สร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ให้แก่ความสัมพันธ์เวียดนาม-นิวซีแลนด์

(VOVWORLD) - ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ เจซินดา อาร์เดิร์น วันที่ 12 มีนาคม นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ได้เริ่มการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 11-14 มีนาคม นี่คือการเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ซึ่งมีส่วนร่วมสร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ให้แก่ความสัมพันธ์หุ้นส่วนในทุกด้านเวียดนาม-นิวซีแลนด์
สร้างพลังขับเคลื่อนใหม่ให้แก่ความสัมพันธ์เวียดนาม-นิวซีแลนด์ - ảnh 1การเจรจาระหว่างสองฝ่าย 

 

การเยือนนิวซีแลนด์ของนายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก มีขึ้นในสภาวการณ์ที่นิวซีแลนด์มีความประสงค์ที่จะผลักดันความสัมพันธ์กับเวียดนามให้มากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงนโยบายให้ความสำคัญต่อบทบาทและสถานะของเวียดนามในภูมิภาค รวมถึงการร่วมมือกับเวียดนามเพื่อผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างนิวซีแลนด์กับอาเซียนมากขึ้น ดังนั้น การเยือนนี้จึงมีความหมายสำคัญต่อทั้งเวียดนามและนิวซีแลนด์

มุ่งสู่ความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เวียดนาม-นิวซีแลนด์

เวียดนามและนิวซีแลนด์สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเมื่อปี 1975  ถึงปี 2009 ทั้งสองประเทศได้สถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนในทุกด้าน และเมื่อปี 2015 ทั้งสองประเทศได้ออกแถลงการณ์ร่วมโดยเห็นพ้องที่จะผลักดันและทำให้ความสัมพันธ์หุ้นส่วนในทุกด้านมีความลึกซึ้งมากขึ้น มุ่งสู่ความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ นอกรอบการประชุมสุดยอดฟอรั่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกหรือเอเปก 2017 ณ เวียดนามเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2017 เวียดนามและนิวซีแลนด์ได้เสร็จสิ้นการจัดทำและลงนามโครงการปฏิบัติงานในช่วงปี 2017-2020

ในด้านการต่างประเทศ เวียดนามมีบทบาทสำคัญในนโยบายต่อภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของนิวซีแลนด์  ส่วนในด้านเศรษฐกิจ นิวซีแลนด์ได้ประเมินว่า เวียดนามคือหุ้นส่วนที่เต็มไปด้วยศักยภาพ โดยมูลค่าการส่งออกของเวียดนามไปยังนิวซีแลนด์อยู่อันดับที่ 19 เมื่อปี 2017 มูลค่าการค้าต่างตอบแทนได้บรรลุกว่า 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขณะนี้ นิวซีแลนด์คือหุ้นส่วนการค้ารายใหญ่อันดับที่ 31 ของเวียดนาม ผู้นำทั้งสองประเทศได้ตั้งเป้าไว้ว่า มูลค่าการค้าต่างตอบแทนด้านสินค้าและการบริการจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2020 ขณะนี้ นิวซีแลนด์มี 28 โครงการลงทุนในเวียดนาม รวมยอดเงินทุนจดทะเบียนบรรลุกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นิวซีแลนด์ได้ให้คำมั่นว่า จะสงวนเงินโอดีเอให้แก่เวียดนามตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2015 ถึงเดือนมิถุนายนปี 2018 กว่า 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อช่วยให้เวียดนามผลักดันการแก้ปัญหาความยากจน พัฒนาการเกษตร สาธารณสุขและการศึกษา

เนื้อหาอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับนิวซีแลนด์ก็คือด้านการศึกษา ตามรายงานสถิติ มีนักศึกษาเวียดนามเกือบ 3 พันคนกำลังศึกษาในนิวซีแลนด์ อยู่อันดับที่ 9 ในจำนวนประเทศที่มีนักศึกษาเวียดนามไปเรียนมากที่สุด

ในฟอรั่มทั้งในระดับภูมิภาคและโลก เวียดนามและนิวซีแลนด์ได้ให้การสนับสนุนกันอย่างเข้มแข็ง รวมทั้งการเจรจาเพื่อผลักดันการลงนามข้อตกลงในทุกด้านและก้าวหน้าข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกหรือซีพีทีพีพีเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา รวมทั้งผลักดันการเสร็จสิ้นการเจรจาข้อตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจในทุกด้านในภูมิภาคหรือ RCEP โดยเร็ว

มีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งให้แก่ความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์นิวซีแลนด์-อาเซียน

นิวซีแลนด์ให้ความสำคัญต่อบทบาทของอาเซียนอยู่เสมอ โดยเฉพาะในสภาวการณ์ที่อาเซียนและนิวซีแลนด์ฉลองครบรอบ 40 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนและยกระดับความสัมพันธ์หุ้นส่วนขึ้นเป็นความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2015 ทั้งสองฝ่ายได้ให้คำมั่นที่จะผลักดันการผสมผสานเข้ากับกระแสภูมิภาคที่กว้างลึกมากขึ้น มีส่วนร่วมเสร็จสิ้นเป้าหมายที่วางไว้ในวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2025 ตลอดจนการปฏิบัติแผนปฏิบัติการอาเซียน-นิวซีแลนด์ในช่วงปี 2016-2020 อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อแปรความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ให้เป็นรูปธรรม นิวซีแลนด์ให้คำมั่นที่จะสนับสนุนเงิน 200 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ภายใน 3 ปีข้างหน้าเพื่อปฏิบัติยุทธศาสตร์เกี่ยวกับมนุษย์และความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งถือเป็นเนื้อหาหลักของแผนปฏิบัติการอาเซียน-นิวซีแลนด์ ขณะนี้ อาเซียนคือหุ้นส่วนการค้ารายใหญ่อันดับที่ 5 ของนิวซีแลนด์

สำหรับเวียดนาม ผู้นำเวียดนามยืนหยัดนโยบายที่เสมอต้นเสมอปลายคือให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์อาเซียน-นิวซีแลนด์ ชื่นชมและสนับสนุนผลความร่วมมือระหว่างสองประเทศในเวลาที่ผ่านมา ในฐานะสมาชิกที่กระตือรือร้นในอาเซียน เวียดนามให้ความสำคัญต่อการช่วยเหลือของนิวซีแลนด์ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านความมั่นคง-กลาโหม เวียดนามและนิวซีแลนด์ยังผลักดันการประสานงานเพื่อส่งเสริมบทบาทและเพิ่มประสิทธิภาพของกลไกร่วมมือความมั่นคงภูมิภาคโดยอาเซียนเป็นผู้นำ ร่วมมืออย่างใกล้ชิดเกี่ยวกับการสร้างสรรค์ทักษะความสามารถในการรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคง รวมทั้งผลักดันความร่วมมือในการเดินเรือ

บนพื้นฐานนั้น การเยือนนิวซีแลนด์ของนายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุก ได้ช่วยให้ความสัมพันธ์หุ้นส่วนในทุกด้านระหว่างสองประเทศที่ได้รับการสถาปนาเมื่อปี 2009 มีความลึกซึ้งและจริงจังมากขึ้น สร้างพลังขับเคลื่อนเพื่อขยายความร่วมมือในอนาคต โดยเฉพาะด้านที่ได้รับความสนใจเป็นอันดับต้นๆที่ทั้งสองฝ่ายมีความต้องการและจุดแข็ง. 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด