สัญญาณที่ดีในความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับตุรกี

(VOVworld)หลังจากกองทัพตุรกียิงเครื่องบินซู 24 ของรัสเซียตกใกล้เขตชายแดนตุรกี-ซีเรียเมื่อกว่าครึ่งปีก่อน เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ประธานธิบดีตุรกี เรเซ็ป ทายยิป แอร์โดกัน ได้ส่งจดหมายขอโทษทางการรัสเซีย ซึ่งถือเป็นท่าทีที่ไม่คาดคิดมาก่อน เพราะถึงแม้จะมีสัญญาณการประนีประนอมมาก่อนหน้านั้นก็ตาม แต่ผู้นำตุรกีก็ยังคงปฏิเสธที่จะกล่าวขอโทษตามคำเรียกร้องของทางการมอสโคว์ ซึ่งแรงกดดันจากการคว่ำบาตรด้านเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการทูตและความเสี่ยงจากการก่อการร้ายเป็นเหตุผลที่นำไปสู่การตัดสินใจของตุรกี

(VOVworld)หลังจากกองทัพตุรกียิงเครื่องบินซู 24 ของรัสเซียตกใกล้เขตชายแดนตุรกี-ซีเรียเมื่อกว่าครึ่งปีก่อน เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ประธานธิบดีตุรกี เรเซ็ป ทายยิป แอร์โดกัน ได้ส่งจดหมายขอโทษทางการรัสเซีย ซึ่งถือเป็นท่าทีที่ไม่คาดคิดมาก่อน เพราะถึงแม้จะมีสัญญาณการประนีประนอมมาก่อนหน้านั้นก็ตาม แต่ผู้นำตุรกีก็ยังคงปฏิเสธที่จะกล่าวขอโทษตามคำเรียกร้องของทางการมอสโคว์ ซึ่งแรงกดดันจากการคว่ำบาตรด้านเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการทูตและความเสี่ยงจากการก่อการร้ายเป็นเหตุผลที่นำไปสู่การตัดสินใจของตุรกี

สัญญาณที่ดีในความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับตุรกี - ảnh 1
ประธานธิบดีตุรกี เรเซ็ป ทายยิป แอร์โดกัน (AFP)

ในจดหมายที่ส่งถึงประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีเมียร์ ปูติน ประธานธิบดีตุรกี เรเซ็ป ทายยิป แอร์โดกัน ได้แสดงความเสียใจต่อความปวดร้าวของครอบครัวนักบินที่ถูกยิงเสียชีวิตและแสดงความเห็นอกเห็นใจถึงพวกเขา และขอให้พวกเขาให้อภัย ตุรกียังประกาศว่า จะลงโทษนาย Alparslan Celik ผู้ต้องสงสัยที่สังหารนักบิน Oleg Peshkov หลังจากเครื่องบินซู 24 ถูกยิงตก
ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีเมียร์ ปูติน ได้ถือการยิงเครื่องบินซู 24 ตกเป็นการสนับสนุนการก่อการร้าย รัสเซียได้เสนอให้ตุรกีขอโทษหลายครั้ง แต่ผู้นำของตุรกีไม่ยอมรับว่า เป็นความผิดนี่โดยกล่าวหาว่า เครื่องบินของมอสโคว์ได้ละเมิดน่านฟ้าของตุรกี ในขณะที่รัสเซียยืนยันว่า เครื่องบินของตนกำลังบินเหนือน่านฟ้าของซีเรีย เหตุการณ์ดังกล่าวได้ทำให้รัสเซียใช้มาตรการคว่ำบาตรตุรกีหลายอย่าง เช่นห้ามนำเข้าอาหารจากตุรกี ระงับการออกวีซ่าให้แก่พลเมืองตุรกี ห้ามสถานประกอบการรัสเซียจ้างแรงงานตุรกีรอบใหม่และเรียกร้องให้บริษัทนำเที่ยวของรัสเซียจำกัดแพคเกจทัวร์ไปยังตุรกี
ก้าวเดินที่บรรลุเป้าหมายทั้งภายในและต่างประเทศของตุรกี
ก่อนมีปฏิบัติการประนีประนอมกับรัสเซีย ประธานธิบดีตุรกี เรเซ็ป ทายยิป แอร์โดกัน ได้ตกเข้าสู่ภาวะถูกโดดเดี่ยวทางการทูต โดยตุรกีต้องเผชิญหน้ากับยุโรปเกี่ยวกับวิกฤตผู้อพยพ แถมความสัมพันธ์ระหว่างตุรกีกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่นอิรัก ซีเรียและอียิปต์ก็ไม่มีความราบรืน เพราะบางครั้งก็ต้องตกอยู่ในภาวะเผชิญหน้าหลังจากตุรกีเปิดการโจมตีใส่กลุ่มนักรบชาวเคิร์ตในดินแดนของซีเรียและอิรัก ตุรกียังถูกตำหนิว่าปล่อยให้นักรบของกลุ่มรัฐอิสลามหรือไอเอสเคลื่อนไหวอย่างอิสระในเขตชายแดนระหว่างตุรกีกับซีเรีย
สำหรับบรรดาพันธมิตร ตุรกีไม่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐและองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ในการเผชิญหน้ากับรัสเซีย โดยเมื่อเริ่มเกิดการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียกับตุรกี สหรัฐได้ประกาศว่า จะไม่เข้าไปยุ่งกับปัญหานี้ ส่วนนาโตก็หลีกเลี่ยงการตกเข้าสู่ความชะงักงันครั้งใหม่ในความสัมพันธ์กับรัสเซีย เพราะความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับนาโตมีความตึงเครียดกันมานานแล้ว
ในขณะเดียวกัน คำสั่งคว่ำบาตรจากรัสเซียและผลกระทบจากการโจมตีก่อการร้ายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ทำให้เศรษฐกิจตุรกีเผชิญความลำบากมากขึ้น นาย Aydin Sezer อดีตเจ้าหน้าที่ด้านการค้า ซึ่งเคยเป็นตัวแทนของรัฐบาลตุรกีประจำมอสโคว์ได้เผยว่า คาดว่า คำสั่งคว่ำบาตรจากรัสเซียจะทำให้ตุรกีได้รับความเสียหายประมาณ 1 หมื่น 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เพิ่มขึ้น 4 เท่าเมื่อเทียบกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมกราคมปี 2016 มูลค่าการส่งออกจากตุรกีไปยังรัสเซียอยู่ที่ 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 2 ใน 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ธนาคารเพื่อการฟื้นฟูบูรณะและการพัฒนาแห่งยุโรปได้คาดการณ์ว่า คำสั่งคว่ำบาตรของรัสเซียได้ทำให้การขยายตัวด้านเศรษฐกิจของตุรกีลดลงร้อยละ 0.3 ในปี 2016
สำหรับปัญหาภายในประเทศ ตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงปัจจุบัน ตุรกีต้องรับมือการโจมตีก่อการร้ายที่รุนแรงหลายครั้ง รวมทั้งเหตุระเบิดที่นองเลือด ณ สนามบินอตาเติร์กเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา นอกจากนั้น การปะทะที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 2 ทศวรรษระหว่างทางการอังคารากับชมรมชาวเคิร์ตกำลังมีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรง การปะทะทางการเมืองภายในประเทศและการแย่งชิงอำนาจที่ยืดเยื้อเป็นเวลานานได้นำไปสู่การปรับรัฐบาลเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคมตุรกีมีความเลวร้ายมากขึ้น
ที่ชัดเจนก็คือ ทางการอังการากำลังต้องเผชิญกับอุปสรรคทั้งภายในและต่างประเทศ ในสภาวการณ์ดังกล่าว การที่อังการาประนีประนอมเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซียคือสิ่งที่จำเป็นเพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งภายในและต่างประเทศ

สัญญาณที่ดีในความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับตุรกี - ảnh 2
ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีเมียร์ ปูติน (AFP)

เจตนาดีจากรัสเซีย
การที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับตุรกีมีความตึงเครียดไม่ใช่สิ่งที่ทั้งสองฝ่ายต้องการ ก่อนช่วงเกิดความตึงเครียด รัสเซียและตุรกีมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและพึ่งพากันด้านเศรษฐกิจ โดยตุรกีเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนการค้ารายใหญ่ของรัสเซีย ยอดมูลค่าการค้าต่างตอบแทนบรรลุเกือบ 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ส่วนรัสเซียเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของตุรกี ทั้งสองประเทศได้ตั้งเป้าไว้ว่า มูลค่าการค้าต่างตอบแทนจะเพิ่มขึ้น 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2020 และกำลังผลักดันการบรรลุข้อตกลงพลังงานยุทธศาสตร์สำคัญฉบับต่างๆ รวมทั้งโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ “สตรีม ตุรกี” ดังนั้น หลังจากประธานาธิบดีตุรกีส่งจดหมายขอโทษ 2 วัน เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดีเมียร์ ปูตินได้สั่งให้รัฐบาลประเทศนี้เริ่มกระบวนการยกเลิกมาตรคว่ำบาตรต่อตุรกี รวมทั้งการยกเลิกมาตรการจำกัดการเข้าเมืองต่อพลเมืองตุรกี ก่อนหน้านั้น ประธานาธิบดีรัสเซียและประธานาธิบดีตุรกีได้เห็นพ้องที่จะรื้อฟื้นความร่วมมือและแสดงความพร้อมที่จะจัดการเจรจาโดยตรง ในขณะเดียวกัน นาย Viktor Ozerov หัวหน้าคณะกรรมการกลาโหมและความมั่นคงสังกัดสภาสหพันธรัฐรัสเซียได้แสดงความเห็นว่า สามารถถือคำขอโทษของตุรกีคือก้าวเดินแรกบนเส้นทางปรับความสัมพันธ์ให้เป็นปกติ
การที่ประธานาธิบดีตุรกี เรเซ็ป ทายยิป แอร์โดกัน เป็นฝ่ายเดินหน้าคลี่คลายความตึงเครียดในความสัมพันธ์กับรัสเซียคือก้าวเดินแรกเพื่อแก้ไขปัญหาการเผชิญหน้า ถึงแม้นี่คือจุดเริ่มต้น แต่ก็เป็นพื้นฐานสำคัญเพื่อให้รัสเซียและตุรกีจับมือเพื่อผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและการเมืองของทั้งสองฝ่าย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด