โอกาสของสินค้าการเกษตรเวียดนามจากศูนย์ซื้อขายสินค้า

(VOVWORLD) - วันที่ 1 มิถุนายนปี 2018 มติ 51 ของรัฐบาลมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นมติแก้ไขและเสริมเพิ่มเติมของมติ 158 ของรัฐบาลฉบับวันที่ 28 ธันวาคมปี 2006 ที่ได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายการค้าว่าด้วยการซื้อขายสินค้าผ่านศูนย์ซื้อขายสินค้า สำหรับมตินี้ มีเนื้อหาที่เปิดกว้างและอำนวยความสะดวกให้แก่การดำเนินงานของศูนย์ฯ โดยเฉพาะการส่งสินค้าไปขายยังตลาดต่างประเทศเพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรเวียดนาม
โอกาสของสินค้าการเกษตรเวียดนามจากศูนย์ซื้อขายสินค้า - ảnh 1พริกไทยคือสินค้าที่ขายดีในตลาดโลก (Photo dacnong.gov.vn)

 

แม้เป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก โดยเฉพาะกาแฟ พริกไทย มะม่วงหิมพานต์และยางพารา แต่ราคาและมาตรฐานสินค้าเกษตรหลายประเภทของเวียดนามยังถูกสถานประกอบการต่างชาติกำหนด ยกตัวอย่างเช่น พริกไทยเวียดนามมีราคาต่ำมากเนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถกำหนดราคาได้เองและไม่มีราคาอ้างอิงเทียบกับตลาดโลกดังนั้นจึงต้องยอมขายในราคาถูกในขณะที่ราคาพริกไทยของอินเดียและบราซิลอยู่ในระดับสูงพอสมควรเพราะเขาขายผ่านศูนย์จำหน่าย นางเหงียนมายแอง รองประธานสมาพันธ์พริกไทยเวียดนามเผยว่า            “พวกเรากำลังหารือกับสมาพันธ์พริกไทยอินเดียเพื่อร่วมมือกับพวกเขาขายพริกไทยผ่านศูนย์จำหน่ายสินค้าเดียวกันเพื่อสามารถกำหนดราคาได้ ส่วนประเทศอินเดียก็มีความประสงค์ที่จะมาลงทุนและเข้าร่วมศูนย์ซื้อขายพริกไทยในเวียดนาม”

สำหรับกาแฟ ในอดีต กระทรวงอุตสาหกรรมและพาณิชย์ได้ทดลองเปิดศูนย์ซื้อขายกาแฟบวนเมถวดแต่ดำเนินงานได้แค่ไม่กี่ปีก็ต้องปิดตัวลงเพราะสถานประกอบการต่างชาติสามารถซื้อกาแฟเวียดนามได้ตามมาตรฐานของตนเองในราคาถูกแล้วนำกาแฟกลับประเทศเพื่อแปรรูปแล้วขายในราคาที่สูงขึ้น ดังนั้น สถานประกอบการและผู้ปลูกกาแฟเวียดนามมีความประสงค์ว่า เมื่อศูนย์ซื้อขายสินค้าภายในประเทศมีความเชื่อมโยงกับศูนย์ซื้อขายสินค้าต่างประเทศจะช่วยให้ข้อมูลมีความชัดเจน โปร่งใสและเชื่อมโยงกับราคาในตลาดโลกเพื่อลดความเสี่ยงจากการผันผวนของราคาได้ นายเหงียนหิวทั้ง ผู้อำนวยการสหกรณ์พริกไทย ซวนหลก จังหวัดด่งนายแสดงความคิดเห็นว่า            “เกษตรกรและเราก็ไม่ทราบว่า หากขายสินค้าผ่านศูนย์ดังกล่าวต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ขอให้ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้พวกเรารับทราบเพื่อสามารถขายพริกไทยผ่านศูนย์จำหน่ายสินค้าได้”

สำหรับสถานประกอบการด้านการเกษตรอื่นๆก็ตกอยู่ในภาวะเดียวกันเนื่องจากขาดประสบการณ์ในด้านนี้ จึงต้องการความช่วยเหลือจากสำนักงานที่เกี่ยวข้องในการขายสินค้าผ่านศูนย์ นายจิ่งดึ๊กมิงห์ นายกสมาคมกาแฟจังหวัดดั๊กลั๊กเผยว่า            “สถานประกอบการ ธนาคารและหน่วยงานโลจิสติกส์ต้องนั่งหารือกันและศูนย์ซื้อขายสินค้าต่างๆภายในประเทศก็ต้องร่วมมือกัน หากประสบความสำเร็จในการขายสินค้าบางประเภท ก็จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นได้”

การที่สินค้าเกษตรเวียดนามสามารถจำหน่ายผ่านศูนย์และทำธุรกิจกับตลาดต่างประเทศได้เป็นสิ่งที่ทำได้ไม่ง่ายนัก แต่ถ้าหากเกษตรกร สถานประกอบการและสำนักงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเพื่อพยายามตอบสนองเงื่อนไขที่เข้มงวดต่างๆของตลาด ก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้ และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด สามารถควบคุมราคาและมีส่วนร่วมเพิ่มมูลค่าของสินค้าเกษตรเวียดนาม.


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด