การสนทนาคือมาตรการที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มความเข้าใจร่วมเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชน

(VOVworld) - กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเพิ่งประกาศรายงานสิทธิมนุษยชนประจำปี 2016 ที่มีส่วนระบุถึงความความสำเร็จของเวียดนามในการปฏิบัติสิทธิมนุษยชน แต่พร้อมกันนั้น รายงานดังกล่าวยังมีเนื้อหาบางส่วนที่ขาดภาวะวิสัยและไร้มูลความจริง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องผลักดันการสนทนาเพื่อลดความขัดแย้งเกี่ยวกับคุณค่าของการปฏิบัติสิทธิมนุษยชนในแต่ละประเทศ

(VOVworld) - กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐเพิ่งประกาศรายงานสิทธิมนุษยชนประจำปี 2016 ที่มีส่วนระบุถึงความความสำเร็จของเวียดนามในการปฏิบัติสิทธิมนุษยชน แต่พร้อมกันนั้น รายงานดังกล่าวยังมีเนื้อหาบางส่วนที่ขาดภาวะวิสัยและไร้มูลความจริง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องผลักดันการสนทนาเพื่อลดความขัดแย้งเกี่ยวกับคุณค่าของการปฏิบัติสิทธิมนุษยชนในแต่ละประเทศ

การสนทนาคือมาตรการที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มความเข้าใจร่วมเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชน - ảnh 1
นาย เลหายบิ่ง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเวียดนาม
นโยบายที่เสมอต้นเสมอปลายของเวียดนามคือปกป้องและผลักดันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยความพยายามและความสำเร็จของเวียดนามในการคํ้าประกันและปรับปรุงการปฏิบัติสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในเวลาที่ผ่านมาได้รับการชื่นชมจากประชาคมระหว่างประเทศ
นโยบายที่ดีเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน
หนึ่งในมาตรการที่เวียดนามให้ความสนใจผลักดันเพื่อปกป้องและคํ้าประกันสิทธิมนุษยชนคือจัดทำและปรับปรุงระบบกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน โดยรัฐธรรมนูญปี 2013 ของเวียดนามได้มี 36 มาตราที่ระบุเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสิทธิและหน้าที่ขั้นพื้นฐานของพลเมือง ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่รัฐธรรมนูญของเวียดนามระบุว่า “รัฐคํ้าประกันและส่งเสริมสิทธิการเป็นเจ้าของของประชาชน รับรองและให้ความเคารพและคํ้าประกันการปฏิบัติสิทธิมนุษยชนและสิทธิของพลเมือง” ซึ่งการกำหนดหลักการนี้สอดคล้องกับกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศตามพื้นฐานลักษณะของสิทธิมนุษยชนและของระบอบสังคมนิยมในเวียดนาม ซึ่งในรัฐธรรมนูญปี 2013 และเอกสารกฎหมายอื่นๆ เวียดนามได้ให้ความสำคัญต่อกลไกการตรวจสอบและควบคุมอำนาจรัฐ รวมถึงแผนการปรับปรุงระบบกฎหมาย กลไลและระเบียบการต่างๆเพื่อผลักดันและคํ้าประกันการปฏิบัติสิทธิมนุษยชนในชีวิตจริง
ขณะเดียวกัน เวียดนามได้กระชับความร่วมมือระหว่างประเทศในการปกป้องและผลักดันการปฏิบัติสิทธิมนุษยชน ซึ่งจนถึงขณะนี้ เวียดนามได้เข้าร่วมอนุสัญญาของสหประชาชาติเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เช่น อนุสัญญาเกี่ยวกับสิทธิพลเรือนและการเมือง อนุสัญญาเกี่ยวกับสิทธิทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและสังคม อนุสัญญาเกี่ยวกับการยุติการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ อนุสัญญาว่าด้วยการยุติการเหยียดเชื้อชาติ อนุสัญญาเกี่ยวกับสิทธิของเด็ก อนุสัญญาเกี่ยวกับการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติและพิธีสารเกี่ยวกับการป้องกัน ปราบปรามและลงโทษต่ออาชญากรรมลับลอบค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก อนุสัญญาที่ 122 ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO เกี่ยวกับนโยบายด้านงานทำเป็นต้น
ผลสำเร็จในการปฏิบัติสิทธิมนุษยชนของเวียดนามเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ในกรอบการสนทนาและความร่วมมือเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคี ประเทศต่างๆและหุ้นส่วนระหว่างประเทศต่างชื่นชมผลสำเร็จของเวียดนามทั้งด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การศึกษา รวมถึงความเชื่อและการนับถือศาสนา โดยเวียดนามให้ความสำคัญต่อการผลักดันกลไกการสนทนาและความร่วมมือในการปฏิบัติสิทธิมนุษยชนกับประเทศต่างๆ รวมถึงสหรัฐ อียู ออสเตรเลีย นอร์เวย์และสวิสเซอร์แลนด์ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการจัดตั้งและปฏิบัติกิจกรรมต่างๆของคณะกรรมการร่วมรัฐบาลอาเซียนเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน การร่างปฏิญญาแห่งสิทธิมนุษยชนอาเซียนที่ได้รับการอนุมัติในการประชุมระดับสูงอาเซียน ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี2012
จนถึงปัจจุบัน เวียดนามเป็นหนึ่งใน 6 ประเทศสมาชิกสหประชาชาติที่ได้บรรลุเกือบทุกเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษก่อนปี 2015 และได้รับรางวัลขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติหรือ FAO เนื่องจากมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในภารกิจการแก้ปัญหาความยากจน ส่วนเมื่อวันที่ 20 มิถุนายนปี 2014 สภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติได้ชื่นชมการปฏิบัติสิทธิมนุษยชนของเวียดนามตามที่ได้ระบุในรายงานแห่งชาติตามกลไกการตรวจสอบประจำปีหรือ UPR รอบที่ 2 ซึ่งผลสำเร็จดังกล่าวและการมีส่วนร่วมของเวียดนามต่อเป้าหมายการผลักดันการปกป้องสิทธิมนุษยชนเพื่อธำรงหลักการขั้นพื้นฐานของกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า เวียดนามให้ความเคารพและคํ้าประกันสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนจากการปรับปรุงระบบกฎหมายและนโยบายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนเท่านั้น หากยังจากการปฏิบัติสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพสื่อมวลชน สิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนาและความเลื่อมใส การคํ้าประกันสวัสดิการสังคม การแก้ปัญหาความยากจนและการศึกษา เป็นต้น
ทั้งนี้ ถึงแม้ยังมีทัศนะที่แตกต่างกันเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่างๆ แต่ผลสำเร็จในการปฏิบัติสิทธิมนุษยชนของเวียดนามคือสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ซึ่งการธำรงการสนทนาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนระหว่างเวียดนามกับสหรัฐคือมาตรการที่ดีที่สุดเพื่อให้นักการเมืองและประชาชนอเมริกันมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเวียดนาม อีกทั้งช่วยลดความขัดแย้งเกี่ยวกับคุณค่าด้านสิทธิมนุษยชนในแต่ละประเทศเพื่อมีส่วนร่วมปกป้องและผลักดันการปฏิบัติสิทธิมนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด