เหงียนเวินแอง ติด 1 ใน 50 สตรีที่มีอิทธิพลที่สุดในเวียดนาม

10 เมษายน 2560 - 15:25:38

(VOVworld) – นางเหงียนเวินแอง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเพศ ครอบครัวและเด็กวัยรุ่นหรือ CSAGA ได้รับเลือกเป็น 1 ใน 50 สตรีที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเวียดนามประจำปี 2017 โดยนิตยาสาร Forbes ซึ่งถือเป็นการรับรองส่วนร่วมของเธอต่อสังคมในการปกป้องสิทธิของผู้ที่มีความเสี่ยง รวมทั้งเด็กและสตรีที่ได้รับผลกระทบจากการเลือกปฏิบัติและการใช้ความรุนแรงในตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

เหงยนเวนแอง ตด 1 ใน 50 สตรทมอทธพลทสดในเวยดนาม hinh 0
 นางเหงียนเวินแอง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเพศ ครอบครัวและเด็กวัยรุ่นหรือ CSAGA

จากความปรารถนาที่ต้องการช่วยเหลือกลุ่มสตรีที่มีความเสี่ยงในสังคมให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติความฝันของตนเอง เมื่อ 10 ปีก่อน นางเหงียนถิเวินแอง ผู้สื่อข่าวด้านสังคมของสถานีวิทยุเวียดนามได้เป็นผู้ริเริ่มในการเปิดโทรศัพท์สายด่วนเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงในครอบครัวในเวียดนามเป็นครั้งแรก  ถึงปี 2001 เธอได้พัฒนาโทรศัพท์สายด่วนนี้ให้เป็นศูนย์วิจัยและประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเพศ ครอบครัวและเด็กวัยรุ่นหรือ CSAGA เพื่อสามารถให้การช่วยเหลือสตรีและเด็กได้มากขึ้น ในการกล่าวย้ำถึงเหตุผลการเปิดศูนย์ CSAGA นางเหงียนเวินแองเผยว่า “ตอนเปิดโทรศัพท์สายด่วน ดิฉันพบว่า มีหลายคนเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรงในครอบครัวและเป็นบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เราจึงได้ตัดสินใจจัดทำรายการต่างๆเกี่ยวกับพวกเขาและเปิดศูนย์ CSAGA เพื่อเน้นปกป้องสิทธิของสตรีและเด็ก ยิ่งทำงานเรื่องนี้ก็ยิ่งพบว่า มีหลายปัญหาไม่เหมือนที่เราคิด เพราะไม่ใช่แค่ต้องแก้ไขปัญหาเท่านั้น หากยังมีเรื่องอื่นอื่นๆตามมาด้วย ยิ่งทำก็ยิ่งรู้สึกผูกพันและอยากทุ่มเทแรงกายแรงใจให้แก่งานนี้”

จากความเห็นอกเห็นใจต่อผู้เคราะห์ร้าย เหงียนเวินแองได้มีความคิดริเริ่มต่างๆเพื่อช่วยเหลือสตรีที่ถูกเลือกปฏิบัติและเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรงในครอบครัว บทเรียนเกี่ยวกับความเสมอภาคทางเพศและการต่อต้านการใช้ความรุนแรงในครอบครัวได้ถูกเผยแพร่ผ่านเรื่องเล่าและภาพยนตร์สารคดีที่ฉายในชุมชน นอกจากนั้น เธอยังพบปะให้กำลังใจและให้คำปรึกษาผู้เคราะห์ร้ายเพื่อช่วยพวกเขาแก้ไขปัญหาต่างๆในชีวิต นางเหงียนเวินแองยังได้รับคำชื่นชมจากเพื่อนร่วมงานเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์และการทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจให้แก่การทำงาน นางฟานทูเหี่ยน จากกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติเผยว่า “นางเวินแองเป็นคนดีมาก เธอมักจะให้การช่วยเหลือเหยื่อทุกคน มีความเห็นอกเห็นใจและมีการปฏิบัติเพื่อให้การช่วยเหลือพวกเขาอย่างเป็นรูปธรรมและทันการณ์ อย่างเช่น ถ้าหากเกิดเหตุ เธอก็แสวงหาแหล่งช่วยเหลือเพื่อสามารถช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายได้อย่างเต็มที่ เธอทำด้วยใจจริง น่าชื่นชมมาก”

เหงยนเวนแอง ตด 1 ใน 50 สตรทมอทธพลทสดในเวยดนาม hinh 1
เหงียนเวินแอง ติด 1 ใน 50 สตรีที่มีอิทธิพลที่สุดในเวียดนาม (Photo  forbesvietnam.com)

ในตลอดกว่า 20 ปีที่ปฏิบัติภารกิจด้านสังคม นางเหงียนเวินแองยังพยายามรณรงค์ให้สังคมร่วมมือปกป้องสิทธิของเด็ก เหยื่อของการใช้ความรุนแรงในครอบครัวและผู้ที่ผ่าตัดแปลงเพศ ในระหว่างการทำงาน เธอมีความหลงใหลและทุ่มเทเพื่อชุมชนโดยไม่มีเงื่อนไข รวมไปถึงความเฉียบแหลมในการค้นหาหัวข้อ ความกล้าหาญและความมุ่งมั่นฟันฝ่าอุปสรรคเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ นางเหงียนทูทวี๊ รองผู้อำนวยการศูนย์ CSAGA เพื่อนร่วมงานของคุณเวินแองในตลอด 15 ปีที่ผ่านมากล่าวว่า “ดิฉันได้เรียนรู้ประสบการณ์จากคุณเวินแองตั้งแต่ตอนจบการศึกษาใหม่ๆ ซึ่งคุณเวินแองเป็นแรงบันดาลใจให้แก่พวกเรา เธอมีความกระตือรือร้นและมีความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก”

นับตั้งแต่เข้าร่วมงานสังคม คุณเวินแองตระหนักอยู่เสมอว่า หากยังมีคนที่ทางศูนย์กำลังให้การช่วยเหลือต้องประสบความปวดร้าวและอยุติธรรม เราต้องทำงานต่อไป นี่คือหน้าที่ของเรา

จากการทุ่มเททั้งหมดให้แก่งานด้านทางสังคมเพื่อกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยง เมื่อปี 2008 คุณเหงียนเวินแองได้รับการสดุดีให้เป็นหนึ่งใน 21 ผู้บริหารยอดเยี่ยมในช่วงปีต้นศตวรรษที่ 21 จากสำนักข่าว Women’s eNews ของสหรัฐและเมื่อเร็วๆนี้นิตยาสาร Forbes ได้เลือกเธอให้เป็น 1 ใน 50 สตรีที่มีอิทธิพลที่สุดในเวียดนามประจำปี 2017ในการปฏิบัติงานด้านสังคม.

ตอบจดหมายท่านผู้ฟังวันที่ 22 เมษายนปี 2017

ตอบจดหมายท่านผู้ฟังวันที่ 22 เมษายนปี 2017

(VOVworld) - สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้รับอีเมล จดหมายและคอมเมนท์ 222 ฉบับจากผู้ฟัง 41 ประเทศและดินแดนทั่วโลก รวมทั้งจดหมายและอีเมลจากผู้ฟังชาวไทย

รายละเอียด

ค้นคว้าวัฒนธรรมอาหารในกรุงฮานอยใน 1 วัน (ตอนที่ 3 - อาหารมื้อเย็น)

ค้นคว้าวัฒนธรรมอาหารในกรุงฮานอยใน 1 วัน (ตอนที่ 3 - อาหารมื้อเย็น)

(VOVworld) - ในชีวิตประจำวันของคนเวียดนาม ช่วงเวลาทานอาหารมื้อค่ำคือช่วงเวลาแห่งการชุมนุมที่อบอุ่นของสมาชิกทุกคนในครอบครัว โดยทุกคนจะทานข้าวและคุยกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งเมนูอาหารมื้อคํ่าก็เหมือนเมนูอาหารมื้อเที่ยงที่มักจะเป็นอาหารแบบที่ปรุงทานกันได้ง่ายๆตามครอบครัว