สิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจ-ก้าวเดินใหม่ของสิทธิมนุษยชน

(VOVWORLD) - ท่านผู้ฟังคะ 72 ปีได้ผ่านพ้นไปนับตั้งแต่สิทธิมนุษยชนได้รับการกล่าวถึงในปฏิญญาเอกราชที่ประกาศ ณ จัตุรัสบาดิ่งห์ในวันชาติเวียดนาม 2 กันยายนปี 1945 แนวคิดของประธานโฮจิมินห์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนยังคงมีความหมายพิเศษอย่างลึกซึ้ง ได้รับการสานต่อและพัฒนาในรัฐธรรมนูญหลายฉบับของเวียดนามในปีต่อๆไป  ในสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจได้มีก้าวเดินใหม่ เปิดเผยมากขึ้นและถูกแปรอย่างเป็นรูปธรรมผ่านกฎหมายฉบับต่างๆ
สิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจ-ก้าวเดินใหม่ของสิทธิมนุษยชน - ảnh 1กรรมกรในโรงงานสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป (vietnamplus) 

แนวคิดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในเวียดนามถูกกล่าวถึงอย่างเป็นทางการครั้งแรกและเป็นรูปธรรมที่สุดในปฏิญญาเอกราชอันเป็นการก่อตั้งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามเมื่อวันที่ 2 กันยายนปี 1945 หลังจากนั้น สิทธิมนุษยชนถูกยืนยันและขยายในรัฐธรรมนูญปี 1959 1980 และ 1992 รัฐธรรมนูญปี 2001 ฉบับแก้ไขและเพิ่มเติมและรัฐธรรมนูญปี 2013

สิทธิมนุษยชนถูกแปรอย่างเป็นรูปธรรมเป็นสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจ

สิทธิมนุษยชนถูกแปรอย่างเป็นรูปธรรมในสิทธิต่างๆ รวมทั้งนับเป็นครั้งแรกที่สิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจถูกระบุในรัฐธรรมนูญปี 1992 ถึงแม้ยังมีข้อจำกัดในด้านขอบเขตเสรีภาพในการประกอบธุรกิจเมื่อเจ้าของมีสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจในด้านที่กฎหมายอนุญาติเท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับทัศนะในการบริหารเศรษฐกิจในสมัยก่อน นี่ถือเป็นก้าวเดินสำคัญพิเศษในการรับทราบสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจในเวียดนาม โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญปี 2013 ได้รับทราบสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจคือหนึ่งในสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชน ดร. เหงียนวันเกือง หัวหน้าสถาบันวิทยาศาสตร์นิตินัยของกระทรวงยุติธรรมได้วิเคราะห์ว่า “เมื่อถือเสรีภาพในการประกอบธุรกิจคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งหมายความว่า สิทธิของมนุษย์ รวมทั้งเสรีภาพในการประกอบธุรกิจได้รับการรับรอง ให้ความเคารพ ปกป้องและค้ำประกันจากรัฐ โดยการให้ความเคารพ ปกป้องและค้ำประกันสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจก่อนอื่นคือความรับผิดชอบของรัฐ ส่วนประชาชนได้รับสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจนั้น”

ในข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญปี 2013 สิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจถูกแปรให้เป็นรูปธรรมในระบบกฎหมายประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะเอกสารกฎหมายต้นฉบับ ซึ่งส่งผลเป็นอย่างมากต่อสถานประกอบการ เช่นกฎหมายสถานประกอบการ 2014 กฎหมายการลงทุน 2014 และกฎหมายการลงทุนฉบับแก้ไขและเพิ่มเติมปี 2016  โดยสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจได้รับการเข้าถึงตามแนวทางการปฏิรูประเบียบราชการ ขั้นตอนการออกใบอนุญาต ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับเงื่อนไขการประกอบธุรกิจ ขยายกลุ่มสิทธิการตัดสินใจด้วยตนเองของสถานประกอบการ นับเป็นครั้งแรกที่ รายการแขนงอาชีพที่ห้ามประกอบธุรกิจ หรือต้องประกอบธุรกิจโดยมีเงื่อนไขได้รับการรวบรวมในกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดเกี่ยวกับความโปร่งใสในนโยบายและได้รับการคาดหวังว่า จะแก้ไขการประกาศเงื่อนไขการประกอบธุรกิจที่ไม่สามารถควบคุมได้และแก้ปัญหาที่จุดที่ยังไม่สมเหตุสมผล หรือข้อกำหนดในประมวลกฎหมายทางแพ่ง 2015 ได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงจิตใจแห่งการคุ้มครองที่ดีกว่าสิทธิความเป็นเจ้าของของประชาชน และสิทธิเสรีภาพในการทำสัญญา ล่าสุดในประมวลกฎหมายอาญาปี 2015 ได้รับการแก้ไขและเพิ่มเติมในปี 2017 โดยได้ยกเลิกโทษฐานประกอบธุรกิจอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงก้าวเดินที่ยิ่งใหญ่ในการค้ำประกันสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจของพลเมือง

ผลักดันสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจมากขึ้น

ในทางเป็นจริง สิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจยังคงประสบอุปสรรคในการปฏิบัติจากเงื่อนไขการประกอบธุรกิจที่ถูกระบุในเอกสารกฎหมายและใบอนุญาต ในแนวโน้มแห่งการผสมผสานและพัฒนาเศรษฐกิจ เวียดนามเดินหน้าผลักดันสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจ ในการประชุมเชิงวิชาการเกี่ยวกับการจัดทำกฎหมายของรัฐบาลเมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงวางแผนและการลงทุนได้เสนอให้ยกเลิกเงื่อนไขการประกอบธุรกิจที่ไม่เหมาะสมเกือบ 2 พันเงื่อนไข เพื่อปฏิบัติแนวทางปรับปรุงบรรยากาศการลงทุน ประกอบธุรกิจ ลดค่าใช้จ่ายให้แก่สถานประกอบการ ผลักดันการลงทุน เพิ่มผลผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปฏิบัติการของรัฐบาลเพื่อแก้ไขอุปสรรค ผลักดันสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจของประชาชนและสถานประกอบการ นาย ฟานดึ๊กเฮี้ยว รองหัวหน้าสถาบันการบริหารเศรษฐกิจส่วนกลางได้ย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องมีหน่วยงานอิสระในการตรวจสอบและประสานกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆเพื่อลดข้อกำหนดเกี่ยวกับเงื่อนไขการประกอบธุรกิจที่ไม่จำเป็น “กระทรวงและหน่วยงานต่างๆต้องมีความรับผิดชอบในการตรวจสอบระหว่างกัน และต้องมีสำนักงานวิพากษ์วิจารณ์อิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเช่นกัน รวมทั้งผ่านการตรวจสอบของสภาเชิงวิชาการ หน่วยงานและกลุ่มปฏิบัติงาน เพื่อตัดสินใจผลการปฏิรูปเกี่ยวกับเงื่อนไขการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะทำให้การปฏิรูปได้รับการปฏิบัติและเกิดประสิทธิผล ผลการตรวจสอบต้องถูกยื่นเสนอต่อรัฐบาลหรือรัฐสภา ซึ่งเป็นหน่วยงานสุดท้ายในการตัดสินใจ”

ด้วยการประกาศใช้เอกสารกฎหมายเพื่อแปรข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งสิทธิเสรีภาพในการประกอบธุรกิจของพลเมืองได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเวียดนามในการให้ความเคารพและค้ำประกันสิทธิของพลเมืองตามที่ถูกระบุในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ประชาชนทุกคนมีเสรีภาพในการประกอบธุรกิจและอำนวยความสะดวกในการจัดตั้งและบริหารสถานประกอบการ  รัฐบาล กระทรวงและหน่วยงานต่างๆกำลังพยายามมากขึ้นเพื่อตรวจสอบและยกเลิกเงื่อนไขการประกอบธุรกิจที่ไม่สมเหตุสมผลเพื่อสร้างบรรยากาศการประกอบธุรกิจที่โปร่งใสและบริสุทธิ์เพื่อผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของประเทศและผลักดันสิทธิมนุษยชนในเวียดนามมากขึ้น.  

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด