การประชุมเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมปี 1946 เนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปีการลุกขึ้นสู้ในภาคใต้ ได้ถูกจัดขึ้นที่ห้องนามโบ๋ในกรุงฮานอย ในนามประชาชนในภาคใต้ นายแพทย์และครูประชาชน เจิ่นหิวเหงียบ พร้อมกลุ่มปัญญาชนชาวภาคใต้ ได้ยื่นข้อเสนอที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ต่อสภาแห่งชาติและรัฐบาลเกี่ยวกับการขอเปลี่ยนชื่อเมือง "ไซง่อน" เป็นนครโฮจิมินห์ นี่เป็นความปรารถนาร่วมของชาวไซ่ง่อน-ยาดิ่งและภาคใต้นับล้านคนในสภาวการณ์ที่ประเทศกำลังถูกแบ่งแยกและสงครามยืดเยื้อ ภายหลัง 30 ปีหลังจากข้อเสนอทางประวัติศาสตร์ปี 1946 เมื่อวันที่ 30 เมษายนปี 1975 ภาคใต้ได้รับการปลดปล่อย รวมประเทศเป็นเอกภาพ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมปี 1976 สภาแห่งชาติสมัยที่ 6 ได้อนุมัติมติในการเปลี่ยนชื่อเมืองไซง่อน-ยาดิ่ง เป็นนครโฮจิมินห์ รองศาสตราจารย์ ดร. ห่ามิงห์ห่ง รองประธานสมาคมวิทยาศาสตร์ประวัติศาสตร์นครโฮจิมินห์ เผยว่า

“เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมปี 1976 สภาแห่งชาติได้ใช้เวลาทั้งวันเพื่อตัดสินใจหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเรื่องชื่อประเทศ เพลงชาติ ธงชาติ รวมทั้งการตั้งเชื่อเมืองไซ่ง่อน-ยาดิ่งเป็นนครโฮจิมินห์ ซึ่งไม่เคยมีการตัดสินใจตั้งชื่อท้องถิ่นตามชื่อของผู้นำในช่วงเวลานั้นของเวียดนาม ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีตั้งแต่สภาแห่งชาติสมัยที่ 1 ถึงสมัยที่ 6"

ภายหลังครึ่งศตวรรษนับตั้งแต่วันที่ใช้ชื่อประธานโฮจิมินห์อย่างเป็นทางการ นครโฮจิมินห์ได้ยืนยันบทบาทการเป็นหัวเรือและผู้เดินหน้าในด้านต่างๆ เมื่อย่างเข้าสู่ศักราชแห่งการพัฒนาใหม่ นครโฮจิมินห์ ไม่เพียงแต่เป็นหัวเรือทางเศรษฐกิจของประเทศเท่านั้น หากยังเป็นสัญลักษณ์ของความหวังในการพัฒนาของเวียดนามในยุคใหม่นี้อีกด้วย.