บ่ายวันที่ 6 สิงหาคม ณ กรุงฮานอย ในการให้การต้อนรับนาย โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาไทย ในโอกาสเดินทางมาเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ นาย เลมิงห์ฮึง นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า การเยือนครั้งนี้มีความหมายสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากประจวบกับโอกาสฉลองครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเวียดนาม - ไทย 6 สิงหาคม มีส่วนช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง ขยายความร่วมมือระหว่างรัฐสภาของทั้งสองประเทศ ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนาม - ไทยให้พัฒนาอย่างลึกซึ้ง เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผู้นำทั้งสองท่านเห็นพ้องที่จะธำรงการพบปะระดับสูงและทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมประสิทธิภาพของกลไกความร่วมมือสำคัญๆ โดยเฉพาะ กลไกการประชุมคณะรัฐมนตรีร่วม ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศร่วมเป็นประธาน ประสานงานเพื่อดำเนินแผนปฏิบัติความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนามกับไทยในช่วงปี 2026 - 2031 อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะธำรงประสิทธิภาพของกลไกความร่วมมือด้านกลาโหมและความมั่นคง ผลักดันความร่วมมือด้านความมั่นคงและความปลอดภัยทางทะเล อุตสาหกรรมกลาโหม การกู้ภัยและบรรเทาภัยพิบัติ ผลักดันการประสานงานด้านป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และไม่ปล่อยให้บุคคลหรือองค์กรใดใช้ดินแดนของประเทศตนเพื่อต่อต้านอีกประเทศ
สำหรับปัญหาทั้งในระดับภูมิภาคและโลก ผู้นำทั้งสองท่านได้เห็นพ้องที่จะประสานงานกันอย่างใกล้ชิดในฟอรั่มพหุภาคีและกลไกความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เสริมสร้างความสามัคคีภายในกลุ่ม ธำรงบทบาทการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ส่งเสริมทัศนะร่วมของอาเซียนเกี่ยวกับปัญหาทะเลตะวันออก ค้ำประกันสันติภาพ เสถียรภาพ ความมั่นคง ความปลอดภัย เสรีภาพในการเดินเรือและการบินในทะเลตะวันออก บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศและอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS ปี 1982.
