พัฒนาขบวนการบริจาคโลหิตเพื่อมนุษยธรรม

(VOVWORLD) -มีผู้ป่วยบางคนที่ต้องใช้ชีวิตโดยอาศัยเลือดจากผู้อื่นและผู้ที่ประสบอุบัติเหตุหลายคนที่ได้รับการช่วยชีวิตจากเลือดบริจาคของผู้อื่น  ซึ่งนี่คือความหมายอันสูงส่งของขบวนการบริจาคโลหิตที่ได้รับการปฏิบัติในเวียดนามในตลอดนับสิบปีที่ผ่านมา  
พัฒนาขบวนการบริจาคโลหิตเพื่อมนุษยธรรม - ảnh 1 กิจกรรมต่างๆเพื่อขานรับวันบริจาคโลหิตสากลถูกจัดขึ้นทุกๆปีในทั่วประเทศ

ในเวียดนาม นับตั้งแต่ปี2008 กิจกรรมต่างๆเพื่อขานรับวันบริจาคโลหิตสากลถูกจัดขึ้นทุกๆปีในทั่วประเทศ  ซึ่งจัดโดยคณะกรรมการชี้นำแห่งชาติเกี่ยวกับการรณรงค์บริจาคโลหิต ในตลอด10ปีที่ผ่านมา เวียดนามได้จัดตั้งสโมสรบริจาคโลหิตกว่า3พันแห่ง โดยมีสมาชิก135,000คน  นอกจากนี้ งานด้านการสร้างสรรค์กองกำลังผู้บริจาคโลหิตในเขตที่ห่างไกลความเจริญ เขตชายแดนและเกาะแก่งได้รับความสนใจและปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ  ศาสตราจารย์ เหงวียนแองชี้ อดีตหัวหน้าสถาบันโลหิตศาสตร์และการให้เลือดส่วนกลางได้เผยว่า  เมื่อก่อนนี้ แหล่งเลือดที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยมาจากผู้ขายเลือดแต่ปัจจุบันมาจากเลือดของผู้บริจาคโลหิต  จนถึงขณะนี้ มีหมู่คณะ ครอบครัว ตระกูลและบุคคลดีเด่นนับพันคนที่เข้าร่วมขบวนการบริจาคโลหิตหลายครั้ง   ปี2016เป็นนิมิตหมายการขยายตัวของขบวนการบริจาคโลหิต  โดยได้รับบริจาคโลหิตจำนวน1.2ล้านยูนิต  จำนวนผู้เข้าร่วมบริจาคโลหิตคิดเป็นร้อยละ1.52ของประชากร ซึ่งตอบสนองความต้องการเลือดเพื่อรักษาผู้ป่วยและการเก็บสำรองได้ร้อยละ60ในท้องถิ่นต่างๆ นี่เป็นครั้งแรกที่โรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศไม่ตกอยู่ในภาวะขาดแคลนเลือด  เพื่อขานรับวันบริจาคโลหิตสากลปีนี้ คณะกรรมการชี้นำแห่งชาติเกี่ยวกับการรณรงค์บริจาคโลหิตได้ประสานงานกับสถาบันโลหิตศาสตร์และการให้เลือดส่วนกลางจัดกิจกรรมต่างๆที่มีความหมาย รวมทั้ง พิธีสดุดีผู้บริจาคโลหิตดีเด่นทั่วประเทศ100คนเมื่อบ่ายวันที่9กันยายน ณ กรุงฮานอย ดอกเตอร์ โงแหมงกวน หัวหน้าแผนกการรณรงค์บริจาคโลหิตของสถาบันโลหิตศาสตร์และการให้เลือดส่วนกลางได้เผยว่า “ปีนี้ คณะกรรมการชี้นำแห่งชาติได้ปรับปรุงโครงการบริจาคโลหิตทั่วประเทศ “เส้นทางสีแดง”ให้มีประสิทธิภาพและเหมะสมมากขึ้น กำหนดการบริจาคโลหิตคือในวันที่14มิถุนายนนี้ โดยเริ่มต้นในจังหวัดเกิ่นเทอและนครไฮฟองเพื่อผสานกับการสดุดีผู้บริจาคโลหิต ซึ่งช่วยให้ประชาชนมีความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของโครงการ“เส้นทางสีแดง”  สองคือ เดือนมิถุนายนเป็นช่วงเวลาที่มักจะเกิดภาวะขาดแคลนเลือด  ดังนั้น การจัดโครงการนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวจะช่วยให้จังหวัดต่างๆแก้ไขสถานการณ์การขาดแคลนเลือด”

นอกจากกิจกรรมสดุดีผู้บริจาคโลหิตดีเด่นแล้ว  ยังมีการจัดโดยโครงการบริจาคโลหิตทั่วประเทศ “เส้นทางสีแดง”ครั้งที่6ในจังหวัดและนคร26แห่ง  ภายใต้สาส์น “การเชื่อมโยงสายเลือดของชาวเวียด” ในระหว่างวันที่14มิถุนายน-15กรกฎาคม โดยโครงการ “เส้นทางสีแดงปี2018”ตั้งเป้าไว้ว่า จะได้รับบริจาคโลหิตอย่างน้อย3หมื่นยูนิต  ซึ่งผู้ที่ได้รับการสดุดีในครั้งนี้คือ นาย โห่วันทุกในจังหวัดด่งนายที่ได้บริจาคโลหิต64ครั้งและรณรงค์ให้ผู้อื่นเข้าร่วมบริจาคโลหิต1,800คน นาย เหงวียนหงอกแถ่ง นาย ฝามเถียนเหี่ยน เหงวียนดิ่งเตี๊ยนและเจืองหวี่ญดึ๊กจากนครโฮจิมินห์และนาย หวูกวางหุ่งจากจังหวัดแค้งหว่ที่ได้บริจาคโลหิต62-64ครั้ง  ในพิธีครั้งนี้ มี2หมู่คณะดีเด่นที่มีส่วนร่วมในการรณรงค์บริจาคโลหิตได้รับหนังสือชมเชยของนายกรัฐมนตรีและ50หมู่คณะที่ได้รับหนังสือชมเชยจากคณะกรรมการชี้นำแห่งชาติเกี่ยวกับการรณรงค์บริจาคโลหิต   ในการประชุมสรุป10ปีการปฏิบัติการรณรงค์บริจาคโลหิตในช่วงปี2008-2017และการปฏิบัติแนวทางและหน้าที่ในช่วงปี2018-2022 นาง เจืองถิมาย หัวหน้าคณะกรรมการรณรงค์มวลชนส่วนกลางได้เผยว่า “ต้องส่งเสริมบทบาทหลักของคณะกรรมการชี้นำเกี่ยวกับการรณรงค์บริจาคโลหิตทุกระดับ พัฒนากองกำลังผู้บริจาคโลหิต สร้างสรรค์รูปแบบการบริจาคโลหิตอย่างมีประสิทธิภาพ สดุดีผู้บริจาคโลหิตดีเด่น ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในกิจกรรมการบริจาคโลหิต ทำการวิจัย ให้คำปรึกษาในการจัดทำกลไกนโยบายเพื่อพัฒนางานด้านการรณรงค์บริจาคโลหิตอย่างยั่งยืน”

นาง เจืองถิมายได้เผยว่า คณะกรรมการชี้นำการรณรงค์บริจาคโลหิตต้องพยายามเปลี่ยนแปลงใหม่งานด้านการประชาสัมพันธ์ ยกระดับจิตสำนึกของประชาชนเกี่ยวกับเป้าหมายและความหมายของการบริจาคโลหิตเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วย   ยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงานของจุดรับและให้บริการถ่ายเลือดในทั่วประเทศ.

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด