พยายามป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นต่อไป

(VOVWORLD) - วันที่ 21 พฤศจิกายน ในกรอบการประชุมสภาแห่งชาติครั้งที่ 4 สมัยที่ 14 สมาชิกสภาแห่งชาติจะหารือเกี่ยวกับร่างกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น เพื่อใช้แทนกฎหมายฉบับเก่าที่บังคับใช้มากว่า 10 ปี ก่อนหน้านั้น ในการตอบกระทู้ถามสมาชิกสภาแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ได้ยืนยันว่า จะไม่มีการละเว้นใครในการดำเนินคดีทุจริตคอรัปชั่น ซึ่งท่าทีนี้ได้แสดงให้เห็นอีกครั้งถึงความมุ่งมั่นของเวียดนามในการจัดทำกลไกป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นในทุกด้านและกว้างลึกมากขึ้น
พยายามป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นต่อไป - ảnh 1นายกรัฐมนตรีเหงียนซซนฟุกตอบกระทู้ถามในการประชุมสภาแห่งชาติ 

 

ภายหลัง 10 ปีที่บังคับใช้กฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นปี 2005 งานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นได้บรรลุผลงานที่สำคัญในหลายด้าน มีส่วนร่วมยกระดับประสิทธิภาพในการบริหารภาครัฐ จนทำให้ประชาคมโลกชื่นชมและรับทราบความพยายามของเวียดนามในการปฏิบัติงานในด้านนี้ในกรอบปฏิบัติอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นที่เวียดนามเป็นสมาชิกและฟอรั่มระหว่างประเทศอื่นๆ

ตอบสนองความต้องการจากสถานการณ์ที่เป็นจริง

กฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นปี 2005 ได้ช่วยสร้างกรอบกลไกการปฏิบัติที่มีความเปิดเผยและโปร่งใส การลงโทษผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้องถึงการทุจริตคอรัปชั่นและทรัพย์สินที่ได้จากการทุจริตก็ได้รับความสนใจเป็นพิเศษและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ที่น่าสนใจคือ นับตั้งแต่หลังการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 12 จนถึงปัจจุบัน  มีเจ้าหน้าที่ข้าราชการและผู้บริหารของสถานประกอบการภาครัฐหลายคนถูกลงโทษ รวมทั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ซึ่งผลงานนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงทัศนะ “ลงโทษทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชั่นโดยไม่มีกรณีละเว้น” ที่ถูกระบุในมติฉบับต่างๆของพรรค และนายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุกได้ยืนยันอีกครั้งถึงสิ่งนี้ในการตอบกระทู้ถามของสมาชิกสภาแห่งชาติเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา “จะไม่มีการละเว้นใครในการลงโทษและดำเนินคดีทุจริตคอรัปชั่น ดังนั้น ระบบบังคับใช้กฎหมายต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดกับระบบตุลาการเพื่อร่วมมือกับทางการปกครองและหน่วยงานทุกระดับลงโทษกรณีละเมิดกฎหมายอย่างทันการณ์และเด็ดขาดเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจมากขึ้น ผมคิดว่า พวกเราต้องเปิดเผยผลงานนี้ในการประชุมสภาแห่งชาติ”

ถึงแม้เวียดนามได้บรรลุผลงานที่น่ายินดีในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น แต่ก็เช่นเดียวกับหลายๆประเทศ สถานการณ์การทุจริตคอรัปชั่นยังคงผันผวนอย่างซับซ้อน  เนื่องจากกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นยังมีข้อจำกัด รวมทั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับความเปิดเผยและความโปร่งใสยังคงขาดมาตรการค้ำประกันการปฏิบัติ ข้อกำหนดเกี่ยวกับกลไกการค้นหาการทุจริตคอรัปชั่นผ่านการตรวจตรา ตรวจสอบและตรวจเงินแผ่นดินยังไม่เหมาะสมและยังไม่สามารถส่งเสริมบทบาทและความรับผิดชอบของสำนักงานแต่ละแห่ง

พยายามป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นต่อไป - ảnh 2นาย เลมิงขาย หัวหน้าสำนักงานตรวจตราของรัฐบาล (Pháp luật VN)

สร้างกลไกการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นในทุกด้านและกว้างลึก

หน้าที่หลักของร่างกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นคือการสร้างกลไกป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นในทุกด้านและกว้างลึก เพื่อมีส่วนร่วมสร้างกลไกบริหารภาครัฐและบริหารสังคมที่เปิดเผยและโปร่งใสเพื่อ “ไม่สามารถทุจริตคอรัปชั่นได้” อีกทั้งสร้างกรอบทางนิตินัยอย่างพร้อมเพรียงให้แก่การค้นหาและลงโทษผู้กระทำผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องถึงการทุจริตคอรัปชั่นเพื่อ “ไม่ให้กล้าทุจริตคอรัปชั่น” สำหรับปัญหานี้ นาย เลมิงขาย หัวหน้าสำนักงานตรวจตราของรัฐบาลได้เผยว่า “ใน 129 มาตราของร่างกฎหมายการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ได้มีการคงไว้ 7 มาตราของปี 2005 แก้ไข 73 มาตราและเพิ่มเติม 49 มาตรา ในร่างกฎหมาย มีเครื่องมือใหม่ โดยเฉพาะการขยายขอบเขตเป้าหมาย ในการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่น และเน้นการป้องกันเป็นหลัก ดังนั้น พวกเราต้องจัดทำกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่อยากทุจริตไม่สามารถทำการทุจริตได้ พวกเราให้ความสนใจเป็นอย่างมากถึงมาตรการป้องกัน ผ่านเครื่องมือต่างๆ เช่นการจัดทำกลไกการทำงานที่รัดกุม เปิดเผย โปร่งใสและผลัดเปลี่ยนย้ายตำแหน่ง”

เพื่อสร้างความพร้อมเพรียงในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น ร่างกฎหมายที่ถูกยื่นเสนอต่อที่ประชุมสภาแห่งชาติครั้งที่ 4 ได้รับการแก้ไขตามแนวทางที่สอดคล้องกับกฎหมายสำคัญๆที่เกี่ยวข้อง เช่นกฎหมายงบประมาณแผ่นดิน กฎหมายการลงทุน กฎหมายการลงทุนภาครัฐ กฎหมายสถานประกอบการ ประมวลกฎหมายอาญาและประมวลกฎหมายแพ่ง เป็นต้น ตลอดจนข้อเสนอแนะของการประเมินการบังคับใช้อนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น เน้นถึงมาตรการเปลี่ยนแปลงใหม่ในทุกด้านเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น

การแก้ไขกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นอย่างรอบด้านคือสิ่งที่จำเป็นต่อความต้องการจากสถานการณ์ที่เป็นจริง ที่ส่งผลกระทบสำคัญต่อเสถียรภาพและการพัฒนาของประเทศ สิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นในเวลาที่จะถึง และมุ่งสู่การจัดทำกลไกการป้องกันการทุจริตคอรัปชั่นในทุกด้านและกว้างลึกมากขึ้น.

ยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่นยังมีข้อจำกัด รวมทั้งข้อกำหนดเกี่ยวกับความเปิดเผยและความโปร่งใสยังคงขาดมาตรการค้ำประกันการปฏิบัติ ข้อกำหนดเกี่ยวกับกลไกการค้นหาการทุจริตคอรัปชั่นผ่านการตรวจตรา ตรวจสอบและตรวจเงินแผ่นดินยังไม่เหมาะสมและยังไม่สามารถส่งเสริมบทบาทและความรับผิดชอบของสำนักงานแต่ละแห่ง.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด