ความไร้เสถียรภาพในสเปนเดินสวนกับเป้าหมายและอุดมการณ์ของอียู

(VOVWORLD) -แคว้นกาตาลูญญา ประเทศสเปนเพิ่งจัดการลงประชามติเกี่ยวกับการแยกตัวเป็นอิสระ ผลปรากฎว่า มีประชาชนสนับสนุนมากถึงร้อยละ 90 แม้เป็นการลงประชามติที่ขัดรัฐธรรมนูญและไม่มีผลใดๆ แต่นี่ถือเป็นเสียงเตือนว่า สเปนอาจต้องเผชิญกับความไร้เสถียรภาพในเวลาข้างหน้า และสิ่งที่น่ากังวลกว่าก็คือ การเรียกร้องแยกตัวเป็นอิสระอาจขยายไปยังประเทศต่างๆในยุโรป ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความเป็นเอกภาพของอียู
ความไร้เสถียรภาพในสเปนเดินสวนกับเป้าหมายและอุดมการณ์ของอียู - ảnh 1การเดินขบวนประท้วงในสเปนเกี่ยวกับการลงประชามติของแคว้นกาตาลูญญา (Photo Getty)

ตัวเลขต่างๆที่ออกมาในผลการลงประชามติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมของแคว้นกาตาลูญญาได้สะท้อนให้เห็นถึงหลายอย่าง ในจำนวนผู้มีสิทธิ์ลงประชามติ 5.3 ล้านคน มีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ 2.2 ล้านคนและมีร้อยละ 90 ที่สนับสนุนให้แคว้นกาตาลูญญาแยกตัวเป็นรัฐเอกราช ส่วนผู้คัดค้านมีเพียงร้อยละ 8 เท่านั้น แม้ศาลรัฐธรรมนูญของสเปนไม่อนุญาตให้ทางการท้องถิ่นจัดการลงประชามติดังกล่าวและรัฐบาลกลางไม่ยอมรับผลการลงประชามติแต่ตัวเลขดังกล่าวได้สะท้อนความคาดหวังเกี่ยวกับเอกราชของชาวคาตาลัน

ความเสี่ยงวิกฤตทางการเมืองที่ยืดเยื้อยาวนาน

สิ่งที่น่าสนใจในการลงประชามติครั้งนี้ซึ่งแตกต่างจากครั้งก่อนก็คือ บรรยากาศการลงประชามติที่เต็มไปด้วยการใช้ความรุนแรง นับตั้งแต่ที่แคว้นกาตาลูญญาวางแผนจัดการลงประชามติ ทางการสเปนได้เตือนว่า จะทำทุกอย่างเพื่อขัดขวางการลงประชามติที่ “ละเมิดรัฐธรรมนูญ” ในทางกลับกัน ชาวกาตาลูญญานับหมื่นคนได้เดินขบวนสนับสนุนการลงประชามติ ชูธงเอกราชและรวมทั้งปักหลักตามจุดเลือกตั้งจนมีการปะทะกับตำรวจในขณะออกไปลงประชามติ ซึ่งได้ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บราว 840 คน แม้จะถูกขัดขวางแต่ยังมีผู้เข้าร่วมลงประชามติกว่า 2.2 ล้านคนจากจำนวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิ์ 5.3 ล้านคน ซึ่งไม่รวมผู้ที่ถูกตำรวจจับ นี่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า ฝ่ายที่มุ่งทำการแยกตัวได้ประสบความสำเร็จเพราะสามารถโน้มน้าวให้ชาวคาตาลันเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

ผู้บริหารของแคว้นกาตาลูญญาได้กล่าวตำหนิกองกำลังตำรวจสเปนและยืนยันว่า จะส่งผลการลงประชามติครั้งนี้ให้กับสภาแคว้นเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป ส่วนรัฐบาลกลางสเปนให้คำมั่นว่า จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความเป็นเอกภาพและบูรณะภาพแห่งดินแดนของประเทศ ส่วนคณะอัยการสเปนกำลังพิจารณาการดำเนินคดีทางอาญาต่อผู้บริหารแคว้นกาตาลูญญาเนื่องจากได้ละเมิดคำสั่งของศาลที่ห้ามตั้งจุดเลือกตั้งในโรงเรียนและสำนักงานของรัฐ นักวิเคราะห์เผยว่า ความตึงเครียดในปัจจุบันอาจส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างทางการสเปนกับทางการท้องถิ่นทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจส่งผลให้เกิดวิกฤตทางการเมืองที่ยืดเยื้อในสเปน

สาเหตุผลักดันแนวโน้มการแยกตัว

แคว้นกาตาลูญญาเป็นแคว้นที่มีการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสเปน ซึ่งครอบคลุม 4 จังหวัดใหญ่ของสเปนคือ บาร์เซโลน่า คิโรน่า ไลดาและตาราโกนา โดยมีเมืองเอกคือบาร์เซโลน่า แคว้นกาตาลูญญามีประชากร 7.5 ล้านคนและมีเศรษฐกิจที่คึกคัก มีจีดีพีกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 20 ของจีดีพีประเทศและร้อยละ 25 ของมูลค่าการส่งออกของสเปน

ในหลายปีมานี้ สเปนเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย การขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นและอัตราคนว่างงานในระดับสูง ทางการปกครองท้องถิ่นไม่ยอมรับนโยบายรัดเข็มขัดของอียูและยูโรโซน นอกจากนี้การที่ต้องร่วมแบกรับภาระการชำระหนี้และปฏิบัตินโยบายสำหรับผู้อพยพของยุโรปก็เป็นเหตุผลที่เร่งเร้าให้ชาวคาตาลันสนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระ นอกจากนั้น ภาษาและมรดกวัฒนธรรมก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ชาวคาตาลันมุ่งหวังจะแยกตัวเป็นรัฐเอกราช ตลอดจนการที่ชาวคาตาลันไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญสเปนเมื่อ 7 ปีก่อนที่ยกเลิกหรือแก้ไขบางส่วนของกฎหมายการปกครองตนเองของแคว้นกาตาลูญญา ซึ่งส่งผลให้สิทธิการปกครองตนเองของพวกเขาไม่ได้รับการขยายเหมือนความคาดหวัง

ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของอียู

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า เมื่อมองในแง่ของกฎหมาย การลงประชามติของแคว้นกาตาลูญญาไม่ชอบธรรมเพราะตามรัฐธรรมนูญสเปน มีเพียงรัฐบาลกลางเท่านั้นที่มีสิทธิ์จัดการลงประชามติ และตามกฎหมายสากล คือกฎหมายของสหภาพยุโรปหรืออียู ไม่มีข้อกำหนดด้านนิตินัยที่เปิดทางให้แก่การลงประชามติเหมือนที่แคว้นกาตาลูญญาจัดขึ้น ศาลรัฐธรรมนูญและทางการสเปนยืนยันอยู่เสมอว่า การลงประชามติในแคว้นกาตาลูญญาเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญและเดินสวนกับเป้าหมายและอุดมการณ์ของอียู แต่อย่างไรก็ตาม หลังการลงประชามติครั้งนี้ แน่นอนว่า ทางการส่วนกลางสเปนต้องมีมาตรการไกล่เกลี่ยด้านผลประโยชน์เพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศ ส่วนในขอบเขตที่กว้างกว่านั้น จากเรื่องแคว้นกาตาลูญญา ผู้นำอียูก็ต้องคำนึงถึงมาตรการต่างๆเพื่อจำกัดแนวโน้มการแยกตัวเป็นอิสระที่อาดบานปลาย ซึ่งจะสร้างความท้าทายต่ออธิปไตยของหลายประเทศในยุโรป วิกฤตในสเปนอาจเป็นการจุดกระแสการแยกตัวเป็นรัฐเอกราชในภูมิภาค เช่น เกาะกอร์สที่ฝรั่งเศส นิคมอุตสาหกรรมที่พัฒนาในภาคเหนือของอิตาลี เขตแฟลนเดอร์และวาโลเนียของเบลเยี่ยม และหมู่เกาะแฟโรของเดนมาร์ก ความไร้เสถียรภาพในสเปนจะเป็นวิกฤตของทั้งกลุ่มอียู และที่น่าห่วงคือมันอาจกลายเป็นปรากฎการณ์โดมิโนของการแยกตัวเป็นอิสระและการถอนตัวออกจากอียูเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด