20 ปีความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐ ระยะเวลาสั้นแต่มีการพัฒนาที่ก้าวไกล

(VOVworld) – โอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเวียดนาม – สหรัฐถือเป็นช่วงเวลาที่ดีเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทบทวนอดีตเพื่อมุ่งไปข้างหน้าในการกำหนดอนาคตที่สดใสให้แก่ประชาชาติมากขึ้น เพื่อสันติภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิกและโลก ในโอกาสนี้ เราขอคัดเสนอสาระสำคัญในบทความของท่านฝ่ามบิ่งมิงห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่พาดหัวว่า “20 ปีความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐ ระยะเวลาสั้นแต่มีการพัฒนาที่ก้าวไกล”
(VOVworld) – โอกาสฉลองครบรอบ 20 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเวียดนาม – สหรัฐถือเป็นช่วงเวลาที่ดีเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายทบทวนอดีตเพื่อมุ่งไปข้างหน้าในการกำหนดอนาคตที่สดใสให้แก่ประชาชาติมากขึ้น เพื่อสันติภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิกและโลก ในโอกาสนี้ เราขอคัดเสนอสาระสำคัญในบทความของท่านฝ่ามบิ่งมิงห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่พาดหัวว่า “20 ปีความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐ ระยะเวลาสั้นแต่มีการพัฒนาที่ก้าวไกล”
20 ปีความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐ ระยะเวลาสั้นแต่มีการพัฒนาที่ก้าวไกล - ảnh 1
ท่านเหงียนฟู้จ่องเยือนประเทศสหรัฐอย่างเป็นทางการ

บทความเริ่มต้นด้วยคำยืนยันของนายฝ่ามบิ่งมิงห์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศว่า ผลสำเร็จใหญ่ที่ทั้งสองประชาชาติได้บรรลุในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ตัวเลขเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น หากอยู่ตรงที่สองฝ่ายได้ยุติความบาดหมางในใจและความขัดแย้งในอดีตเพื่อขยายความสัมพันธ์ทางการเมืองและความเข้าใจระหว่างกัน นับตั้งแต่ปี 2000 มาจนถึงปัจจุบัน เวียดนามและสหรัฐได้มีการเยือนกันในระดับสูงรวม 6 ครั้ง โดยผู้นำระดับสูงทั้งสองประเทศได้อนุมัติแถลงการณ์ร่วม 4 ฉบับเมื่อปี 2005 2007 2008 และ 2013 โดยเฉพาะแถลงการณ์ร่วมระหว่างประธานประเทศเวียดนามเจืองเติ๊นซางกับประธานาธิบดีสหรัฐ บารัค โอบาม่าที่สถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนในทุกด้านเวียดนาม – สหรัฐ โดยมีความร่วมมือทั้ง 9 ด้านและเปิดระยะการพัฒนาใหม่ในด้านคุณภาพให้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
เจตนารมณ์ ปิดฉากอดีต มุ่งสู่อนาคตและให้ความเคารพความแตกต่างกัน
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ามบิ่งมิงห์ได้ชี้ชัดว่า เราไม่สามารถลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตได้ โดยเฉพาะบาดแผลของสงครามแต่ด้วยความคิดที่ต้องการมุ่งสู่อนาคต ทั้งเวียดนามและสหรัฐได้พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อผ่านพ้นอดีตและสร้างสรรค์ความสัมพันธ์ให้แก่อนาคต บนเจตนารมณ์แห่งความเมตตาและมีมนุษยธรรม เวียดนามได้ร่วมมืออย่างเข้มแข็งกับสหรัฐในการค้นหาอัฐิทหารอเมริกันที่สูญหายในสงครามเวียดนามโดยจนถึงขณะนี้ ค้นหาได้แล้วประมาณ 950 ชุดและสามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว 700 ชุด ส่วนสหรัฐก็ได้ส่งมอบเอกสารกว่า 300 ชุดเพื่อสนับสนุนการค้นหาอัฐิทหารเวียดนามได้กว่า 1000 ชุด นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐยังสนับสนุนงบประมาณให้เวียดนาม 100 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อชะล้างสารพิษสี้ส้มไดอ๊อกซินในดานังและอีก 80 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสนับสนุนการเก็บกู้กับระเบิดที่หลงเหลือหลังสงคราม ถึงแม้ว่ายังมีหลายปัญหาที่ต้องแก้ไขแต่ความพยายามของทั้งสองฝ่ายได้มีส่วนร่วมสำคัญต่อการสมานแผลสงคราม ผลักดันการไกล่เกลี่ยและสร้างสรรค์ความไว้วางใจกัน แม้ยังมีความขัดแย้งและความคิดเห็นที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะในด้านประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนแต่สิ่งที่สำคัญคือ ทั้งสองฝ่ายได้แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ที่ให้ความเคารพความแตกต่างกันเหล่านั้นและมีการสนทนาอย่างตรงไปตรงมาและเปิดอกเปิดใจเพื่อลดความขัดแย้งและขยายความร่วมมือ โดยจนถึงขณะนี้ ทั้งสองประเทศได้จัดการสนทนาด้านสิทธิมนุษยชนรวม 19 ครั้งและกำลังปฏิบัติหน้าที่สมาชิกของสภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
20 ปีความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐ ระยะเวลาสั้นแต่มีการพัฒนาที่ก้าวไกล - ảnh 2
 ปิดฉากอดีต มุ่งสู่อนาคตและให้ความเคารพความแตกต่างกัน

เวียดนามและสหรัฐใน “ศตวรรษแห่งเอเชีย”
ความสัมพันธ์เวียดนาม – สหรัฐกำลังเป็นมากกว่าความสัมพันธ์ทวิภาคีเพราะได้มีส่วนร่วมสำคัญต่อสันติภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิกและโลก โดยนอกจากในกรอบฟอรั่มที่อาเซียนมีบทบาทเป็นศูนย์กลาง เช่น การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกหรือ EAS ฟอรั่มความมั่นคงในภูมิภาคหรือ ARF ฟอรั่มกลาโหมอาเซียนขยายวงหรือ ADMM+ หรือในกรอบฟอรั่มที่ใหญ่กว่า เช่น ความร่วมมือเอเชีย – แปซิฟิกหรือ APEC และสหประชาชาติแล้ว เวียดนามและสหรัฐนับวันมีการประสานงานกันใกล้ชิดมากขึ้นในการต่อต้านการเผยแพร่อาวุธที่มีอนุภาพทำลายล้างสูง การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การรักษาความมั่นคงให้แก่แหล่งน้ำและเข้าร่วมกิจกรรมการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติ จากการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปลายปีนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังมุ่งสู่การปฏิบัติเป้าหมายการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์อาเซียน – สหรัฐ
วิสัยทัศน์ร่วมกันให้แก่เส้นทางในอนาคต
ในจดหมายที่ส่งถึงนาย ทรูแมน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 33 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ปี 1946 ประธานโฮจิมินห์ได้ระบุอย่างชัดเจนเกี่ยวกับเป้าหมายของเวียดนามคือ “เอกราชอย่างสมบูรณ์และความร่วมมือในทุกด้านกับสหรัฐ” พร้อมทั้งยืนยันว่า “เวียดนามจะทำอย่างสุดความสามารถเพื่อให้เอกราชและความร่วมมือนี้เอื้อประโยชน์ในทั่วโลก” โลกในยุคปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเรียกร้องให้ทั้งสองประเทศไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสทางประวัติศาสต์เหมือนช่วงก่อน ในระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่ที่ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนในทุกด้านเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2013 ได้แสดงให้เห็นว่า สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในเอเชีย – แปซิฟิกจะมีความมั่นคงมากขึ้นเมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐพัฒนายิ่งขึ้น ความสัมพันธ์มิตรภาพและความร่วมมือในทุกด้านระหว่างเวียดนามกับสหรัฐสอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศในภูมิภาค
ในส่วนท้ายของบทความ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝ่ามบิ่งมิงห์ได้ยืนยันว่า ประวัติศาสตร์ที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะก้าวเดินที่เข้มแข็งในตลอด 20 ปีที่ผ่านมาเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า เวียดนามและสหรัฐไม่มีทางเลือกใดนอกจากความร่วมมืออย่างเสมอภาคและเอื้อประโยชน์ต่อกันบนเจตนารมณ์การให้ความเคารพระบบการเมือง เอกราช อธิปไตยและการบูรณะภาพแห่งดินแดน รวมทั้งใช้การสนทนาแทนการเผชิญหน้า นั่นคือเส้นทางเส้นเดียวเพื่อพ้นจากอดีตและร่วมมือสร้างสรรค์อนาคตที่สดใสให้แก่ทั้งสองประชาชาติและมีส่วนร่วมต่อสันติภาพ ความร่วมมือและการพัฒนาในภูมิภาคและโลก.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด