พัฒนาโรงพยาบาลในสังกัดเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการตรวจรักษาโรคให้แก่ประชาชนตั้งแต่ระดับท้องถิ่น

(VOVWORLD) - ในตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลเวียดนามได้ลงทุนนับแสนล้านด่งเพื่อปฏิบัติโครงการโรงพยาบาลในสังกัดระดับท้องถิ่นเพื่อให้โรงพยาบาลส่วนกลางถ่ายทอดเทคนิคและอุปกรณ์การแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลสังกัดในจังหวัดและอำเภอ จนถึงปัจจุบัน มีโรงพยาบาลส่วนกลาง 23 แห่งที่ได้มอบอุปกรณ์การแพทย์เกือบ 2 พันชุดให้แก่โรงพยาบาลในสังกัดระดับท้องถิ่น โรงพยาบาลระดับท้องถิ่นกว่าร้อยละ 85 มีแนวโน้มลดการส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลระดับส่วนกลาง เป้าหมายยกระดับคุณภาพโรงพยาบาลท้องถิ่นและลดจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาลส่วนกลางกำลังได้รับการปฏิบัติในท้องถิ่นต่างๆในทั่วประเทศ ซึ่งจะอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้รับการตรวจรักษาโรคที่สะดวกและง่ายขึ้น
พัฒนาโรงพยาบาลในสังกัดเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการตรวจรักษาโรคให้แก่ประชาชนตั้งแต่ระดับท้องถิ่น - ảnh 1แพทน์ในโรงพยาบาลกว๋างนิงห์ทำการผ่าตัดหัวใจให้แก่ผู้ป่วย (t5g.org.vn)

นาย เจิ่นดิ่งเญิน อายุ 71 ปีจากเมืองดาลัด มีอาการเจ็บหน้าอกเนื่องจากมีกล้ามเนื้อหัวใจตาย ได้รับการส่งไปรักษาตัวฉุกเฉินที่โรงพยาบาลจังหวัดเลิมด่ง ซึ่งนาย เญิน โชคดีมากเพราะที่โรงพยาบาลนี้เพิ่งจัดตั้งแผนกผ่าตัดโรคหัวใจตามโครงการพัฒนาโรงพยาบาลสังกัดระดับท้องถิ่น ดังนั้นจึงไม่ต้องถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลส่วนกลางในนครโฮจิมินห์เหมือนเมื่อก่อน นาย เจิ่นดิ่งเญิน ได้เผยว่า “แพทย์ที่นี่ได้รับการถ่ายทอดเทคนิคเกี่ยวกับการทำ sten  ที่หลอดเลือดหัวใจ มีผู้ป่วยหลายคนที่ประสบความสำเร็จในการทำ Sten ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ สำหรับผม ถ้าต้องถูกส่งต่อไปรักษาตัวที่ไซ่ง่อนก็ไปไม่ได้ เพราะอาการป่วยรุนแรงและไม่มีใครในครอบครัวพาไป”

โรงพยาบาลจังหวัดเลิมด่งคือโรงพยาบาลอยู่ในสังกัดโรงพยาบาลประชาชนญาดิ่งห์และสถาบันหัวใจนครโฮจิมินห์ จนถึงปัจจุบัน โรงพยาบาลจังหวัดเลิมด่งได้รับการถ่ายทอดเทคนิคการแพทย์ขั้นสูงในด้านโรคหัวใจ ในตลอดกว่า 1 ปีที่ผ่านมา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดและรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจเกือบ 400 คนและทำการรักษาฉุกเฉินให้แก่ผู้ป่วยกว่า 300 คน นายแพทย์ เหงียนหายเกื่อง หัวหน้าแผนกโรคหัวใจ โรงพยาบาล เลิมด่ง เผยว่า “จากการปฏิบัติโครงการโรงพยาบาลประจำจังหวัดและการก่อตั้งแผนกรักษาโรคหัวใจ ทางโรงพยาบาลฯได้ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันและอาการเจ็บหน้าอกจากโรคหัวใจขาดเลือด นอกจากการรักษาผู้ป่วยในท้องถิ่นแล้ว พวกเรายังรักษาให้แก่ผู้ป่วยจากท้องถิ่นอื่นๆและผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เดินทางมาเที่ยวเมืองดาลัดอีกด้วย”

พัฒนาโรงพยาบาลในสังกัดเพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงการตรวจรักษาโรคให้แก่ประชาชนตั้งแต่ระดับท้องถิ่น - ảnh 2แทย์ในโรงพยาบาลเอถ่ายทอดเทคนิคการการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลจังหวัดแทงฮว่า (baomoi.com)

เช่นเดียวกับโรงพยาบาลในจังหวัดเลิมด่งที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาโรงพยาบาลในสังกัดระดับท้องถิ่น โรงพยาบาลจังหวัดกว๋างนิงห์ก็ได้รับการถ่ายทอดเทคนิคการแพทย์จากโรงพยาบาลเวียดดึ๊ก โรงพยาบาลแบกมาย โรงพยาบาลโซนร้อนและโรงพยาบาลผู้สูงอายุ ทำให้จนถึงปัจจุบัน ทางโรงพยาบาลจังกวัดกว๋างนิงห์สามารถทำการรักษาโดยใช้เทคนิคของโรงพยาบาลระดับ 1 และ เทคนิคของโรงพยาบาลพิเศษส่วนกลางได้ดี อัตราผู้ป่วยในจังหวัดกว๋างนิงห์ที่ต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลส่วนกลางลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 1 นาย จิ่งวันแหม่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดกว๋างนิงห์ เผยว่า “ความลำบากที่สุดคือโรงพยาบาลประจำจังหวัดต้องมีทรัพยากรอย่างเพียงพอ มีบุคลากรที่สามารถใช้เทคนิคการรักษาต่างๆ ซึ่งเป็นเงื่อนไขชี้ขาดต่อความสำเร็จ เพราะแม้จะมีเทคนิคที่ดีและใหม่ๆ แต่ปัญหาคือจะมีใครสามารถทำได้บ้าง เมื่อพวกเราใช้เทคนิคการรักษาต่างๆต้องเตรียมพร้อมบุคลากรไปจนถึงเงื่อนไขต่างๆในด้านอุปกรณ์และโครงสร้างพื้นฐาน”

ในขณะที่ขาดแคลนแหล่งบุคลากรที่มีทักษะความสามารถ แต่ต้องส่งแพทย์ที่มีทักษะฝีมือไปยังโรงพยาบาลส่วนกลางเพื่อศึกษาเทคนิคใหม่ก็ถือเป็นอุปสรรค์สำหรับโรงพยาบาลระดับจังหวัดและอำเภอในการปฏิบัติโครงการพัฒนาโรงพยาบาลในสังกัดระดับท้องถิ่น โดยที่โรงพยาบาลฮึงห่า จังหวัดท้ายบิ่ง ยังไม่มีวิสัญญีแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์เฉพาะทาง ดังนั้นสำนักงานประกันสังคมจะไม่จ่ายเงินประกันสาธารณสุขสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดนับร้อยคน นี่คือเหตุผลที่ทำให้โรงพยาบาลนี้ยังไม่มีเงื่อนไขเพียงพอเพื่อเข้าร่วมโครงการพัฒนาโรงพยาบาลในสังกัดระดับจังหวัด  โดยเฉพาะยังมีโรงพยาบาลระดับท้องถิ่นที่ไม่มีอุปกรณ์การแพทย์เพียงพอ เพราะท้องถิ่นยังไม่จัดสรรเงินทุนจึงไม่สามารถใช้เทคนิคการรักษาที่ได้รับการถ่ายทอดได้ นาย เลืองหงอกเค อธิบดีกรมบริหารการตรวจรักษาโรคของกระทรวงสาธารณสุขเผยว่า “ไม่เพียงแต่มีการเข้าร่วมของสำนักงานสาธารณสุข หากต้องมีการเข้าร่วมของทางการและสำนักงานทุกระดับ โดยเฉพาะคณะกรรมการประชาชนทุกระดับถึงจะมีแหล่งบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อใช้เทคนิคที่ได้รับการถ่ายทอดจากโรงพยาบาลส่วนกลาง และก็จะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้แก่โรงพยาบาลระดับท้องถิ่นเพื่อใช้เทคโนโลยีการรักษาจากระดับส่วนกลาง ซึ่งสิ่งนี้ก็ถือเป็นการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่การแพทย์ในระดับท้องถิ่นมีความมั่นใจมากขึ้นเพื่อรับใช้ประชาชนบนผืนแผ่นดินของตน”

อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลในสังกัดระดับจังหวัดเกือบร้อยละ 15 ยังไม่สามารถลดอัตราผู้ป่วยที่ต้องเคลื่อนย้ายไปยังโรงพยาบาลระดับส่วนกลางได้ ดังนั้นในเวลาที่จะถึง หน่วยงานสาธารณสุขจากระดับส่วนกลางไปถึงระดับท้องถิ่นจะต้องพยายามต่อไปเพื่อบรรลุเป้าหมายของโครงการคือจนถึงปี 2020 ไม่มีผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด