สหรัฐปรับลดอัตราดอกเบี้ย สัญญาณเตือนภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว

(VOVWORLD) -ธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ทศวรรษ ซึ่งนี่ไม่ได้สร้างความแปลกใจให้แก่บรรดานักลงทุนเพราะทางการสหรัฐได้กล่าวถึงเรื่องนี้หลายครั้งและที่น่าจับตามองคือทาง FED ยังย้ำว่า อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้ การตัดสินใจดังกล่าวของ FED เป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนให้เศรษฐกิจสหรัฐสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องแต่นี่ก็เป็นคำเตือนเกี่ยวกับแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

 ในการประชุมในระหว่างวันที่ 30 -31 กรกฎาคมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐหรือ FOMCได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ0.25 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤตทางการเงินเมื่อปี 2008 ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอยู่ในช่วงร้อยละ2ถึงร้อยละ2.25

ความเสี่ยงเกี่ยวกับการลดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

  บรรดานักวิเคราะห์เห็นว่า การที่ FED ลดอัตราดอกเบี้ยเป็นการส่งสัญญาณถึงการลดลงของอัตราการขยายตัวแทนการพูดว่า เศรษฐกิจกำลังอ่อนแอ ปัจจุบัน อัตราคนว่างงานของสหรัฐอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 50 ปีและดัชนีตลาดหลักทรัพย์วอลล์สตรีทอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติกาล

การปรับลดอัตราดอกเบี้ยไม่ค่อยเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่สะดวกเช่นนี้ แต่บนพื้นฐานของศักยภาพในระยะยาว การคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของ FEDได้มีการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้น จากการพยากรณ์เกี่ยวกับการเพิ่มอัตราดอกเบี้ย FED ได้เปลี่ยนเป็นการพยากรณ์การธำรงอัตราดอกเบี้ยและสุดท้ายคือการลดอัตราดอกเบี้ย สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาจากผลกระทบของสงครามการค้าต่อเศรษฐกิจสหรัฐและแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นได้สร้างความวิตกกังวลให้แก่บรรดาผู้กำหนดนโยบาย โดยเห็นได้จากภาคการผลิตที่เริ่มชะลอตัวและรายได้ของสถานประกอบการลดลงแม้จะไม่ต่ำเหมือนการพยากรณ์ก่อนหน้านั้น แม้จะไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการแต่อัตราการขยายตัวของสหรัฐในไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ร้อยละ 1.8 เท่านั้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 คือร้อยละ 3.1 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเศรษฐกิจรายใหญ่ที่สุดของโลกได้รับการพยากรณ์ว่า จะอยู่ที่ร้อยละ 1.8 จนถึงปลายปี 2020

แม้การลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 ไม่สร้างความแปลกใจให้แก่บรรดานักลงทุนแต่ก็ทำให้ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ผิดหวังเพราะก่อนหน้านั้น ในข้อความที่โพสต์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ทวิตเตอร์ประธานาธิบดีสหรัฐได้เรียกร้องหลายครั้งให้ FED ปรับลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมทั้ง ตำหนิประธานFED Jerome Powell ว่า ไม่สามารถเพิ่มอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจขึ้นเป็นร้อยละ 3 ในปี 2019 และสูงขึ้นในปีต่อๆไปตามคำมั่นที่ให้ไว้ ส่วนประธาน FED Jerome Powell ได้อ้างว่า FED อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากความไร้เสถียรภาพของเศรษฐกิจ รวมทั้ง สงครามการค้ากับจีนและยุโรป ซึ่งทำให้อัตราการลงทุนลดลง

ปฏิกิริยาลูกโซ่

การที่ FED ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้เกิดการลดอัตราดอกเบี้ยในทั่วโลก หลังการตัดสินใจดังกล่าวของ FED เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ธนาคารกลางบราซิลได้ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0. 5 จากระดับร้อยละ 6.5 ที่ธำรงมาตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2018 การปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าวก็เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจรายใหญ่ที่สุดในทวีปลาตินอเมริกาในสภาวการณ์ที่ศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลง สำหรับจีน มีความเป็นไปได้ที่ธนาคารประชาชนจีนหรือ PBOC จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในระยะสั้น ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือสถานประกอบการจีนที่กำลังประสบอุปสรรคทันที

ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่นและธนาคารกลางยุโรปก็อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยเร็ว นาย Haruhiko Kuroda ประธานธนาคารกลางญี่ปุ่นได้เปิดเผยว่า พร้อมที่จะปฏิบัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจถ้าจำเป็น ส่วนในการประชุมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรปได้แสดงความวิตกกังวลว่า ทุกปฏิบัติการของ FED อาจทำให้เงินยูโรแข็งค่าขึ้น ซึ่งบังคับให้ธนาคารกลางยุโรปต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ก็เป็นมาตรการเพื่อเพิ่มทักษะความสามารถในการแข่งขันให้แก่เศรษฐกิจอียู ถ้ามองดูภาพรวม การที่ FED ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วิกฤตการเงินเมื่อปี 2008 เป็นการแสดงให้เห็นถึงอุปสรรคในระยะยาวของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งจะทำให้ศักยภาพของเศรษฐกิจโลกตกอยู่ในภาวะมืดมนและเพิ่มปัญหาทางการเงินให้แก่เศรษฐกิจต่างๆในโลก. 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด