นี่เป็นครั้งที่ 2 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาที่อิหร่านได้ออกคำเตือนในลักษณะข่มขู่ไปยังประเทศในภูมิภาค โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว นาย โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่านได้ประกาศว่า ประเทศในภูมิภาคใดก็ตามที่เข้าร่วมยุทธนาการสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐต่ออิหร่านจะต้องเผชิญกับหายนะ โดยอิหร่านอาจโจมตีไม่เพียงแต่เรือบรรทุกน้ำมันที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเท่านั้น หากยังรวมถึงเส้นทางส่งออกน้ำมันอื่นๆ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ถ้าหากประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมการคว่ำบาตรของสหรัฐต่ออิหร่าน
ในวันเดียวกัน กระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศขยายขอบเขตคำขู่คว่ำบาตรขั้นทุติยภูมิ (secondary sanctions) ต่อองค์กรและประเทศที่ยังคงทำธุรกรรมกับอิหร่าน โดยเน้นถึง 5 สาขา ได้แก่ สินทรัพย์ดิจิทัล เทคโนโลยี ทองคำ การบิน และการขนส่งทางเรือ นาย สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐเผยว่า มาตรการใหม่นี้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธนการที่ทางการประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เรียกว่า "D-Day ทางเศรษฐกิจ" เพื่อโดดเดี่ยวอิหร่านทางการเงิน และตัดแหล่งพลังที่ช่วยให้เตหะรานรักษาระบบเศรษฐกิจท่ามกลางการปะทะที่ยืดเยื้อมากว่า 6 เดือน
สำหรับสถานการณ์การเจรจา พลเอก อาซิม มูเนียร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถานได้เดินทางถึงกรุงเตหะรานเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม เพื่อดำเนินภารกิจไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐกับอิหร่านต่อไป โดยพลเอก มูเนียร์ มีกำหนดการหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน เน้นถึงความพยายามสร้างมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างสันติที่ยั่งยืนและครอบคลุมในภูมิภาคตะวันออกกลาง.
