เศรษฐกิจเวียดนามในปี 2015 มีการขยายตัวต่อไป

(VOVworld) – ในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวท่ามกลางความเสี่ยง เศรษฐกิจเวียดนามก็ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องแต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆเช่นกัน ส่วนเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ธนาคารโลกได้ประกาศสถานการณ์พัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามใน 6 เดือนแรกของปี 2015 โดยเผยว่า เศรษฐกิจเวียดนามมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องโดยอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีอยู่ที่ร้อยละ 6.28 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

(VOVworld) – ในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้นตัวท่ามกลางความเสี่ยง เศรษฐกิจเวียดนามก็ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องแต่ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆเช่นกัน ส่วนเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ธนาคารโลกได้ประกาศสถานการณ์พัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามใน 6 เดือนแรกของปี 2015 โดยเผยว่า เศรษฐกิจเวียดนามมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องโดยอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดีพีอยู่ที่ร้อยละ 6.28 ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

เศรษฐกิจเวียดนามในปี 2015 มีการขยายตัวต่อไป - ảnh 1
WB รายงานเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม
เศรษฐกิจเวียดนาม: การฟื้นตัวพร้อมกับความท้าทาย
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเวียดนามเป็นผลมาจากการพัฒนาที่ดีของหน่วยงานอุตสาหกรรมแปรรูป การผลิตเครื่องจักรและการก่อสร้าง ส่วนมูลค่าการขายปลีกและรายได้ของภาคการบริการก็เพิ่มขึ้น ในสภาวการณ์ที่ภาวะเงินเฟ้อกำลังอยู่ในระดับต่ำ ธนาคารชาติเวียดนามได้ค่อยๆผ่อนปรนนโยบายการเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและปรับอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อค้ำประกันขีดความสามารถของเศรษฐกิจเวียดนาม ดร. Sandeep Mahajan หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจของธนาคารโลกประจำเวียดนามเผยว่า  “การปรับปรุงโครงสร้างของธนาคารได้ประสบความคืบหน้า โดยเฉพาะในการซื้อขายและการควบรวมกิจการ โดยธนาคารใหญ่ได้ซื้อธนาคารเล็กเพื่อควบรวมกิจการ เวียดนามควรเพิ่มอัตราการถือหุ้นของภาคเอกชนในบริษัทภาครัฐ”
นอกจากความคืบหน้าในระยะกลางแล้ว เศรษฐกิจเวียดนามยังคงต้องรับมือกับความเสี่ยงและความท้าทายต่างๆ แม้กำลังย่างเข้าสู่ระยะการขยายตัวใหม่แต่ปัญหาหนี้สาธารณะและการปรับปรุงโครงสร้างสถานประกอบการภาครัฐและการลงทุนภาครัฐยังคงเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ คาดว่าดุลการค้าจะลดลงมากในปีนี้เนื่องจากอัตราการขยายตัวการส่งออกลดลงในขณะที่การนำเข้าเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการในการลงทุนและการประกอบธุรกิจภายในประเทศ ดร. Sebartian Eckardt ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของธนาคารโลกประจำเวียดนามเสนอว่า “เวียดนามเป็น1 ในระบบเศรษฐกิจที่มีอัตราการขยายตัวสูงที่สุดของภูมิภาคและโลก ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป อัตราการขยายตัวก็จะมากกว่าร้อยละ 6 และยังคงสามารถควบคุมภาวะเงินเฟ้อได้ดี แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเฝ้าติดตามอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในสภาวการณ์ที่สินเชื่อกำลังมีการฟื้นตัวเป็นที่น่ายินดี การขาดดุลการค้าจะส่งผลกระทบในทางลบต่อบัญชีเดินสะพัด แต่ชาวเวียดนามที่อาศัยในต่างประเทศจะส่งเงินกลับประเทศมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจเวียดนามในช่วงปลายปีมีความได้เปรียบ แม้หนี้สาธารณะยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นแต่จะอยู่ในระดับต่ำกว่าร้อยละ 75 ของจีดีพี ดังนั้นแผนการปรับปรุงงบประมาณประจำปีในระยะกลางพร้อมกับมาตรการปรับปรุงสถานการณ์การเงินของสถานประกอบการภาครัฐและภาคธนาคารจะมีบทบาทสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันจากปัญหาหนี้สาธารณะและเพิ่มความเชื่อมั่นให้แก่ภาคเอกชน”
เศรษฐกิจเวียดนามในปี 2015 มีการขยายตัวต่อไป - ảnh 2
เวียดนามมีศักยภาพในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
ศักยภาพการขยายตัวทางเศรษฐกิจในอนาคต
ผู้เชี่ยวชาญธนาคารโลกได้คาดการณ์ว่า อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจของเวียดนามจะอยู่ที่ร้อยละ 6-6.2 เนื่องจากการค้าการบริหาร การลงทุนและการบริโภคของประชาชนมีการฟื้นตัว ส่วนภาวะเงินเฟ้อจะอยู่ที่ร้อยละ 2.5 และบัญชีเดินสะพัดยังอยู่ในระดับร้อยละ 0.5 ของจีดีพี การขาดดุลงบประมาณจะลดลงผ่านความพยายามลดค่าใช้จ่ายเพื่อไม่ให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ดร. Sebartian Eckardt แสดงความคิดเห็นว่า เวียดนามเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการส่งออก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน เช่น ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิก
ปี 2015 เป็นปีที่สำคัญที่สุดในกระบวนการผสมผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจโลกของเวียดนามเนื่องจากมีการลงนามและเจรจาในข้อตกลงการค้าฉบับต่างๆ ข้อตกลงการค้าเสรีใหม่ๆเหล่านี้จะอำนวยความสะดวกให้แก่การพัฒนาของเศรษฐกิจเวียดนามและสถานประกอบการเพราะว่า เมื่อไม่มีการกีดกันด้านภาษีศุลกากร สถานประกอบการเวียดนามจะสามารถเจาะตลาดที่มีมูลค่าสูง ขยายตลาดส่งออกและมีโอกาสเลือกเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อลดต้นทุนการผลิต ตามการคาดการณ์ การส่งออกของเวียดนามอาจเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 20 ในปีต่อๆไป นายหวูเตี๊ยนหลก ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนามหรือวีซีซีไอเผยว่า  “การเป็นฝ่ายรุกของสถานประกอบการคือต้องทำทันที ไม่ควรรอให้ถึงเวลาที่ข้อตกลงเอฟทีเอมีผลบังคับใช้ ซึ่งก่อนอื่นคือการเป็นฝ่ายรุกในการเข้าถึงแหล่งข้อมูล พร้อมทั้งต้องวิเคราะห์ผลกระทบ ความได้เปรียบและความเสียเปรียบของสินค้าที่ตนผลิตเพื่อวางแผนการให้เหมาะสม โดยต้องเน้นถึงตลาดที่ได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากร”
จากผลสำเร็จต่างๆในตลอด 6 เดือนแรกของปี 2015 ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของเวียดนามจะพัฒนาต่อไป ควบคู่กันนั้น การขยายตัวที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจที่เป็นหุ้นส่วนรายใหญ่ของเวียดนาม เช่น สหรัฐ ยุโรปและญี่ปุ่นก็ถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่การส่งออกของเวียดนาม ซึ่งจะช่วยให้การขยายตัวของเศรษฐกิจเวียดนามอยู่ในระดับสูงเหมือนปัจจุบัน.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด