เวียดนามเข้าร่วมการเจรจาความตกลง TPP อย่างกระตือรือร้น

(VOVworld) - นับตั้งแต่ต้นปี 2014 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของประเทศต่างๆที่เข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกหรือทีพีพีได้เริ่มประชุมกันเพื่อแก้ไขความคิดเห็นที่แตกต่างกันเพื่อให้ข้อตกลงฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการภายในปลายปีนี้ 
(VOVworld) - นับตั้งแต่ต้นปี 2014 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของประเทศต่างๆที่เข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกหรือทีพีพีได้เริ่มประชุมกันเพื่อแก้ไขความคิดเห็นที่แตกต่างกันเพื่อให้ข้อตกลงฉบับนี้มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการภายในปลายปีนี้ 
เวียดนามเข้าร่วมการเจรจาความตกลง TPP อย่างกระตือรือร้น - ảnh 1
บรูไน ออสเตรเลีย แคนาดา ชิลี สหรัฐ มาเลเซีย เม็กซิโก ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์
เปรู สิงคโปร์และเวียดนามจะเข้าร่วมความตกลงทีพีพี

ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกเป็นตัวอย่างความตกลงการค้าของศตวรรษที่ 21 โดยมีสมาชิกประกอบด้วย บรูไน ออสเตรเลีย แคนาดา ชิลี สหรัฐ มาเลเซีย เม็กซิโก ญี่ปุ่น นิวซีแลนด์ เปรู สิงคโปร์และเวียดนาม จนถึงขณะนี้ ทีพีพีได้เสร็จสิ้นการเจรจาอย่างเป็นทางการ 19 รอบและกำลังย่างเข้าสู่ระยะสำคัญของการเจรจาในด้านต่างๆ เช่น การเปิดตลาดสินค้า ระเบียบการเกี่ยวกับแหล่งที่มาของสินค้า การซื้อขายโดยรัฐบาล สถานประกอบการภาครัฐและการค้าอิเล็กทรอนิก เป็นต้น ปัจจุบัน เวียดนามได้เสร็จสิ้นการเจรจาทีพีพีกับญี่ปุ่นและกำลังเจรจากับสาธารณรัฐเกาหลี
ทีพีพีกับโอกาสให้แก่ตลาดเวียดนาม
            การเข้าร่วมทีพีพีจะช่วยให้เวียดนามเสร้างความสมดุลทางการค้ากับตลาดหลักๆและหลีกเลี่ยงการพึ่งพาอาศัยตลาดแห่งเดียวมากเกินไป นายหวูเตี๊ยนหลก ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนามเผยว่า เพื่อให้ได้ประโยชน์จากความตกลงทีพีพี เวียดนามต้องประเมินจุดแข็งของเศรษฐกิจเพื่อวางแนวทางการลงทุน โดยเฉพาะต้องวางแนวทางดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศให้ดีที่สุด นายหลกกล่าว            “ความตกลงทีพีพีจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ ตลาด การเปลี่ยนแปลงของระเบียบการและการปฏิรูปบรรยากาศการประกอบธุรกิจของเวียดนาม ซึ่งจะสร้างพลังขับเคลื่อนให้แก่การพัฒนาใหม่ของเศรษฐกิจประเทศในอนาคต  เราจะได้รับประโยชน์ดังกล่าวถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงภายในประเทศอย่างรวดเร็ว ทั้งในระดับมหภาคและความพยายามของสถานประกอบการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
            ในขณะเดียวกัน นายเฉิ่นก๊วกแค้ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์เวียดนาม หัวหน้าคณะเจรจาของรัฐบาลเวียดนามในด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศเผยว่า ประโยชน์ที่เวียดนามจะได้รับเมื่อเข้าร่วมข้อตกลงทีพีพีคือการเข้าถึงตลาดสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดรายใหญ่ที่สุดของโลกด้วยภาษี 0%  นอกจากผลประโยชน์ในการส่งออกแล้ว สถานประกอบการที่ดำเนินธุรกิจในด้านบริการที่มีเงินทุนจากต่างประเทศของเวียดนามจะได้รับผลประโยชน์จากบรรยากาศการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส บริสุทธิ์ และสามารถคาดการณ์ได้ง่ายขึ้น  นายเฉิ่นก๊วกแค้งกล่าวว่า            “ เราจะได้ประโยชน์มากที่สุดคือมีโอกาสปรับปรุงองค์ประกอบของตลาดส่งออกและนำเข้า สองคือจะมีตลาดใหม่ๆสำหรับสินค้าของเวียดนามหากไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อนให้แก่การส่งออกของเวียดนามในตลาดบางแห่งและสินค้าหลายอย่างก็พลอยได้รับประโยชน์ด้วย ถ้าหากข้อตกลงฉบับนี้ได้รับการอนุมัติ เวียดนามจะมีโอกาสเข้าร่วมเครือข่ายการผลิตสินค้าของภูมิภาคและโลก ดังนั้นการเข้าร่วมทีพีพีจะเอื้ออำนวยให้แก่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงใหม่รูปแบบการขยายตัว
           
เวียดนามเข้าร่วมการเจรจาความตกลง TPP อย่างกระตือรือร้น - ảnh 2
หน่วยงานสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปจะได้รับความสะดวกมากในขณะที่
หุ้นส่วนรายใหญ่ต่างๆของเวียดนามเข้าร่วมความตกลงทีพีพี
 อุปสรรคและความท้าทายในการปฏิบัติทีพีพี
            นอกจากโอกาสและประโยชน์ที่จะได้รับจากทีพีพีแล้วก็มีความท้าทายมากมายโดยทีพีพียังสร้างแรงกดดันเกี่ยวกับการเปิดตลาดและความสามารถในการแข่งขันต่อสถานประกอบการเวียดนามในตลาดโลก ซึ่งหน่วยงานบางหน่วยของเวียดนาม เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรมและการบริการยังไม่ตอบสนองความต้องการในการพัฒนาและยังประสบความท้าทายเกี่ยวกับการปรับปรุงระบบกฎหมายและบุคลากร ยกตัวอย่างเช่น หน่วยงานสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปจะได้รับความสะดวกมากในขณะที่หุ้นส่วนรายใหญ่ต่างๆของเวียดนาม เช่น สหรัฐ ญี่ปุนและออสเตรเลียได้เข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าว และตลาดเหล่านี้ก็ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพด้านสินค้าสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป นายเลเตี๊ยนเฉื่อง รองผู้อำนวยการเครือบริษัทสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปเวียดนามเผยว่า ปัญหาที่น่าสนใจและเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดของเวียดนามในปัจจุบันคือ มาตราฐานเกี่ยวกับแหล่งที่มาของสินค้าและการพัฒนาที่ไม่เท่ากันของหน่วยงานอุตสาหกรรมสนับสนุนสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป            “ นี่คือโอกาสเพื่อขยายตลาด เราจะสามารถเข้าถึงตลาดภายใต้เงื่อนไขดีกว่าเงื่อนไขในปัจจุบัน แต่ก็เป็นความท้าทายของหน่วยงานสิ่งทอเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ต้องตอบสนองความต้องการใหม่ๆของความตกลงฉบับนี้และตอบสนองความต้องการของตลาดโดยจะมีการขยายตัวทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพและมาตรการปลอดภาษีอื่นๆในกระบวนการผสมผสานหรือไม่
            เมื่อเข้าร่วมข้อตกลงทีพีพี เวียดนามต้องมีแนวทางปฏิบัติอย่างถูกต้องและทำการปฏิรูประบบเศรษฐกิจและการผลิตอย่างเคร่งครัด แต่ก่อนอื่นเวียดนามต้องฟันฝ่าความท้าทายต่างๆในกระบวนการเจรจาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ นายเฉิ่นก๊วกแค้งเผยต่อไปว่า            “แรงกดดันของการแข่งขันจะมีมากขึ้นแต่ว่าในการเจรจานั้น เราจะพยายามให้แรงกดดันนั้นเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามขั้นตอนและเงื่อนไข ผมเชื่อมั่นว่า ด้วยความพยายามในเวลาที่ผ่านมา สถานประกอบการเวียดนามจะสามารถฟันฝ่าความท้าทายเหล่านี้ได้
            ตามกำหนด การเจรจาทีพีพีจะเสร็จสิ้นลงและมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป เมื่อถึงเวลานั้น กลุ่มประเทศที่เข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าวจะกลายเป็นหนึ่งในเขตการค้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีส่วนร่วมต่อจีดีพีโลกเกือบร้อยละ 40 และมีมูลค่าการค้าคิดเป็น 1 ใน 3 ของโลก ถ้าหากรู้จักใช้โอกาสนี้ได้ เวียดนามจะได้รับประโยชน์มากมายจากกระแสการลงทุนใหม่ การสร้างทักษะความสามารถในการผลิตใหม่และเข้าร่วมระบบสินค้าภายในภูมิภาคและโลก ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจของเวียดนามพัฒนาตามแนวทางที่ยั่งยืน./.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด