คำวินิจฉัยที่มีความหมายทางประวัตศาสตร์

(VOVworld)ประเด็นหลักๆในกรณีที่ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องจีนเรื่องคำเรียกร้อง เส้นประ 9 เส้น คือสิทธิทางประวัติศาสตร์ในทะเลตะวันออกและระเบียบเกาะต่างๆได้ถูกศาลประจำอนุญาโตตุลาการตีความอย่างชัดเจนผ่านคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมปี 2016 ซึ่งได้รับการชื่นชมจากประชามติโลก

(VOVworld)ประเด็นหลักๆในกรณีที่ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องจีนเรื่องคำเรียกร้อง เส้นประ 9 เส้น คือสิทธิทางประวัติศาสตร์ในทะเลตะวันออกและระเบียบเกาะต่างๆได้ถูกศาลประจำอนุญาโตตุลาการตีความอย่างชัดเจนผ่านคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมปี 2016 ซึ่งได้รับการชื่นชมจากประชามติโลก

คำวินิจฉัยที่มีความหมายทางประวัตศาสตร์ - ảnh 1
ตัวแทนของทุกฝ่ายที่เข้าร่วมคดีฟ้องร้องในศาลฯ (PCA)

ศาลประจำอนุญาโตตุลาการหรือพีซีเอที่ถูกจัดตั้งตามภาคผนวกที่ 7 ของอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลหรือ UNCLOS ในกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ปฏิเสธคำเรียกร้อง “เส้นประ 9 เส้น” เกี่ยวกับอธิปไตยของจีนในทะเลตะวันออก คำวินิจฉัยของศาลฯมีความหมายทางประวัติศาสตร์ไม่เพียงแต่ต่อการพิพาทอธิปไตยในทะเลตะวันออกเท่านั้น หากยังกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สำคัญต่อกฎหมายทะเลสากลอีกด้วย
ปฏิเสธสิ่งที่เรียกว่า
สิทธิทางประวัติศาสตร์ ของจีนในทะเลตะวันออก
นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน จีนไม่เคยมีคำอธิบายหรือมีพื้นฐานทางนิตินัยอย่างเป็นทางการใดๆต่อข้อเรียกร้องอธิปไตยในทะเลตะวันออกเกี่ยวกับ “เส้นประ 9 เส้น” มีแต่เพียงการย้ำถึง “สิทธิทางประวัติศาสตร์” ของตนในทะเลตะวันออกเหนือเขตเส้นประ 9 เส้นเท่านั้น แต่คำวินิจฉัยของศาลประจำอนุญาโตตุลาการได้ปฏิเสธคำเรียกร้อง “เส้นประ 9 เส้น” พร้อมทั้งยืนยันว่า ไม่มีหลักฐานทางนิตินัยใดๆเพื่อให้จีนเรียกร้องอธิปไตยประวัติศาสตร์ในน่านน้ำของเขต “เส้นประ 9 เส้น”  ซึ่งเกินกว่าสิทธิตามอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลหรือ UNCLOS พีซีเอยังสรุปว่า ไม่มีโครงสร้างทางกายภาพใดๆในหมู่เกาะเจื่องซาหรือสเปรตลีย์ที่ทำให้จีนมีสิทธิ์กำหนดเขตเศรษฐกิจจำเพาะในพื้นที่ดังกล่าว ควบคู่กันนั้น พีซีเอยังยืนยันว่า จีนได้สร้างความเสียหายที่ไม่สามารถฟื้นฟูได้ต่อระบบแนวปะการังในหมู่เกาะเจื่องซาหรือสเปรตลีย์ ถึงแม้นี่ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่ “สิทธิทางประวัติศาสตร์” ถูกยื่นเสนอต่อศาลระหว่างประเทศ แต่การที่ศาลประจำอนุญาโตตุลาการประกาศว่า คำเรียกร้อง “สิทธิทางประวัติศาสตร์” ของจีนไม่สอดคล้องกับ UNCLOS คือพื้นฐานทางกฎหมายสำคัญและมีอำนาจเพื่อปฏิเสธข้อเรียกร้องที่เฟ้อฝันบนพื้นฐานประวัติศาสตร์ที่จีนเสนอ สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ พีซีเอได้ตีความที่ชัดเจนต่อความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิ์นี้กับกฎหมายทางทะเลในปัจจุบัน ซึ่งถูกระบุใน UNCLOS และปฏิเสธทัศนะของจีนที่ว่า “สิทธิทางประวัติศาสตร์” ในทะเลตะวันออกมีมาก่อน UNCLOS

คำวินิจฉัยที่มีความหมายทางประวัตศาสตร์ - ảnh 2
รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์กล่าวปราศรัยในศาลฯ (PCA)

บรรทัดฐานทางนิตินัยระหว่างประเทศ
คำวินิจฉัยของพีซีเอว่า ด้วยกฎระเบียเกี่ยวกับเกาะที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางกายภาพในหมู่เกาะเจื่องซาหรือสเปรตลีย์ตามมาตรา 121 UNCLOS จะเป็นเสียงพูดที่มีอำนาจเพื่อปฏิเสธคำเรียกร้องของจีนเหนือหมู่เกาะเจื่องซาหรือสเปรตลีย์อย่างแน่นอน พีซีเอได้ยืนยันว่า โครงสร้างทางกายภาพที่ประกอบด้วย หว่างคัน ซูบี  Gaven ตือเหงีย ก๋อไมและ จื๋อเถิบ ไม่ใช่เกาะ ดังนั้นจึงไม่สามารถได้รับสิทธิ์มีทะเลอาณาเขต 200 ไมล์ทะเลตาม UNCLOS นี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มาตรา 121 ของ UNCLOS ถูกตีความอย่างชัดเจนซึ่งจะเป็นบรรทัดฐานให้ทุกประเทศปฏิบัติตาม โดยเฉพาะประเทศที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทะเลตะวันออกจะต้องปฏิบัติเพื่อกำหนดเขตทะเลที่ตนมีสิทธิ์ตามบรรทัดฐานนี้และปฏิบัติตามอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับกฎหมายทางทะเลอย่างมีภาวะวิสัย คำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมของพีซีเอได้ยืนยันถึงแนวโน้มและบทบาทของศาลอนุญาโตตุลาการในการแก้ไขการพิพาทที่ซับซ้อนทางทะเล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการไม่จำกัดสิทธิและทางเลือกของประเทศต่างๆในการแสวงหามาตรการแก้ไขปัญหาการพิพาทอย่างสันติ
ปฏิบัติตามกฎหมายสากลคือพื้นฐานสันติภาพ
ในฐานะเป็นฝ่ายโจทก์ของคดี หลังจากพีซีเอออกคำวินิจฉัย รัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ยืนยันถึงคำมั่นที่เข้มแข็งในการให้ความเคารพคำวินิจฉัย ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายสำคัญ เป็นหนึ่งในส่วนร่วมที่เป็นรูปธรรมเพื่อแก้ไขการพิพาทที่กำลังเกิดขึ้นในทะเลตะวันออก นาย Perfecto Yasay รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ได้ย้ำว่า ฟิลิปปินส์จะรายงานอย่างชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปเพื่อค้ำประกันว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวจะได้รับการปฏิบัติอย่างสันติ ส่วนนาย เบนิกโน อากิโน อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ได้แสดงความเห็นว่า คำวินิจฉัยของพีซีเอได้สร้างความชัดเจนให้แก่เขตทะเลตะวันออก ช่วยให้ประเทศที่มีการพิพาทสามารถร่วมกันเจรจาเพื่อมุ่งสู่มาตรการแก้ปัญหาอย่างสันติ
ในขณะเดียวกัน ศาสตรจารย์ Alexander Vuvinh จากศูนย์วิจัยความมั่นคงเอเชียแปซิฟิกได้ย้ำว่า คำวินิจฉัยของพีซีเอเป็นนิมิตหมายที่ยิ่งใหญ่ในการแก้ไขการพิพาทในทะเลตะวันออก ส่วนนาย โดนัล ทัส ประธานสภายุโรปได้แสดงความหวังว่า คำวินิจฉัยของพีซีเอจะได้รับการปฏิบัติเพื่อสร้างพลังขับเคลื่อนที่เข้มแข็งในความพยายามแสวงหามาตรการแก้ปัญหาการพิพาทในทะเลตะวันออก ส่วนนาย Juie Bishop รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียได้ยืนยันว่า การปฏิบัติตามกฎหมายสากลจะเป็นพื้นฐานให้แก่สันติภาพ เสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออก.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด