ซีเรีย:เริ่มหมดหวังกับการเจรจาสันติภาพ

(VOVworld) –  หลังจากที่การเจรจาเพื่อแสวงหามาตรการสันติภาพให้แก่สงครามกลางเมืองในซีเรีย ที่ได้มีขึ้น ณ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อเร็วๆนี้ ประสบความล้มเหลว วงการนักวิเคราะห์ให้ข้อสังเกตุว่า ความชะงักงันนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ความหวังเกี่ยวกับก้าวกระโดดทางการเมืองผ่านการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติการพิพาทที่ยื้ดเยื้อในประเทศซีเรียใน๓ปีที่ผ่านมาเลือนลางไปเท่านั้นหากยังทำให้การปะทะในประเทศนี้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นอีกด้วย เพราะ ทั้งทางการซีเรียและฝ่ายต่อต้านจะพยายามเพิ่มแรงกดดันทางทหารอย่างแน่นอน

(VOVworld) –  หลังจากที่การเจรจาเพื่อแสวงหามาตรการสันติภาพให้แก่สงครามกลางเมืองในซีเรีย ที่ได้มีขึ้น ณ นครเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เมื่อเร็วๆนี้ ประสบความล้มเหลว วงการนักวิเคราะห์ให้ข้อสังเกตุว่า ความชะงักงันนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ความหวังเกี่ยวกับก้าวกระโดดทางการเมืองผ่านการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติการพิพาทที่ยื้ดเยื้อในประเทศซีเรียใน๓ปีที่ผ่านมาเลือนลางไปเท่านั้นหากยังทำให้การปะทะในประเทศนี้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นอีกด้วย เพราะ ทั้งทางการซีเรียและฝ่ายต่อต้านจะพยายามเพิ่มแรงกดดันทางทหารอย่างแน่นอน

ซีเรีย:เริ่มหมดหวังกับการเจรจาสันติภาพ - ảnh 1
รถถังของรัฐบาลซีเรีย(Photo:anninhthudo )

การที่ตัวแทนทางการดามัสกัสและฝ่ายต่อต้านในซีเรียยอมพบปะหารือบนโตะเจรจาเปิดความหวังเกี่ยวกับมาตรการสันติภาพเพื่อยุติสงครามกลางเมืองที่นองเลือดประเทศนี้ แต่ทุกความพยายามของประชาคมระหว่างประเทศต่างไม่ประสบความสำเร็จเพราะทั้งสองฝ่ายได้ยืนกรานจุดยืนของตนโดยทางการดามัสกัสถือการต่อต้านลัทธิก่อการร้ายต้องเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆ แต่ฝ่ายต่อต้านกลับถือว่า มาตรการสำคัญเพื่อยุติการปะทะคือ จัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนผ่านโดยไม่มีประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด

ความล้มเหลวถูกพยากรณ์ไว้แล้ว

ก่อนการเจรจา ผู้สันทัดกรณีจำนวนมากได้พยากรณ์ว่า การเจรจาสันติภาพเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยความท้าทายเพราะมีขึ้นในสภาวการณ์ที่ศักยภาพทางการทหารระหว่างกองทัพรัฐบาลซีเรียกับฝ่ายต่อต้านไม่เท่ากัน ในขณะที่กองทัพของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดกำลังได้เปรียบในสมรภูมิ  กองกำลังฝ่ายต่อต้านกลับมีความแตกแยกและส่อให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในที่ซับซ้อน ที่น่าสนใจคือ สองพันธมิตรใหญ่ของทางการดามัสกัสคืออิหร่านและรัสเซียก็เริ่มสนับสนุนอาวุธให้แก่ซีเรียโดย เตหะรานยังส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปช่วยเหลือรัฐบาลของนายอัสซาด ในขณะเดียวกัน โครงการช่วยเหลือในการฝึกอบรมและเพิ่มศักยภาพทางทหารให้แก่ฝ่ายต่อต้านในซีเรียของสหรัฐและประเทศตะวันตกเริ่มลดลง

นักวิชาการคนหนึ่งของสถาบันวิจัยปัญหาระหว่างประเทศและความมั่นคงของเยอรมนีให้ข้อสังเกตุว่า ความล้มเหลวของการเจรจาครั้งต่างๆในนครเจนีวาจะนำไปสู่การขยายปฏิบัติการทางทหารเพราะไม่มีฝ่ายใดอยากให้ตนเสียเปรียบในสมรภูมิโดยทางการของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดเห็นว่า พวกเขาได้หลุดพ้นจากแรงกดดันของบรรดาพันธมิตรในการหารือเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนผ่าน ฝ่ายต่อต้านกลับหวังว่า ความล้มเหลวของการเจรจาจะช่วยให้พวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากสหรัฐและประเทศตะวันตกมากขึ้น

การแทรกแซงทางทหารจะแทนที่มาตรการทางการทูต?

หลังจากที่การเจรจาประสบความล้มเหลว  สหรัฐได้ตำหนิรัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดที่จงใจขัดขวางความก้าวหน้าในการเจรจา ที่นครเจนีวา พร้อมทั้งกล่าวหาทางการดามัสกัสเพิ่มการโจมตีใส่ประชาชนผู้บริสุทธิ์และสหรัฐก็กำลังวางแผนผลักดันการแทรกแซงปัญหาของซีเรีย

ในการเยือนจีนเมื่อสัปดาห์ก่อน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐจอห์น แครีได้ยอมรับว่า วอชิงตันกำลังหารือเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนนโยบายที่มีต่อซีเรียและมาตรการทางทหารต่อซีเรียในปัจจุบันถือว่าเหมาะสม ส่วนเมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้พูกถึงแผนการทางทหารให้แก่วิกฤติในซีเรียโดยอ้างเหตุผลว่าการแทรกแซงทางทหารจะสามารถแก้ไขวิกฤติด้านมนุษยธรรมในซีเรียพร้องทั้งปราบปรามบุคคลก่อการร้ายได้  นอกจากนี้ ทางการของประธานาธิบดีบารัก โอบามาเห็นว่า การเร่งเตรียมแผนการโจมตีทางทหารจะสร้างแรงกดดันเพื่อให้ทางการของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาดยินยอมในมาตรการทางการทูต สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อสัปดาห์ก่อน ประธานาธิบดีสหรัฐ บารัก โอบามาได้มีการประชุมลับกับกษัตริย์อับดุลเลาะห์ที่แห่งจอร์แดน ณ ประเทศสหรัฐเพื่อหารือถึงปัญหาต่างๆในตะวันออกกลาง รวมทั้งซีเรียซึ่งตามนั้นเพื่อแลกกับวงเงินกู้และวงเงินช่วยเหลือ๑พัน๖ร้อยล้านเหรียญสหรัฐ จอร์แดนจะอนุญาตให้สหรัฐใช้ดินแดนของตน ถ้าสหรัฐเปิดการโจมตีทางทหารต่อซีเรีย และเพื่อปฏิบัติแผนการแทรกแซงซีเรีย สหรัฐจะสนับสนุนอาวุธให้แก่ฝ่ายต่อต้าน ช่วยให้พวกเขามีศักยภาพพอที่จะสามารถควบคุมเขตทิศใต้ของกรุงดามัสกัสเพื่อเอื้อให้แก่การเปิดการโจมตีทางทหารบดขยี้กองทัพรัฐบาล
จากการที่เมื่อเร็วๆนี้ ซาอุดิ อารเบียร์ซึ่งเป็นประเทศที่หนุนหลังฝ่ายต่อต้านในซีเรียมาตลอดก็ได้ขยายการช่วยเหลือด้านอาวุธที่ทันสมัยให้แก่ฝ่ายต่อต้าน รวมทั้งระบบขีปนาวุธต่อต้านอากาศยานชนิดแบกบ่าซึ่งเป็นสิ่งที่ทำเนียบขาวประท้วงอยู่เสมอเมื่อก่อนนี้เพราะกลัวว่า อาวุธชนิดนี้อาจจะตกอยู่ในมือของเครือข่ายก่อการร้ายอัลกอร์ อีดะ บวกกับการเยือนซาอุดิ อารเบียร์ของประธานาธิบดีสหรัฐในเร็วๆนี้ ประชามติสามารถพยากรณ์ได้กว่าแผนการแทรกแซงทางทหารเข้าซีเรียที่อาจจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้  ในขณะเดียวกัน อังกฤษก็เร่งรัดคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติควรมีปฏิบัติการทันทีเพื่อยุติวิกฤติด้านมนุษยธรรมในซีเรียและความล้มเหลวของการเจรจาครั้งต่างๆที่ผ่านมายิ่งทำให้ประชาคมระหว่างประเทศต้องมีท่าทีแทรกแซงอย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น ทั้งนี้และทั้งนั้น สงครามกลางเมืองในซีเรียจะมีความผันผวนที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน./.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด