นายโด๊ะเตี๊ยนสีกับการพัฒนาการปลูกสมุนไพรในเขตเขาภาคเหนือเวียดนาม

(VOVWORLD) - หลังจากเดินทางไปยังอำเภอเมืองซาปาและอำเภอบั๊กห่า จังหวัดลาวกายเพื่อพัฒนาเขตปลูกอาร์ติโช๊ค ในตลอด 10ปีที่ผ่านมา นาย โด๊ะเตี๊ยนสี ผู้อำนวยการบริษัท Traphaco Sapa สามารถฟื้นฟูและใช้ประโยชน์ศักยภาพของท้องถิ่นในการพัฒนาพืชสมุนไพร อีกทั้งช่วยแก้ปัญหาความยากจนในท้องถิ่นให้แก่ประชาชนชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ
นายโด๊ะเตี๊ยนสีกับการพัฒนาการปลูกสมุนไพรในเขตเขาภาคเหนือเวียดนาม - ảnh 1 นายโด๊ะเตี๊ยนสี (คนที่หนึ่งจากด้านซ้าย)

การพัฒนาเขตปลูกพืชสมุนไพรที่ได้มาตรฐานคือมาตรการที่สำคัญของบริษัทเภสัชภัณฑ์ Traphaco ในการผลักดันการผลิตในเชิงรุกและพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวทาง “สุขภาพกับสภาพแวดล้อมแห่งสีเขียว” โดยเมื่อปี 2010 นาย โด๊ะเตี๊ยนสี รองหัวหน้าแผนกวิจัยและพัฒนาของบริษัท เภสัชภัณฑ์ Traphaco ในกรุงฮานอย ได้รับหน้าที่ไปประจำที่จังหวัดลาวกายเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาการปลูกอาร์ติโช๊คในอำเภอซาปาและอำเภอบั๊กห่า ซึ่งในช่วงแรกๆการโน้มน้าวให้ชาวบ้านเปลี่ยนแปลงรูปแบบการผลิตจากการปลูกข้าวและข้าวโพดมาเป็นการปลูกพืชสมุนไพรก็ไม่ง่ายนักเพราะชาวบ้านส่วนใหญ่คือชนกลุ่มน้อย ดังนั้น นายสีจึงต้องพูดคุยกับทุกครอบครัว เพื่อแนะนำโครงการ นาย โด๊ะเตี๊ยนสีเผยว่า “ในช่วงแรก ผมทำความเข้าใจและไปพบปะพูดคุยกับทุกครอบครัวและเลือกครอบครัวเป็นตัวอย่างปฏิบัติเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชาวบ้านต่อโครงการนี้ อีกทั้งสนับสนุนด้านเทคนิก เงินทุนและจัดสรรค์เมล็ดพันธุ์เพื่อให้ชาวบ้านปฏิบัติตามขั้นตอนต่างๆ”

นอกจากแนะนำวิธีการปลูกและดูแลอาร์ติโช๊คเพื่อให้ได้ผลผลิตสูง นายสียังปฏิบัติตามคำมั่นในการรับจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่ชาวบ้านดังนั้นจำนวนครอบครัวที่เปลี่ยนมาปลูกอาร์ติโช๊คนับวันเพิ่มมากขึ้น ในเวลาเกือบ 10ปีที่บุกเบิกแหล่งปลูกพืชสมุนไพร ที่จังหวัดลาวกาย นาย สี ได้เดินทางไปถึงหมู่บ้านทุกแห่งในอำเภอซาปาและอำเภอบั๊กห่าเพื่อโน้มน้าวสร้างความสัมพันธ์ที่จริงใจกับชาวบ้าน ปัจจุบัน อำเภอซาปามีพื้นที่ปลูกอาร์ติโช๊คกว่า 75 เฮกตาและที่อำเภอบั๊กห่ามี 25 เฮกตา ซึ่งเป็นแหล่งจัดสรรวัตถุดิบปลอดสารพิษสำหรับใช้ในการแพทย์แผนโบราณ อีกทั้งมีส่วนช่วยแก้ปัญหาความยากจนของประชาชนในท้องถิ่นเพราะการปลูกอาร์ติโช๊คในพื้นที่ 1 เฮกตาทำกำไรได้ 150 ล้านด่งต่อปี สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในอำเภอซาปาและอำเภอบั๊กห่าได้เผยว่า

“ครอบครัวฉันปลูกอาร์ติโช๊คมานานแล้ว โดยปลูกตามการแนะนำของผู้อำนวยการบริษัทฯจึงได้ผลผลิตในระดับสูง”

 “ส่วนครอบครัวผมปลูกอาร์ติโช๊คมา 8 ปีแล้ว โดยการปลูกอาร์ติโช๊คทำรายได้ตั้งแต่ 10 – 20 ล้านด่งต่อเดือน ซึ่งสูงกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับการปลูกข้าว”

นอกจากมีส่วนช่วยให้บริษัทเภสัชภัณฑ์ Traphaco พัฒนาการผลิตในเชิงรุกเนื่องจากมีเขตปลูกพืชสมุนไพรที่ปลอดสารพิษ นาย โด๊ะเตี๊ยนสีและเพื่อนร่วมงานยังได้รับรางวัลความคิดสร้างสรรค์ในด้านวิทยาศาสตร์ VIFOTEC จากผลงานวิจัยและผลิตยาบำรุงและล้างพิษตับ Boganic ซึ่งผลการทดลองทางคลินิก ที่ โรงพยาบาลโรคมะเร็งส่วนกลางพบว่า ยาบำรุงและล้างพิษตับ Boganic ช่วยแก้ไขภาวะเอ็นไซม์ในตับสูงได้มากถึงร้อยละ 67 หลังการกินยาเป็นเวลา 10 วัน อีกทั้งยังถูกเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ผลิตภัณฑ์เครื่องหมายการค้าเวียดนามยอดเยี่ยม 2 ครั้งและเป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาในสถานีอนามัยกว่า 500 แห่ง นาง หวูถิถ่วน ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท Traphacoไ ด้เผยว่า“นายสีเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความรับผิดชอบและมีความกระตือรือร้นในการทำงาน โดยหลังจากพัฒนาพื้นที่ปลูกอาร์ติโช๊คจนมั่นคงแล้ว เขาก็ไม่กลับฮานอยหากได้เดินหน้าโครงการพัฒนาพืชสมุนไพรเพื่อช่วยให้ชาวบ้านสามารถหลุดพ้นจากความยากจน”

จากส่วนร่วมต่างๆที่มีต่อบริษัทและชุมชน นาย โด๊ะเตี๊ยนสี ได้รับประกาศเกียรติคุณเป็นเภสัชกรดีเด่นและได้รับหนังสือชมเชยจากนายกรัฐมนตรี ส่วนบริษัท Traphaco Sapa ได้รับรางวัล KOVA ที่เชิดชูคณะที่ดีเด่นในด้านต่างๆจากผลการวิจัยที่มีความคิดสร้างสรรค์ ที่ได้รับการประยุกต์ใช้ในชุมชนและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด