ในการกล่าวปราศรัยในกิจกรรม เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม ได้ยืนยันถึงความหมายทางประวัติศาสตร์ของการเปลี่ยนชื่อดังกล่าวและชื่นชมผลสำเร็จของทางนครฯที่ได้บรรลุในตลอด 50 ปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งย้ำถึงการกำหนดแนวทางพัฒนาในยุคใหม่ตามหน้าที่หลัก 6 หน้าที่ เช่น การสร้างสรรค์องค์กรพรรคและระบบการเมืองให้โปร่งใส ปรับปรุงกลไกระเบียบให้มีความสมบูรณ์ พัฒนาโครงงสร้างพื้นฐานและการวางผัง ปฏิรูปรูปแบบการขยายตัวที่อาศัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกพร้อมกับการปกป้องประเทศและความมั่นคง เป็นต้น

“เมื่อมองย้อนกลับไปตลอด 50 ปีที่ผ่านมา เราไม่ควรพอใจกับความสำเร็จที่มีอยู่แล้ว เราต้องเดินหน้าต่อไปในยุคใหม่ คือยุคแห่งการพัฒนาใหม่ที่มีข้อกำหนดสูงขึ้น ภารกิจหนักขึ้น มีโอกาสมากขึ้นและความท้าทายก็รุนแรงยิ่งขึ้น นครโฮจิมินห์ก็ต้องอยู่ในกระแสการพัฒนานั้น เป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ เดินหน้า บุกเบิก สร้างก้าวกระโดดและขยายผลสู่วงกว้าง โดยนครโฮจิมินห์หลังการควบรวบต้องมีศักยภาพสำคัญๆ ทั้งในฐานะศูนย์กลางเมืองด้านการเงิน การค้า และบริการ พื้นที่แห่งอุตสาหกรรม เทคโนโลยีและนวัตกรรม เป็นประตูสู่ท่าเรือ โลจิสติกส์ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและพลังงาน เป็นต้น อีกทั้งยังมีแหล่งบุคลากรจำนวนมากที่มีความรู้และความรับผิดชอบสูง ดังนั้น ต้องพัฒนานครโฮจิมินห์ให้เป็นมหานครเชิงยุทธศาสตร์ระดับโลกที่มีหลายศูนย์กลาง หลายขั้วการเติบโตและมีขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ”

ส่วนนาย เจิ่นลิวกวาง เลขาธิการพรรคสาขานครโฮจิมินห์ได้กล่าวย้ำถึงการสานต่อของนครฯ ในการรักษาเกียรติประวัติและฐานะการเป็นหัวเรือของประเทศในยุคใหม่.