นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุ๊ก เป็นประธานการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทั่วประเทศเกี่ยวกับการปฏิบัติอีวีเอฟทีเอ

(VOVWORLD) - เช้าวันที่ 6 สิงหาคม  สิงหาคม ณ สำนักรัฐบาล นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุ๊ก ได้เป็นประธานการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เกี่ยวกับการปฏิบัติข้อตกลงการค้าเสรีเวียดนาม – อียูหรืออีวีเอฟทีเอ โดยมีผู้นำสำนักงานภาครัฐ สภาแห่งชาติ หน่วยงาน ท้องถิ่น เอกอัครราชทูตและหัวหน้าคณะผู้แทนประเทศต่างๆของอียู สมาคมและสถานประกอบการดีเด่นของทั้งเวียดนามและอียูเข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุ๊ก เป็นประธานการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทั่วประเทศเกี่ยวกับการปฏิบัติอีวีเอฟทีเอ - ảnh 1ภาพการประชุม (Photo VGP) 

ในการกล่าวปราศรัยในการประชุม นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุ๊ก ได้ชื่นชมข้อตกลงอีวีเอฟทีเอที่เปิดกว้าง ซึ่งมีส่วนร่วมต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจเวียดนามถึงร้อยละ 3.25 ในระยะ 5 ปีแรก ส่วนในอีก 5 ปีถัดมาจะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 5 และเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 7 ในทุก ๆ  5 ปีหลังจากนั้น

ด้วยคำมั่นที่จะเปิดตลาดอย่างเข้มแข็งและยกเลิกภาษีนำเข้าเกือบ 100% คาดว่าข้อตกลงอีวีเอฟทีเอจะอำนวยความสะดวกให้สถานประกอบการเวียดนามเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปยังตลาดอียูอีกประมาณร้อยละ 42  ภายในปี 2025 และเกือบร้อยละ 45 ภายในปี 2030 พร้อมทั้งช่วยให้คนจนประมาณ  8แสนถึง 1 ล้านคนหลุดพ้นจากความยากจนในปี 2030 แต่เพื่อบรรลุผลงานดังกล่าว สถานประกอบการเวียดนามต้องพยายามอย่างสุดความสามารถ นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุ๊ก ได้กำชับว่า

อียูเป็นตลาดที่มีเงื่อนไขเข้มงวดทั้งในด้านคุณภาพและมาตรฐานสำหรับสินค้าและการบริการ ถ้าหากขาดความอดทน ไม่มีความคิดสร้างสรรค์และไม่มีคุณภาพ สถานประกอบการก็จะไม่สามารถเจาะตลาดนี้ได้ ดังนั้นข้อตกลงอีวีเอฟทีเอจึงเปิดโอกาสให้เวียดนามเปลี่ยนแปลงรูปแบบการขยายตัว ผลักดันให้สถานประกอบการยกระดับทักษะความสามารถและยอมเข้าร่วมเกมส์ที่เต็มไปเงื่อนไขที่เข้มงวดเพื่อได้สถานะสูงขึ้นในห่วงโซ่อุปทานและห่วงโซ่การจำหน่ายของอียูและโลก เรื่องนี้มีความหมายสำคัญเป็นอย่างมากต่อเวียดนามในสภาวะการณ์ที่มีกลุ่มบริษัทรายใหญ่ๆของอียูกำลังมีแนวโน้มโยกย้ายฐานการลงทุนและเพิ่มความหลากหลายในห่วงโซ่อุปทานการผลิตสินค้ามากขึ้น”

 เพื่อค้ำประกันการปฏิบัติข้อตกลงฉบับนี้ให้พร้อมเพรียง สมบูรณ์และมีประสิทธิภาพมากที่สุด นายกรัฐมนตรี เหงียนซวนฟุ๊ก ได้ประกาศแผนปฏิบัติข้อตกลงฉบับนี้ของรัฐบาลโดยเน้นถึง 5 ประเด็นสำคัญ คือ การประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับข้อตกลงอีวีเอฟทีเอตลาดของบรรดาประเทศอียู  การปรับปรุงกฎหมาย กลไก มาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาแหล่งบุคลากร แนวทางและนโยบายต่อองค์กรแรงงานและองค์กรต่างๆของแรงงานในสถานประกอบการ นโยบายสวัสดิการสังคม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีได้ประกาศมติเกี่ยวกับการมอบหมายหน้าที่ให้สำนักงานต่างๆเป็นผู้ประสานงานในการปฏิบัติข้อตกลงอีวีเอฟทีเอระหว่างเวียดนามกับสหภาพยุโรป เช่น กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงการเกษตรและพัฒนาชนบท กรมศุลกากร กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด