บทความของเลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ไม่เพียงแต่สะท้อนภาพรวมของวงการสื่อสารมวลชนสมัยใหม่เท่านั้น หากยังกำหนดยุทธศาสตร์และเปิดทางให้แก่การพัฒนาของสื่อมวลชนอีกด้วย พร้อมทั้งชี้ให้เห็นถึงความท้าทายต่าง ๆ ระบุแนวทางที่ชัดเจนเพื่อให้สื่อมวลชนปฏิวัติธำรงบทบาทเป็นเจ้าของสภาพแวดล้อมดิจิทัลได้อย่างมั่นคง ตลอดจนกำชับให้สื่อมวลชนปฏิวัติในยุคใหม่จะต้องระดมทั้งความมุ่งมั่นทางการเมืองและแนวคิดแห่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาถึงการกำหนดสถานะใหม่ของสื่อมวลชนในปัจจุบันว่า สื่อมวลชนไม่ได้อยู่ในฐานะผู้ผูกขาดการเผยแพร่ข่าวสารอีกต่อไป จนถึงปลายปี 2025 เวียดนามมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 85.6 ล้านคนและมีบัญชีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ทั้งในและต่างประเทศหลายร้อยล้านบัญชี โลกไซเบอร์ได้เปลี่ยนให้ทุกคนกลายเป็น “สถานีเผยแพร่ข่าวสาร” นอกจากนี้ การปรากฏขึ้นของข่าวปลอม ข้อมูลที่ถูกตัดต่อบิดเบือน รวมถึงการปลอมแปลงเสียงและภาพที่มีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ กำลังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสาธารณชน ดร. เหงียนชี้ทึก ผู้อำนวยการศูนย์เนื้อหาเฉพาะด้านและการสื่อสาร–เผยแพร่ของวารสารคอมมิวนิสต์แสดงความคิดเห็นว่า

“ต้องเปลี่ยนแปลงใหม่และพัฒนาการดำเนินงานด้านสื่อมวลชนให้มีความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้นเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของสาธารณชน องค์กรสื่อมวลชนต้องปรับปรุงทั้งในด้านเนื้อหาและรูปแบบการนำเสนอข้อมูลข่าวสารบนแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ทั้งสื่อดั้งเดิมและแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยต้องทำให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้รับข้อมูลข่าวสารแต่ละกลุ่ม เพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างกว้างขวางที่สุด ส่วนผู้สื่อข่าวแต่ละคน ก็ต้องมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ซึ่งเพื่อสามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพดังที่เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม เขียนในบทความ ผู้สื่อข่าวต้องเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเข้าถึงความรู้สึกของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น”.