ความสัมพันธ์สหรัฐ – คิวบา: ก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่

(VOVworld) – วันที่ 20 กรกฎาคมปี 2015 ถือเป็นนิมิตหมายในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับคิวบา โดยนับเป็นครั้งแรกใน 54 ปีที่ผ่านมา ธงชาติของคิวบาได้โบกสะบัดหน้าสถานทูตคิวบา ณ กรุงวอชิงตัน ในขณะเดียวกัน ป้ายทองแดงที่มีคำว่า “สำนักงานตัวแทนสิทธิผลประโยชน์ของสหรัฐ” ณ กรุงฮาวานาก็ถูกแทนที่ด้วยคำว่า “สถานทูตสหรัฐ”  การเปิดสถานทูตอีกครั้งอย่างเป็นทางการ ณ กรุงวอชิงตันและกรุงฮาวานานั้นถือเป็นนิมิตหมายสำคัญในความสัมพันธ์ทวิภาคีและในระดับโลก

(VOVworld) – วันที่ 20 กรกฎาคมปี 2015 ถือเป็นนิมิตหมายในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับคิวบา โดยนับเป็นครั้งแรกใน 54 ปีที่ผ่านมา ธงชาติของคิวบาได้โบกสะบัดหน้าสถานทูตคิวบา ณ กรุงวอชิงตัน ในขณะเดียวกัน ป้ายทองแดงที่มีคำว่า “สำนักงานตัวแทนสิทธิผลประโยชน์ของสหรัฐ” ณ กรุงฮาวานาก็ถูกแทนที่ด้วยคำว่า “สถานทูตสหรัฐ”  การเปิดสถานทูตอีกครั้งอย่างเป็นทางการ ณ กรุงวอชิงตันและกรุงฮาวานานั้นถือเป็นนิมิตหมายสำคัญในความสัมพันธ์ทวิภาคีและในระดับโลก

ความสัมพันธ์สหรัฐ – คิวบา: ก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ - ảnh 1
ความสัมพันธ์สหรัฐ – คิวบา: ก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ (Photo Reuters)
เช้าวันที่ 20 กรกฎาคมได้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์โดยธงชาติของคิวบาได้ถูกเชิญขึ้นสู่ยอดเสาอย่างเป็นทางการเท่าเทียมกับธงชาติประเทศพันธมิตรต่างๆของสหรัฐที่บริเวณด้านหน้าสถานทูตใหม่ที่เพิ่งได้รับการปรับปรุงในกรุงวอชิงตัน พิธีเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสามีแขกรับเชิญเกือบ 5 พันคน รวมทั้งบรรดาผู้บริหารระดับสูงของสองประเทศเข้าร่วม ในขณะเดียวกัน ที่กรุงฮาวานา สถานทูตสหรัฐก็ได้เปิดทำการอีกครั้ง ส่วนพิธีเชิญธงชาติจะมีขึ้นในเดือนหน้าในโอกาสการเยือนคิวบาของนายจอห์น แคร์รี่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ
จากก้าวเดินที่เป็นสัญลักษณ์และมีลักษณะแห่งการตัดสินใจดังกล่าว อาจกล่าวได้ว่า กระบวนการปรับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้ย่างเข้าสู่ระยะสุดท้าย ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่มีความหมายสำคัญต่อกิจกรรมความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและคิวบา รวมถึงบรรยากาศของวงการการเมืองระหว่างประเทศอีกด้วย พร้อมทั้งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จในการใช้มาตรการไกล่เกลี่ยว่าดีกว่าการใช้มาตรการเผชิญหน้าและการเป็นอริที่ใช้มาอย่างยาวนาน ซึ่งการหันมาเป็นหุ้นส่วนสนทนาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาระหว่างสหรัฐกับคิวบาถือว่าสอดคล้องกับแนวโน้มของยุคสมัย
ความล้มเหลวของนโยบายที่ล้าสมัย
ประชามติโลก โดยเฉพาะในเขตลาตินอเมริกาและประชาชนที่ใฝ่สันติภาพต่างชื่นชมเหตุการณ์ดังกล่าว โดยถือเป็นนิมิตหมายในการยุติมรดกที่หลงเหลือจากสมัยสงครามเย็น
เพราะความสัมพันธ์คิวบา – สหรัฐในหลายสิบปีที่ผ่านมาเป็นเนื้อหาสำคัญของความสัมพันธ์นานาชาติ นโยบายที่เป็นอริและการใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างยาวนานได้กีดกันการพัฒนาของคิวบาและได้หลอดหลอนประชาชนทั้งสองประเทศรุ่นแล้วรุ่นเล่า แต่อย่างไรก็ตาม ในตลอดกว่า 5 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยไม่สนใจต่อการปิดล้อมและคว่ำบาตรของทางการสหรัฐ ชาวคิวบาที่ใฝ่สันติภาพ เสรีภาพและความยุติธรรมยังคงสามัคคีกันภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์คิวบาโดยผู้นำการปฏิวัติฟิเดล คัสโตรและประธานราอูล คัสโตร แห่งคิวบา พรรค รัฐและประชาชนคิวบาสามารถฝ่าฟันความลำบากท้าทายต่างๆเพื่อปกป้องผลสำเร็จของการปฏิวัติและนำประเทศพัฒนาบนเส้นทางที่ได้เลือกไว้ต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นโยบายที่เป็นอริของสหรัฐเพื่อโดดเดี่ยวคิวบาไม่เกิดประสิทธิภาพตามที่สหรัฐตั้งใจไว้ แถมยังส่งผลตรงกันข้ามเพราะนับวันแสดงให้เห็นว่า นโยบายนี้เป็นสิ่งที่ล้าสมัยในโลกยุคใหม่
ในขณะที่ขึ้นดำรงตำแหน่งเมื่อปี 2008 ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่าได้ยอมรับว่า นโยบายคว่ำบาตรคิวบาของสหรัฐในหลายทศวรรษที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จตามความปรารถนาของวอชิงตัน ดังนั้น ประธานาธิบดีสหรัฐโอบาม่า ซึ่งมีแนวคิดที่ก้าวหน้าได้แสดงความพร้อมที่จะสนทนากับฮาวานาเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์ทวิภาคี ควบคู่กับนโยบายการต่างประเทศของประธานาธิบดีสหรัฐบารัคโอบาม่า นโยบายการเปลี่ยนแปลงใหม่อย่างเข้มแข็งในคิวบา ตลอดจนการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งของประชาคมระหว่างประเทศได้ช่วยให้ทั้งสองประเทศมีพลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งเพื่อยกเลิกการเป็นอริและเผชิญหน้าเพื่อความร่วมมือพัฒนาและความยุติธรรม
ความสัมพันธ์สหรัฐ – คิวบา: ก้าวเข้าสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ - ảnh 2
การเปิดสถานทูตคิวบาอีกครั้งอย่างเป็นทางการ ณ กรุงวอชิงตัน ( Photo AP)
ความลำบากยังรออยู่เบื้องหน้า
อาจยืนยันได้ว่า ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์สหรัฐ – คิวบาได้ย่างเข้าสู่หน้าใหม่หลังวันที่ 20 กรกฎาคมแต่ทั้งสองประเทศต่างมีความระมัดระวังโดยย้ำว่า ทุกสิ่งทุกอย่างยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ดังนั้นการก้าวข้ามความปวดร้าวแห่งความเป็นอริกันมาเป็นเวลาหลายทศวรรษจึงไม่ใช่เรื่องง่าย จากการปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติไปจนถึงการยกเลิกการปิดล้อมและยุติคำสั่งคว่ำบาตร ล้วนแต่เป็นกระบวนการที่เต็มไปด้วยขวากหนามและความซับซ้อน โดยอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดคือรัฐสภาสหรัฐ เพราะว่า คำสั่งคว่ำบาตรได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาสหรัฐ ดังนั้น การยกเลิกคำสั่งดังกล่าวก็ต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาเท่านั้น แต่นายบารัค โอบาม่า เหลือเวลาดำรงตำแหน่งแค่ 2 ปีเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่สามารถคาดเดาได้ว่า การก้าวผ่านปัญหาที่ยากลำบากนี้จะทันการณ์หรือไม่ในขณะที่พรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากในทั้งวุฒิสภาและสภาล่างสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม จากการปฏิบัตินโยบายการต่างประเทศของทางการสหรัฐเมื่อเร็วๆนี้ รวมทั้งการลบชื่อคิวบาออกจากรายชื่อประเทศที่สนับสนุนการก่อการร้าย ซึ่งเป็นเงื่อนไขล่วงหน้าในกระบวนการปรับความสัมพันธ์ทางการทูตให้เป็นปกติ ประชาชนคิวบาและสหรัฐคงมีความหวังเกี่ยวกับความคืบหน้าในความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในเวลาข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความยากลำบากต่างๆอยู่ เพราะขั้นตอนการปิดล้อมและคว่ำบาตรคิวบาได้เกิดขึ้นเช่นไร การแก้ไขปัญหานี้ก็ต้องกลับไปแก้ที่จุดเริ่มต้นนั้น ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็วหรือสร้างก้าวกระโดดให้แก่การแก้ไขปัญหานี้ได้
การที่สหรัฐและคิวบาฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตไม่เพียงแต่เป็นการปิดฉากสงครามเย็นที่แยกโลกออกเป็นสองฝ่ายเท่านั้น หากยังเปิดหน้าใหม่แห่งสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาของภูมิภาคและโลกอีกด้วย สองประเทศที่เคยเป็นศัตรูในยุคสงครามเย็น สองประชาชาติที่มีอุดมการณ์แตกต่างกันและเป็นสองประเทศเดินหน้าในกลุ่มประเทศที่มีแนวความคิดตรงกันข้ามได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์หลังชงักงันมาเป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษนั้นถือเป็นการส่งสาส์นที่เข้มแข็งว่า การใช้มาตรการการสนทนาแทนการเผชิญหน้า การอยู่ร่วมกันอย่างสันติและการให้ความเคารพความแตกต่างกันคือแนวโน้มและเป็นกระแสหลักของโลกยุคใหม่.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด