แก้ไขอุปสรรคเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชน

(VOVWORLD) - เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ได้เป็นประธานการสนทนากับประธานและผู้อำนวยการใหญ่กลุ่มบริษัทเศรษฐกิจภาคเอกชนรวม 14 คน ซึ่งจัดขึ้นแทนการประชุมกับสถานประกอบการหรือกลุ่มบริษัทภาครัฐ เพื่อแสวงหามาตรการแก้ไขอุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชน ก่อนการสนทนา รัฐบาลก็ได้จัดการประชุมเชิงวิชาการหลายครั้ง กระทรวงและหน่วยงานต่างๆเป็นประธานการประชุมและการสัมมนาต่างๆเพื่อสร้างกรอบทางนิตินัย สร้างบรรยากาศการประกอบธุรกิจที่ดีที่สุดเพื่อให้สถานประกอบการภาคเอกชนเวียดนามพัฒนา
แก้ไขอุปสรรคเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชน - ảnh 1นายกรัฐมตรี เหงวียนซวนฟุก กับนักธรุกิจสตรี (vietnamplus) 

บทบาทและสถานะของเศรษฐกิจภาคเอกชนนับวันมีความสำคัญและได้รับการประเมินอย่างถูกต้องมากขึ้น ซึ่งถูกระบุในมติของคณะกรรมการกลางพรรคครั้งที่ 5 สมัยที่ 12 โดยย้ำว่า “เศรษฐกิจภาคเอกชนคือพลังขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจ” แต่อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจภาคเอกชนยังคงต้องประสบอุปสรรคด้านบรรยากาศการประกอบธุรกิจและการเข้าถึงแหล่งพลังการผลิต ซึ่งรัฐบาลยืนยันว่า จะพยายามแก้ไขอุปสรรค และอำนวยความสะดวกเพื่อให้เศรษฐกิจภาคเอกชนพัฒนาอย่างโปร่งใสและถูกทิศทาง

บทบาทที่นับวันสำคัญมากขึ้นของเศรษฐกิจภาคเอกชนในการพัฒนาเศรษฐกิจเวียดนาม

เศรษฐกิจภาคเอกชนคือหัวเรือหลักเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยการขยายตัวในจังหวัดและนครต่างๆส่วนใหญ่มาจากเศรษฐกิจภาคเอกชน ตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจภาคเอกชนมีส่วนร่วมต่อจีดีพีกว่าร้อยละ 43 ในขณะที่เศรษฐกิจภาครัฐมีส่วนร่วมต่อจีดีพีประมาณ 28.9 เศรษฐกิจภาคเอกชนเวียดนามกำลังสร้างรายได้สูงกว่า 3 เท่าเมื่อเทียบกับสถานประกอบการภาครัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กุญแจของการขยายตัวด้านเศรษฐกิจของเวียดนามส่วนใหญ่มาจากภาคเอกชน นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ได้ประเมินว่า “เมื่อก่อนไม่มีกลุ่มบริษัทใหญ่ๆเหมือนปัจจุบัน และไม่เคยคิดว่า เศรษฐกิจภาคเอกชนคือพลังขับเคลื่อนสำคัญให้แก่การพัฒนา จนกระทั่งมีมติของคณะกรรมการกลางพรรคครั้งที่ 5 เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ ปัจจุบัน ในเวียดนามมีสถานประกอบการเกือบ 5 แสนแห่ง โดยสถานประกอบการภาครัฐคิดเป็นร้อยละ 0.5 และสถานประกอบการภาคเอกชนคิดเป็นร้อยละ 96.7 ที่น่ายินดีคือ กลุ่มบริษัทและเครือบริษัทภาคเอกชนหลายแห่งได้ประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจ”

เมื่อเกือบ 2 เดือนก่อน ในการเป็นประธานฟอรั่มเศรษฐกิจภาคเอกชนในปี 2017 โดยมีสถานประกอบการภาคเอกชนเกือบ 1 พันแห่งเข้าร่วม นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุกได้ตั้งเป้าไว้ว่า จะเพิ่มสัดส่วนของเศรษฐกิจภาคเอกชนจากร้อยละ 43 ขึ้นเป็นร้อยละ 60 ในจีดีพีของเวียดนาม อีกทั้งยืนยันว่า กุญแจสำหรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจในเวียดนามส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจภาคเอกชนและ“สิ่งที่ภาคเอกชนสามารถปฏิบัติได้ดี รัฐก็จะอำนวยความสะดวกให้”

แก้ไขอุปสรรคอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลได้จัดการส่งเสริมการลงทุนและการสนทนากับสถานประกอบการหลายครั้ง โดยได้ประกาศใช้นโยบายปฏิรูป มีการระบุถึงปัญหาที่ต้องแก้ไขของเศรษฐกิจ เช่นปัญหาหนี้เสีย ธนาคารที่ประกอบธุรกิจขาดประสิทธิภาพ การถอนเงินทุน การแปรสถานประกอบการภาครัฐเป็นบริษัทหุ้นส่วนและการตรวจสอบ เป็นต้น ซึ่งช่วยให้บรรยากาศการลงทุนประกอบธุรกิจได้รับการปรับปรุงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะความพยายามของรัฐบาลในการผลักดันการลดค่าใช้จ่ายให้แก่สถานประกอบการ เช่นการขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ลดดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากระบบธนาคารโดยได้ลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้อยู่ที่ร้อยละ 0.5 ต่อปี ซึ่งมีส่วนร่วมแก้ไขอุปสรรค และลดต้นทุนจากเงินกู้ให้แก่สถานประกอบการ ในเร็วๆนี้ก็จะมีการตรวจสอบค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าประกันภัยและ BOT รวมทั้งค่าผ่านด่านเก็บเงิน ลดค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างสาธารณะและท่าเรือ ลดอัตราสินค้าที่ต้องตรวจสอบด้านศุลกากรเพื่อการส่งออกจากร้อยละ 30-35 ลงเหลือเพียงร้อยละ 15 เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้แก่สถานประกอบการ

ล่าสุด การที่กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมตัดสินใจลดเงื่อนไขการประกอบธุรกิจกว่าร้อยละ 50 คือก้าวเดินที่เป็นรูปธรรมของการลดค่าใช้จ่ายให้แก่สถานประกอบการ การลดระเบียบราชการได้อำนวยความสะดวกเป็นอย่างมากให้แก่สถานประกอบการในการประหยัดค่าใช้จ่าย เพื่อลงทุนในการผลิตและประกอบธุรกิจ

นอกจากปัญหาค่าธรรมเนียมต่างๆ การปฏิรูประเบียบราชการ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคขัดขวางบรรยากาศการประกอบธุรกิจและสร้างความวิตกกังวลของสถานประกอบการก็กำลังได้รับการผลักดัน นาย มายเตี๊ยนหยุง รัฐมนตรีและหัวหน้าสำนักรัฐบาลเผยว่า “นายกรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จัดตั้งสภาที่ปรึกษาการปฏิรูประเบียบราชการของนายกรัฐมนตรี โดยมีหน้าที่ 2 อย่างคือเชื่อมโยงสถานประกอบการทั้งภายในและต่างประเทศ มีข้อเสนอแก้ไขอุปสรรคให้แก่การผลิตและประกอบธุรกิจ 2คือประเมินการปฏิรูประเบียบราชการของกระทรวง หน่วยงานและท้องถิ่นต่างๆ โดยเฉพาะการปฏิรูปตามมาตรฐานของธนาคารโลกเกี่ยวกับการปรับปรุงบรรยากาศการประกอบธุรกิจ”

เศรษฐกิจภาคเอกชนพร้อมกับเศรษฐกิจภาครัฐและเศรษฐกิจแบบหมู่คณะมีบทบาทสำคัญเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจเวียดนามที่อิสระและพึ่งพาตนเอง รัฐบาลกำลังส่งเสริมและอำนวยความสะดวกเพื่อให้เศรษฐกิจภาคเอกชนพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ประสิทธิภาพของกระบวนการนี้มีส่วนร่วมต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและพัฒนาเวียดนามให้กลายเป็นประเทศอุตสาหกรรมที่ทันสมัยโดยเร็ว.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด