ความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะหลังการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย

(VOVWORLD) - เมื่อวันที่ 18 กันยายน ซาอุดิอาระเบียได้เผยแพร่ภาพเศษซากของเครื่องบินไร้คนขับ Delta Wing และขีปนาวุธที่ใช้ในการโจมตีใส่โรงกลั่นน้ำมันเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา 
ความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะหลังการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดิอาระเบีย - ảnh 1 เศษซากปรักหักพังของเครื่องบินไร้คนขับ Delta Wing และขีปนาวุธที่ใช้ในการโจมตีใส่โรงกลั่นน้ำมัน (Reuters)

พันเอก Turki al-Malki โฆษกกระทรวงกลาโหมซาอุดิอาระเบียได้ยืนยันว่า การโจมตีดังกล่าวมาจากทางเหนือ ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยว่า อิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้” พร้อมทั้งย้ำว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ได้มาจากประเทศเยเมนเพราะอิหร่านอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของซาอุดิอาระเบียในขณะที่เยเมนทางเขตตะวันออกเฉียงใต้ของซาอุดิอาระเบีย แม้กลุ่มกบฎฮูธิในเยเมนได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ทางการสหรัฐกลับกล่าวหาว่าอิหร่านเป็นผู้ก่อเหตุ ส่วนอิหร่านได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว และเผยว่า วอชิงตันกำลังใช้ข้ออ้างดังกล่าวเพื่อโจมตีอิหร่าน

หลังจากที่กระทรวงกลาโหมซาอุดิอาระเบียเปิดหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปถึงอิหร่าน นาย ไมค์ ปอมเปโอ  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ประกาศว่า การโจมตีใส่โรงกลั่นน้ำมันของซาอุดิอาระเบียคือการก่อสงคราม โดยอิหร่านเป็นผู้ก่อเหตุดังกล่าวเพราะอาวุธที่ใช้ในการโจมตีไม่อยู่ในคลังอาวุธของกลุ่มฮูธิ

ในวันเดียวกัน นาย โดนัลด์ ทรัมป์  ประธานาธิบดีสหรัฐได้เผยว่า มีทางเลือกต่างๆเพื่อตอบโต้อิหร่าน โดยได้สั่งให้กระทรวงการคลังเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน ส่วนบรรดาผู้สังเกตการณ์ได้แสดงความวิตกกังวลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจนำไปสู่การตอบโต้ของสหรัฐและซาอุดิอาระเบียต่ออิหร่านและทำให้เกิดการปะทะระหว่างฝ่ายต่างๆ.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด