การประชุมหน่วยงานการทูตครั้งที่๓๐ ยืนยันสถานะของประเทศในสภาวการณ์ใหม่

(VOVWORLD) -เจตนารมณ์การทูตในเชิงสร้างสรรค์ได้ถูกสะท้อนผ่านการประชุมหน่วยงานการทูตครั้งที่๓๐ ซึ่งถือเป็นการประชุมที่สำคัญของหน่วยงานการทูตที่ถูกจัดขึ้นทุกๆ๒ปี  การประชุมครั้งนี้ได้กำหนดหน้าที่ที่สำคัญเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาหน่วยงานการทูตในทุกด้าน นำประเทศผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึกในสภาวการณ์ใหม่

การประชุมหน่วยงานการทูตครั้งที่๓๐  ยืนยันสถานะของประเทศในสภาวการณ์ใหม่ - ảnh 1นาย ฝามแซงโจว์ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศอินเดีย (Photo: TTXVN) 

การประชุมหน่วยงานการทูตครั้งนี้เน้นถึง๔หัวข้อหลักได้แก่การประเมินการปฏิบัติมติของที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่๑๒เกี่ยวกับงานด้านการต่างประเทศในรอบ๒ปีที่ผ่านมา การประเมินสถานการณ์โลก โอกาสและความท้าทายต่างๆเพื่อปฏิบัติแนวทางการต่างประเทศของพรรคอย่างเป็นฝ่ายรุกและมีความคิดสร้างสรรค์  ประเมินมาตรการผสมผสานและยกระดับการทูตพหุภาคีที่มีประสิทธิภาพ  ปรับปรุงกลไกภาครัฐและสร้างสรรค์แหล่งบุคลากรที่เป็นมืออาชีพและทันสมัย

การประชุมแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่และมีความคิดสร้างสรรค์

  ความสนใจของบรรดาผู้นำพรรค รัฐและสภาแห่งชาติได้เป็นการแสดงให้เห็นว่า งานด้านการต่างประเทศได้รับการยกระดับขึ้นสู่ขั้นสูงใหม่

จากเป้าหมายค้ำประกันผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ เวียดนามได้ใช้ประโยชน์จากโอกาสต่างๆเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคและปฏิบัติหน้าที่สำคัญด้านการต่างประเทศของที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคสมัยที่ 12  โดยเฉพาะ2กลุ่มหน้าหลักที่ท่านเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเหงวียนฟู้จ่องได้มอบหมายในการประชุมการทูตครั้งที่ 29 คือต้องใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังในต่างประเทศเพื่อพัฒนาประเทศและมีส่วนร่วมปกป้องเอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน รักษาบรรยากาศแห่งสันติภาพและ เสถียรภาพเพื่อการพัฒนา นาย ฝามแซงโจว์ เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศอินเดียได้เผยว่า “ในตลอด๒ปีที่ผ่านมา ผมคิดว่า หน่วยงานการทูตได้ประสบผลสำเร็จต่างๆ ซึ่งผลสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพเพื่อการพัฒนา แม้ประเทศมหาอำนาจมีความขัดแย้งแต่หน้าที่ของพวกเราคือรักษาบรรยากาศแห่งสันติภาพและเสถียรภาพเพื่อการพัฒนา นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด พวกเราต้องทำให้ประเทศต่างๆเห็นว่า เวียดนามไม่สนับสนุนประเทศใดประเทศหนึ่งในการต่อต้านประเทศอื่น”

ต้องเกาะติดสถานการณ์โลกเพราะโลกกำลังมีความผันผวนอย่างซับซ้อน ถ้าไม่มีความเข้าใจและมาตรการที่เหมาะสม กระบวนการผสมผสานและการปฏิบัติเป้าหมายการพัฒนาประเทศจะประสบอุปสรรคมากมาย นี่คือสาส์นที่อดีตรองนายกรัฐมนตรี หวูควานได้กล่าวในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากบรรดาเอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะตัวแทนเวียดนามในต่างประเทศ

นาย ดว่านซวนฮึง เอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศเยอรมนีได้เผยว่า บนเจตนารมณ์แห่งการเกาะติดสถานการณ์ในประเทศต่างๆเพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ประชาชาติ สำนักงานตัวแทนการทูตของเวียดนามในต่างประเทศกำลังพยายามปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เป็นฝ่ายรุกและมีความคิดสร้างสรรค์ รักษาบรรยากาศแห่งสันติภาพและเสถียรภาพเพื่อการพัฒนา ส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆและผลักดันกระแสการลงทุน เอกอัครราชทูตดว่านซวนฮึงได้เผยว่า เยอรมนีเป็นตลาดใหญ่และมีศักยภาพมากมาย ดังนั้น ต้องพยายามยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับเยอรมนีให้เป็นความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ “พวกเราต้องพยายามศึกษาตลาดเยอรมนี ชาวเยอรมันหลายคนรักเวียดนามและเห็นว่า เวียดนามเป็นจุดเด่นในภูมิภาคเอเชียและเป็นตลาดที่น่าสนใจ ผมให้ความสนใจต่อรัฐต่างๆของเยอรมนีเพราะแต่ละรัฐมีการตัดสินใจเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาของตนเอง ดังนั้น พวกเราพยายามตั้งเป้าหมายเดินทางไปยังรัฐต่างๆของเยรอมนีเพื่อพบปะกับชมรมสถานประกอบการและประชาสัมพันธ์ศักยภาพ ประเทศและคนเวียดนาม”

การประชุมหน่วยงานการทูตครั้งที่๓๐  ยืนยันสถานะของประเทศในสภาวการณ์ใหม่ - ảnh 2ภาพของการประชุม (Photo: Quynh Trang) 

ยกระดับสถานะของประเทศ

  อาจยืนยันได้ว่า ส่วนร่วมที่สำคัญที่สุดของหน่วยงานการทูตในเวลาที่ผ่านมาคือการธำรงและเสริมสร้างบรรยากาศระหว่างประเทศที่เอื้อให้แก่การพัฒนาของประเทศ เวียดนามได้สถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์และทุกด้านกับ๒๗หุ้นส่วน ผลักดันการเจรจาและลงนามข้อตกลงการค้าเสรี๑๖ฉบับ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญเพื่อให้เวียดนามผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึก

แต่อย่างไรก็ดี ในสภาวการณ์ที่ยังมีความเสี่ยงจากลัทธิคุ้มครองการค้า การพิพาททางการค้าและการต่อต้านกระบวนการโลกาภิวัตน์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของเศรษฐกิจโลกและเวียดนาม   เจ้าหน้าที่ทางการทูตแต่ละคนต้องตระหนักได้ดีเกี่ยวกับหน้าที่ของตน ใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังในต่างประเทศเพื่อพัฒนาประเทศ เอกอัครราชทูตเหงวียนเหงวียดงาน รองประธานคณะกรรมการแห่งชาติเวียดนามเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจแปซิฟิกและรองประธานกลุ่มสร้างสรรค์วิสัยทัศน์เอเปกหลังปี๒๐๒๐ได้เผยว่า เวียดนามกำลังมีโอกาสใหญ่เพื่อยกระดับสถานะของประเทศ “เวียดนามกำลังย่างเข้าสู่ระยะแห่งการพัฒนาที่สำคัญ โดยถือการพัฒนาอย่างยั่งยืนผสานกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิตอลและเศรษฐกิจภาคเอกชนเป็นพลังขับเคลื่อน นี่เป็นโอกาสใหญ่และอาจกล่าวได้ว่า ในรอบหลายปีแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ นี่เป็นครั้งแรกที่เศรษฐกิจภาคเอกชนและพลังขับเคลื่อนของการพัฒนาได้ถูกระบุอย่างชัดเจน พวกเราก็ใช้ประโยชน์จากความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนต่างๆ รวมทั้ง ๒๗หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์และทุกด้านและ๕๙หุ้นส่วนเอฟทีเอ  จากสถานะใหม่และแนวทางการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกอย่างกว้างลึก  หน่วยงานการทูตต้องพยายามเกาะติดแนวโน้มใหม่”

สถานะและพลังของประเทศภายหลัง๓๐ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ประเทศได้อำนวยความสะดวกเพื่อให้เวียดนามสร้างสรรค์หน่วยงานการทูตที่เป็นมืออาชีพและทันสมัย  เพื่อเกาะติดแนวโน้มของยุคสมัย หน่วยงานการทูต บรรดาเอกอัครราชทูตและหัวหน้าสำนักงานตัวแทนการทูตของเวียดนามในต่างประเทศกำลังพยายามยืนยันสถานะของประเทศในสภาวการณ์ใหม่.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด