ในการนี้ นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ได้ยืนยันว่า เวียดนามให้ความสำคัญต่อความสัมพันธ์กับอังกฤษอยู่เสมอ ทั้งสองประเทศยังมีศักยภาพในการขยายความร่วมมือในหลายด้าน อาทิ การค้าและการลงทุน การเงิน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษาและการฝึกอบรม การปรับเปลี่ยนแห่งสีเขียว พลังงานหมุนเวียน ความมั่นคงกลาโหม พร้อมทั้งเสนอให้ทั้งสองประเทศเพิ่มการแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนทุกระดับและเร่งจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อดำเนินกรอบความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านเวียดนาม – อังกฤษ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง ยังเสนอให้ทั้งสองฝ่ายเพิ่มมูลค่าการค้าต่างตอบแทนขึ้นเป็น 1 หมื่นพันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2026 และมุ่งสู่ 1 หมื่น 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเวลาที่จะถึง

ส่วนเอกอัครราชทูต Iain Frew ยืนยันว่า อังกฤษพร้อมประสานงานกับเวียดนามในการแลกเปลี่ยนทางการค้าทวิภาคีและระหว่างประเทศ ซึ่งนักลงทุนอังกฤษชื่นชมศักยภาพการพัฒนาของเวียดนาม โดยเฉพาะในด้านพลังงาน การเงินและการปรับเปลี่ยนแห่งสีเขียว อังกฤษมีความประสงค์ที่จะเป็นหุ้นส่วนระยะยาวของเวียดนามในการปฏิบัติความสัมพันธ์หุ้นส่วนด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม

สำหรับปัญหาระดับภูมิภาคและโลก ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องขยายความร่วมมือในกรอบกลไกพหุภาคี ผลักดันความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับอังกฤษ ให้ความสำคัญต่อการสนทนา ความร่วมมือ การรักษาเสรีภาพและความปลอดภัยในการเดินเรือเพื่อมีส่วนร่วมธำรงสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาในภูมิภาคและโลก.