ให้ความเคารพและยืนหยัดเป้าหมายสร้างสรรค์สันติภาพ

(VOVworld)- บทปราศรัยของท่านเหงวียนเตินหยุงนายกฯเวียดนามในการสนทนาแชงกรีล่า12 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นลง ณ ประเทศสิงคโปร์ยังคงได้รับการชื่นชมจากประชามติระหว่างประเทศเพราะไม่เพียงแต่ได้พูดถึงนโยบายด้านการต่างประเทศและกลาโหมของเวียดนามเท่านั้นหากยังเป็นสาส์นที่ยืนยันว่า ถ้าอยากสร้างสันติภาพก่อนอื่นต้องสร้างความไว้วางใจทางยุทธศาสตร์และว่าการสร้างสรรค์ภูมิภาคเอเซีย-แปซีฟิกที่สันติภาพ เสถียรภาพและเจริญไพบูรณ์นั้นต้องการความเคารพและการยืนหยัดปฏิบัติเป้าหมายเพื่อสันติภาพของทุกประเทศ
(VOVworld)- บทปราศรัยของท่านเหงวียนเตินหยุงนายกฯเวียดนามในการสนทนาแชงกรีล่า12 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นลง ณ ประเทศสิงคโปร์ยังคงได้รับการชื่นชมจากประชามติระหว่างประเทศเพราะไม่เพียงแต่ได้พูดถึงนโยบายด้านการต่างประเทศและกลาโหมของเวียดนามเท่านั้นหากยังเป็นสาส์นที่ยืนยันว่า ถ้าอยากสร้างสันติภาพก่อนอื่นต้องสร้างความไว้วางใจทางยุทธศาสตร์และว่าการสร้างสรรค์ภูมิภาคเอเซีย-แปซีฟิกที่สันติภาพ เสถียรภาพและเจริญไพบูรณ์นั้นต้องการความเคารพและการยืนหยัดปฏิบัติเป้าหมายเพื่อสันติภาพของทุกประเทศ
ให้ความเคารพและยืนหยัดเป้าหมายสร้างสรรค์สันติภาพ - ảnh 1

ก่อนอื่นสามารถยืนยันได้ว่า การสนทนาแชงกรีล่าได้ดึงดูดความสนใจของประชามติระหว่างประเทศเป็นอย่างมากเพราะเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ เป็นระเบียบการค้ำประกันความมั่นคงและการสนทนาระหว่างประเทศต่างๆในภูมิภาค ซึ่งแม้จะไม่ใช่ฟอรั่มเดียวที่หารือเรื่องความมั่นคงเพราะยังมีฟอรั่มระดับภูมิภาคอื่นๆในลักษณะนี้เช่น ฟอรั่มความมั่นคงของภูมิภาค-เออาเอฟ การประชุมความมั่นคงอาเซียนขยายวง-เอดีเอ็มเอ็ม+ เป็นต้น แต่การสนทนาแซงกรีลายังถือว่ามีความร้อนแรง โดยเป็นฟอรั่มเปิดที่ประเทศต่างๆสามารถพบปะสนทนากันโดยตรงเพื่อสร้างความไว้วางใจด้านความมั่นคงที่ไม่จำเป็นต้องออกแถลงการณ์และไม่ถูกจำกัดภายใต้ข้อตกลงต่างๆ ทั้งนี้ในภูมิภาคที่โครงสร้างด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังไม่มั่นคงนั้นการสนทนาแชงกรีลาได้เป็นช่องทางการสนทนาด้านความมั่นคงที่สำคัญและเป็นรูปธรรม ดังนั้นการขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยในฐานะวิทยากรหลักเพื่อเปิดการประชุมที่มุ่งสร้างเสริมความเชื่อมั่นต่อภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกที่สันติภาพและเจริญไพบูรณ์นั้นจึงได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากประชามติ ซึ่งนาย เดวิด คามรุซผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาเซียนและปัจจุบันเป็นอาจารย์สถาบันรัฐศาสตร์ปารีสและรองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ Curent Southeast Asia Affairs ได้เผยว่านี่คือเหตุการณ์ที่เป็นสัญลักษณ์สำคัญเพราะทุกคนทราบดีว่า อินโดนีเซียคือประเทศที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มอาเซียนและการที่นายกฯเวียดนามได้รับเชิญเป็นวิทยากรของการสนทนาแชงกรีล่าก็ได้แสดงให้เห็นถึงบทบาทเป็นศูนย์กลางของเวียดนามในปัญหาด้านภูมิรัฐศาสตร์ของภูมิภาค

นายเดวิดย้ำว่า บทปราศรัยของนายกฯเวียดนามได้สะท้อนให้เห็นถึงการประสานด้านทัศนะในนโยบายด้านการต่างประเทศของเวียดนาม นั่นคือการยืนยันนโยบายที่มุ่งสู่สันติภาพและมีความรับผิดชอบสูงของเวียดนาม พร้อมข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการธำรงสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาครวมทั้งปัญหาความมั่นคงในทะเลตะวันออกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของเวียดนามด้วย ดังนั้นเป็นที่ถูกต้องแล้วเมื่อเวียดนามแสดงจุดยืนที่ว่าการแก้ไขปัญหาการพิพาทในทะเลตะวันออกต้องได้รับการหารือในกรอบพหุภาคีในเวทีระหว่างประเทศ

ส่วนรองศ.ดร. Vladimir Mazyrin ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเวียดนามและอาเซียนแห่งสถาบันตะวันออกไกลของรัสเซียก็ได้แสดงความเห็นเช่นเดียวกับทัศนะของนาย เดวิด คามรุซ โดยชี้ว่าเวียดนามทำอย่างถูกต้องแล้วเมื่อเน้นถึงแนวโน้มการเพิ่มการแข่งขันและการแทรกแซงของประเทศใหญ่ในภูมิภาคเพราะปัจจุบันในเอเซียแปซิฟิกความร่วมมือและเชื่อมโยงในหลายด้านหลายระดับและการแก้ไขความขัดแย้งผ่านการสนทนาคือแนวโน้มสำคัญที่ทุกฝ่ายมุ่งปฏิบัติ  ผมอยากเน้นประเด็นหนึ่งที่ระบุในบทปราศรัยคือนายกฯเวียดนามได้กล่าวว่า เวียดนามไม่คัดค้านการแทรกแซงในลักษณะที่เข้มแข็งของประเทศใหญ่นอกกลุ่มที่มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อสันติภาพ ความั่นคงและการพัฒนา ซึ่งบทปราศรัยนี้ยังยืนยันถึงความจำเป็นที่จะต้องรับฟังความเห็นที่ถูกต้องของประเทศเล็กเพราะยิ่งรับฟังความเห็นที่มีภาวะวิสัยต่างๆก็ยิ่งมีประโยชน์ สำหรับผมเองมีความเห็นว่า หากมองในด้านเศรษฐกิจเวียดนามมิใช่ประเทศเล็ก โดยปัจจุบันบทบาทและชื่อเสียงของเวียดนามนับวันยิ่งสูงเด่นบนเวทีโลกและบทปราศรัยของท่านนายกฯเวียดนามในการสนทนาแชงกรีลาก็เป็นการยืนยันสถานะของเวียดนามที่นับวันได้รับการเสริมสร้างและเสียงพูดของเวียดนามก็ได้รับความสนใจมากขึ้นจากนานาประเทศ

สำหรับความเห็นของนักวิเคราะห์การเมืองรัสเซียอีกคนคือ Petr Tsvetov ก็ได้ย้ำว่า บทปราศรัยของนายกฯเหงวียนเตินหยุงได้ชี้ชัดถึงธาตุแท้ของการปะทะและความขัดแย้งต่างๆในเอเซียแปซิฟิกได้อย่างถูกต้อง โดยความระแวงทางการเมืองได้ก่อให้เกิดความชงักงันจนนำไปสู่การปะทะ และทัศนะของนายกฯเวียดนามก็ได้ประเมินอย่างถูกต้องและยุติธรรมต่อมาตรการต่างๆเพื่อแก้ไขปัญหาของโลกและภูมิภาคบนพื้นฐานของกฎบัตรสหประชาชาติและมาตรฐานของกฎหมายสากลที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ  ศ.Geoffrey Till แห่งวิทยาลัย King’s ของอังกฤษได้กล่าวว่า สิ่งที่นายกฯเวียดนามได้กล่าวนั้นถูกต้องทุกอย่างและถือเป็นวิธีการเดียวเพื่อแก้ไขความขัดแย้งด้านอธิปไตยเขตน่านน้ำระหว่างประเทศต่างๆในภูมิภาค

บทปราศรัยที่เข้าใจง่าย กระทัดรัดและชัดเจนพร้อมสาส์นแห่งนโยบายที่ยิ่งใหญ่ทางยุทธศาสตร์เกี่ยวกับปัญหาที่ประเทศต่างๆให้ความสนใจร่วมกันในเอเซียแปซิฟิกของนายกฯเวียดนามได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากประชามติ โดยปัจจุบันการมุ่งสร้างสรรค์สันติภาพและความมั่นคงที่จริงจังนั้นไม่เพียงแต่เป็นความปรารถนาและเนื้อหาที่ประเทศต่างๆให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆเท่านั้นหากได้กลายเป็นแนวโน้มที่ไม่อาจพลิกผันได้ในกระบวนการพัฒนาของโลกด้วย./.    

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด