัญคือต้องหาต้นเหตุของลัทธิการก่อการร้ายในโลกเพื่อแสวงหามาตรการแก้ไขอย่างเด็ดขาด  ในขณะเดียวกัน นาย Stephen Dujarric โฆษกของสหประชาชาติได้ย้ำว่า ประเทศต่างๆควรพยายามแสวงหามาตรการแก้ไขการปะทะ การต่อต้านลัทธิหัวรุนแรง การเข้าร่วมการรักษาและสร้างสรรค์สันติภาพ  ผลักดันการพัฒนาอย่างยั่งยืนและรอบด้าน  ให้ความเคารพสิทธิมนุษยชนและการแก้ไขวิกฤตด้านมนุษยธรรมแทนการซื้อขีปนาวุธ อาวุธนิวเคลียร์และยุทโธปกรต่างๆ

ปัจจุบัน ประเทศที่มีศักยภาพด้านเศรษฐกิจกำลังเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม  ซึ่งแต่ละประเทศต่างมีเหตุผลให้แก่การเพิ่มงบประมาณแต่ในอีกแห่งก็เป็นการสร้างความสงสัยระหว่างกัน ซึ่งทำให้ประเทศต่างๆต้องเข้าร่วมการแข่งขันด้านกลาโหม  ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสันติภาพและเสถียรภาพของโลก.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด