นโยบายการคุ้มครองการเกษตรของสหรัฐสร้างความเดือดร้อนให้แก่การส่งออกปลาสวายของเวียดนาม

(VOVworld) – เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ปี 2014 รัฐสภาสหรัฐได้อนุมัติรัฐบัญญัติว่าด้วยฟาร์มเกษตรหรือ FarmBill ซึ่งมีมาตราที่คุ้มครองการเกษตรภายในประเทศที่จำส่งผลให้มูลค่าการส่งออกปลาสวายของเวียดนามไปยังตลาดสหรัฐลดลงแต่อาจจะส่งผลให้เกษตรกรเลี้ยงปลาสวายรายย่อยบางส่วนในเขาที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงเวียดนามต้องเลิกทำอาชีพดังกล่าว

(VOVworld) – เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ปี 2014 รัฐสภาสหรัฐได้อนุมัติรัฐบัญญัติว่าด้วยฟาร์มเกษตรหรือ FarmBill ซึ่งมีมาตราที่คุ้มครองการเกษตรภายในประเทศที่จำส่งผลให้มูลค่าการส่งออกปลาสวายของเวียดนามไปยังตลาดสหรัฐลดลงแต่อาจจะส่งผลให้เกษตรกรเลี้ยงปลาสวายรายย่อยบางส่วนในเขาที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงเวียดนามต้องเลิกทำอาชีพดังกล่าว          

นโยบายการคุ้มครองการเกษตรของสหรัฐสร้างความเดือดร้อนให้แก่การส่งออกปลาสวายของเวียดนาม  - ảnh 1
ตามรัฐบัญญัติ FarmBill ที่เพิ่งประกาศเมื่อเร็วๆนี้ ปลาสวายเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะถูกกีดขวางจากกำแพงเทคนิกใหม่ๆที่กระทรวงการเกษตรสหรัฐจะประกาศในอีกสองเดือนข้างหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งกระทรวงการเกษตสหรัฐจะรับหน้าที่ตรวจสอบกลุ่มปลาที่ไม่มีเกล็ด รวมทั้งปลาบาซาและปลาสวายของเวียดนามแทนสำนักงานควบคุมอาหารและยาสหรัฐหรือ FDA โดยไม่เพียงแต่ควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารเท่านั้น หากยังจะตรวจสอบสถานที่เลี้ยงปลาสวายอีกด้วย คาดว่า ทางกระทรวงเกษตรสหรัฐจะเรียกร้องให้เกษตรกรเวียดนามปรับปรุงบ่อเลี้ยงปลาสวายให้ได้ตามมาตรฐานของสหรัฐในปัจจุบัน
            รัฐบัญญัติ FarmBill ถือเป็นการเพิ่มการคุ้มครองผลิตภัณฑ์การเกษตรของสหรัฐ
            ตามรัฐบัญญัติ FarmBill กระทรวงการเกษตรสหรัฐจะกำหนดให้ปลาที่ไม่มีเกล็ดของประเทศที่ส่งออกมายังสหรัฐต้องได้มาตรฐานเหมือนสินค้าประเภทนี้ในประเทศสหรัฐ ตั้งแต่การเพาะเลี้ยง คุณภาพ บรรจุภัณฑ์และการส่งออก  ซึ่งหมายความว่า เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาที่ไม่มีเกล็ดของประเทศต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงเกษตรกรที่เลี้ยงปลาสวายในเวียดนามต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและเสียเงินมากขึ้นเพื่อติดตั้งระบบการเลี้ยงให้ได้เหมือนมาตรฐานของประเทศสหรัฐ ส่วนระเบียบการตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าของสหรัฐ เช่น การเลี้ยงในประเทศอื่นๆ ต้องตอบสนองมาตรฐานสหรัฐก็ถือว่ายากที่จะทำได้ในขณะที่การตรวจสอบดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหาร ซึ่งสหรัฐมักจะใช้เป็นเหตุผลเพื่อขัดขวางปลาสวายที่ส่งออกไปยังตลาดสหรัฐในเวลาที่ผ่านมา ซึ่งกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า ผู้เลี้ยงปลาที่ไม่มีเกล็ด ณ หรัฐเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากรัฐบัญญัติดังกล่าว เวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศส่งออกปลาที่ไม่มีเกล็ดไปยังตลาดสหรัฐเกือบร้อยละ 30 ถือเป็น 1 ในประเทศที่จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากรัฐบัญญัติดังกล่าว นายเจืองดิ่งแห่ว รองเลขาธิการสมาพันธ์แปรรูปและส่งออกสัตว์น้ำเวียดนามหรือ VASEP เผยว่า “การส่งออกปลาสวายของเวียดนามกำลังประสบกับอุปสรรคเนื่องจากการลดลงของตลาดหลักต่างๆและการรับมือกับปัญหาต่อต้านการขายทุ่มตลาดในสหรัฐ นอกจากนี้ แหล่งพันธุ์ปลาภายในประเทศยังมีความผันผวนเป็นอย่างมากและราคาตกต่ำ ซึ่งไม่สามารถช่วยแก้ความเดือดร้อนให้แก่ผู้เลี้ยงปลาสวายเวียดนามได้           
นโยบายการคุ้มครองการเกษตรของสหรัฐสร้างความเดือดร้อนให้แก่การส่งออกปลาสวายของเวียดนาม  - ảnh 2
การส่งออกสัตว์น้ำไปยังตลาดสหรัฐอาจจะชงักงันลง
ความท้าทายสำหรับหน่วยงานสัตว์น้ำของเวียดนาม
            เพื่อสามารถส่งออกไปยังตลาดสหรัฐ บ่อเลี้ยงและโรงงานแปรรูปปลาสวายของเวียดนามต้องทำการปรับปรุงและอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวดตามมาตรฐานสหรัฐ ในด้านหลักการ กระทรวงการเกษตรสหรัฐจะประกาศเงื่อนไขที่เป็นรูปธรรมเพื่อปฏิบัติรัฐบัญญัติ FarmBill ภายในเวลา 60 วันนับตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ปี 2014 เป็นต้นไป แต่มาตรฐานสำหรับการผลิต การแปรรูปและการหิบห่อในสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศพัฒนาอาจจะทำได้ไม่ง่ายนักสำหรับประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างเวียดนาม โดยเฉพาะสำหรับเกษตรกรที่เลี้ยงปลาสวายในเวียดนาม
            ถึงแม้ว่าหน่วยงานแปรรูปอาหารเพื่อการส่งออกของเวียดนามได้คาดการณ์และเตรียมพร้อมแต่เมื่อกฎหมาย FarmBill มีผลบังคับใช้ เวียดนามจะต้องรับมือกับความลำบากบางอย่างในระยะแรกและการส่งออกสัตว์น้ำไปยังตลาดสหรัฐอาจจะชงักงันลง นั่นคือความท้าทายที่หน่วยงานส่งออกสัตว์น้ำของเวียดนามต้องฝันฝ่าและต้องผลักดันการปรับงค์ประกอบการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดการค้าโลก นายเหงียนหิวหยุง รองประธานสมาพันธ์แปรรูปและส่งออกสัตว์น้ำเวียดนามหรือ VASEP กล่าวว่า            “การเปิดเผยข้อมูลสินค้าเป็นเรื่องที่จำเป็นเพราะทำให้สถานประกอบการเตรียมพร้อมในทุกด้าน เช่น ต้องระบุยี่ห้อ ส่วนประกอบ บาร์โค้ดกับความปลอดภัยด้านอาหารในผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคตัดสินใจ นอกจากนี้ ชุมชนสถานประกอบการต้องรับทราบข้อมูลข่าวสารเพื่อหลีกเลี่ยงกรณีอื้อฉาวหรือการให้ข่าวในทางเสียหายต่อผลิตภัณฑ์ปลาสวายเวียดนาม
            ปี 2013 มูลค่าการส่งออกปลาสวายของเวียดนามไปยังตลาดโลกได้บรรลุ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสหรัฐเป็นตลาดที่นำเข้าร้อยละ 27 -33  และในเวลาที่ผ่านมา เวียดนามได้สนับสนุนให้เกษตรกรและสถานประกอบการเลี้ยงสัตว์น้ำตามมาตรฐานต่างๆ เช่น VietGAP GlobalGAP และ ASC ถ้าหากมีการปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสมในเรื่องการควบคุม การส่งออกและการรับรอง ปลาสวายเวียดนามจะสามารถตอบสนองเงื่อนไขการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐได้อย่างแน่นอน ดังนั้น ปัจจุบันสถานประกอบการเวียดนามกำลังร่างและปฏิบัติแผนการเพื่อรับมือกับข้อกำหนดใหม่ๆของรัฐบัญญัติ FarmBill 2014 และรักษาสถานะเป็นผู้ส่งออกปลาสวายอันดับหนึ่งในตลาดสหรัฐให้มีความมั่นคง./.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด