สถานประกอบการนครโฮจิมินห์เปลี่ยนแปลงใหม่ในการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0

(VOVWORLD) - ตามข้อมูลสถิติจากหอการค้าและอุตสาหกรรมเวียดนาม ที่เวียดนาม มีสถานประกอบการที่กำลังใช้เทคโนโลยีในระดับอุตสาหกรรม 2.0 และ 3.0 คิดเป็นร้อยละ 75 ในขณะที่การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 กำลังส่งผลกระทบอย่างเข้มแข็งต่อระบบเศรษฐกิจของเวียดนาม ดังนั้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในกระบวนการผสมผสานเข้ากับกระแสเศรษฐกิจโลก สถานประกอบการนครโฮจิมินห์หลายแห่งได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่เพื่อรองรับกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 ในเชิงรุก
สถานประกอบการนครโฮจิมินห์เปลี่ยนแปลงใหม่ในการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 - ảnh 1 สถานประกอบการนครโฮจิมินห์เปลี่ยนแปลงใหม่ในการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 (Photo sggp.org.vn)

บริษัทสารเคมีและเครื่องสำอางค์นานาชาติ ไอซีซี มีประสบการณ์ในการผลิตยาสีฟัน ผงซักฟอกและสารซักล้างเป็นเวลากว่า 40 ปีและกระบวนการเปลี่ยนแปลงพัฒนาไปสู่เทคโนโลยีใหม่ของบริษัทได้เริ่มขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนในขณะที่มีหุ้นส่วนต่างชาติคนหนึ่งมาเยี่ยมบริษัทแล้วรู้สึกแปลกใจที่ทางบริษัทยังใช้เทคโนโยลีล้าหลังในการผลิตและใช้จำนวนแรงงานมากเกินไป ดังนั้น ทางบริษัทได้เริ่มการเปลี่ยนแปลงใหม่เทคโนโลยีโดยเน้นลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังผลิตขึ้น 3 เท่าแต่ลดจำนวนแรงงานลงเหลือเพียง 1 ใน 3 เช่นเพื่อผลิตครีมรองพื้น 4 พันตลับในเวลา 1 ชั่วโมง ทางบริษัทต้องใช้แรงงาน 20 คนแต่ปัจจุบันี้ ใช้แค่ 4 คนเท่านั้น เมื่อ 2 ปีก่อน ทางบริษัทได้ลงทุน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อระบบผลิตยาสีฟันอัตโนมัติของยุโรปเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จากนั้น ทางบริษัทได้รับใบสั่งซื้อจากบริษัท Saigon – Coop นายจิ่งแถ่งเญิน ผู้อำนวยการใหญ่บริษัทไอซีซีเผยว่า            “ผมต้องกังวลเพราะต้องใช้เงินทุนเยอะแต่หลังจากที่ได้ลงทุนแล้ว บริษัทไอซีซีสามารถเพิ่มคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้และได้รับใบรับรองจีเอ็มพี จากนั้นก็ได้รับใบสั่งซื้อจากทางบริษัท Saigon – Coop”

ส่วนบริษัทหุ้นส่วนวีนามิด การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 คือความฝันเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการผลิตเกษตรปลอดสารพิษและมีคุณภาพพิเศษ ดังนั้น ทางบริษัทได้ใช้แบคทีเรียในการปรับปรุงคุณภาพดินและแปรรูปผลไม้ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ได้ช่วยให้ทางบริษัทสามารถล้างพิษในดินและสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ต้นไม้ทำให้ผลไม้มีคุณภาพและรสชาดอร่อยมากขึ้น นอกจากนี้ ทางบริษัทยังวิจัยและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยว เทคโนโลยีอบแห้งแบบแช่แข็งและเทคโนโลยีนำโยเกิร์ตแช่แข็ง ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์พิเศษของบริษัท จึงได้ส่งออกไปยัง 14 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะจีนและสหรัฐ นายเหงียนเลิมเวียน ผู้อำนวยการใหญ่บริษัทหุ้นส่วนวีนามิดแสดงความคิดเห็นว่า            “เพื่อเข้าร่วมเทคโนโลยีชีวภาพในยุค 4.0 ทางบริษัทต้องประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งผมได้ประสบความสำเร็จในการผลิตผลไม้มีรสชาดอร่อย นิ่มและหอมมากขึ้นเนื่องจากที่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้”

ไม่เพียงแต่สถานประกอบการผลิตที่ทำการเปลี่ยนแปลงใหม่ให้ทันกับยุคอุตสาหกรรมใหม่เท่านั้น หากยังมีสถานประกอบการการค้า –การบริการก็เตรียมพร้อมเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น บริษัทหุ้นส่วนเทคโนโลยีแซนด๋อ แม้เพิ่งได้รับการก่อตั้งเป็นเวลา 5 ปีแต่ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 ต่อปีเนื่องจากประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสารผ่านเว็ปขายของออนไลน์ Sendo.com ซึ่งทางบริษัทได้ร่วมมือกับ Google และ Facebook ในการทำมาร์เก็ตติ้งให้แก่ร้านค้าต่างๆ นางเหวียนถิแห่ง ผู้อำนวยการฝ่ายต่างประเทศของบริษัทแซนด๋อเผยว่า            “ปกติร้านค้าแต่ละร้านทำการประชาสัมพันธ์กันเองใน Google หรือ Facebook แต่แซนด๋อจะช่วยให้หลายๆร้านทำการประชาสัมพันธ์ด้วยกัน ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่า เป็นมืออาชีพ ทำงานโดยอัตโนมัติและมีประสิทธิภาพกว่าจึงอำนวยความสะดวกให้แก่การซื้อของลูกค้า”

การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 กำลังส่งผลกระทบต่อการผลิตและประกอบธุรกิจของสถานประกอบการในทุกขณะ หากบริษัทใดไม่เร่งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ก็จะต้องล้าหลัง นี่ไม่ใช่การแข่งขันระหว่างบริษัทไม่ว่าจะเป็นบริษัทใหญ่หรือบริษัทเล็กหากเป็นการแข่งขันแบบ ใครเร็วกว่าและสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพได้มากกว่าก็จะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันนี้.

คำติชม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวอื่นในหมวด