ภาพตื๊อบิ่งห์มีหลายรูปแบบ แต่หลัก ๆ ประกอบด้วยภาพ 4 ภาพที่เป็นสัญลักษณ์แทน 4 ฤดูกาลของปี ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว โดยภาพฤดูใบไม้ผลิจะนิยมวาดดอกไม้ประจำฤดู เช่น ดอกเหมย ดอกท้อและดอกกล้วยไม้ พร้อมนกที่สื่อความหมายมงคล โดยแบบที่พบมากคือดอกเหมยกับนก ส่วนภาพฤดูร้อนจะใช้ภาพต้นไผ่ ดอกบัว ดอกกุหลาบหรือดอกทับทิม จับคู่กับนกยูงตัวผู้ โดยแบบที่เป็นที่นิยมคือดอกกุหลาบกับนกยูง ภาพฤดูใบไม้ร่วงจะใช้ภาพดอกเบญจมาศหรือดอกชบาฝรั่ง จับคู่กับไก่ โดยแบบดั้งเดิมที่พบมากคือดอกเบญจมาศกับไก่ ส่วนฤดูหนาวจะใช้ต้นสนซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของฤดูหนาว จับคู่กับนกกระเรียน ศิลปินดีเด่น เลดิ่งเงียน กล่าวว่า
“ตื๊อบิ่งห์เป็นชุดภาพที่ประกอบด้วยภาพ 4 ภาพ ที่สะท้อน “สี่ฤดู” ได้แก่ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์วัฒนธรรมพื้นบ้านเวียดนาม มีความหมายเป็นคำอวยพรให้มีอายุยืนยาว ครองคู่รักกัมีความสุขตลอดไป มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง สุขภาพแข็งแรง มั่งคั่งร่ำรวย ครอบครัวมีความสุขและลูกหลานประสบความสำเร็จ”
ภาพตื๊อบิ่งห์มักใช้ประดับตกแต่งบ้านเรือนในช่วงเทศกาลตรุษเต๊ตเมื่อฤดูใบไม้ผลิเวียนมา โดยภาพแต่ละแผ่นมีสีสันสดใส เมื่อนำไปติดบนผนังหรือเสาบ้าน จะช่วยให้บ้านดูสว่างและสดชื่นยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้ ภาพตื๊อบิ่งห์จึงมักจัดทำในรูปแบบแนวตั้ง ส่วนองค์ประกอบของภาพก็มีการออกแบบอย่างคล่องตัวและหลากหลาย เพื่อเสริมสิริมงคลตามฮวงจุ้ย เจ้าของบ้านควรแขวนภาพตามลำดับ ฤดูใบไม้ผลิ – ฤดูร้อน – ฤดูใบไม้ร่วง – ฤดูหนาว ซึ่งสอดคล้องกับ ดอกเหมย – ไผ่/ดอกบัว – ดอกเบญจมาศ – ดอกโบตั๋น/ต้นสน ในอดีต ผู้คนนิยมอ่านหนังสือจากขวาไปซ้าย ดังนั้น ภาพดอกเหมยจึงอยู่ด้านขวาสุด ตามด้วยภาพไผ่ ภาพดอกเบญจมาศและภาพต้นสนอยู่ด้านซ้ายสุด ทิศที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการแขวนภาพตื๊อบิ่งห์คือ ทิศใต้ ส่วนตำแหน่งที่เหมาะที่สุดคือห้องรับแขกหรือห้องทำงาน บนภาพแต่ละแผ่นอาจมีคำคู่หรือบทกวีประกอบ บทกวีที่จารึกไว้บนภาพสื่อถึงจิตใจที่สงบและเป็นอิสระของมนุษย์ สื่อถึงความเป็นธรรมชาติ ยกย่องความงาม วิพากษ์วิจารณ์ความประพฤติที่ไม่ดีหรือถ่ายทอดความปรารถนาของผู้คน จิตรกรและนักแปล จิ่งหลือ กล่าวว่า
“ภาพตื๊อบิ่งห์เปี่ยมด้วยภูมิปัญญาและความรู้สึกนึกคิดของผู้คน ดังนั้น ภาพเหล่านี้จึงมีคุณค่าอย่างยิ่งและเหมาะสำหรับการเป็นของขวัญ”
ในอดีต ชาวเวียดนามนิยมเล่นภาพตื๊อบิ่งห์ด้วยการเล่นคำแบบคำพ้องเสียง ซึ่งเป็นลักษณะอันลุ่มลึกของวัฒนธรรมเอเชียตะวันออก โดย คำว่า บิ่งห์ - “Bình” หมายถึง (瓶 หมายถึง แจกัน) ออกเสียงเหมือนกับคำว่า บิ่งห์ “Bình” (平 หมายถึง ความสงบสุข) ดังนั้น ภาพดอกไม้ประจำทั้งสี่ฤดูที่จัดปักไว้อย่างงดงามในแจกันถือเป็นคำอวยพรที่สื่อผ่านภาพว่า “Tứ thời bình an” หรือ “ขอให้ทั้งสี่ฤดูกาลของปีเต็มไปด้วยความสงบสุข” โดยมีหลายคนมักจะสับสนระหว่างภาพตื๊อบิ่งห์กับภาพตื๊อกวี๊หรือภาพสี่มงคล แต่ในความเป็นจริง ภาพสองประเภทนี้มีความแตกต่างกัน โดยภาพตื๊อบิ่งห์มีตัวแบบหลักเป็นแจกันดอกไม้ (หรือกาน้ำชา/กระถางต้นไม้) ที่จัดดอกไม้และพืชพรรณประจำทั้งสี่ฤดู พร้อมคำคู่หรือบทกวีที่เขียนด้วยอักษรฮั่น/นม ส่วนภาพตื๊อกวี๊จะเน้นถ่ายทอดภาพของต้นไม้ ดอกไม้หรือสัตว์มงคลทั้งสี่ เช่น ชุด ต้นสน – เบญจมาศ – ไผ่ – เหมย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนทั้งสี่ฤดูและสื่อถึงคุณธรรมสี่ประการของสุภาพบุรุษ ได้แก่ ความเมตตา คุณธรรม มารยาทและปัญญา
ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เวียดนามกำลังเก็บรักษาผลงานภาพพิมพ์พื้นบ้านของเวียดนามไว้เกือบ 2,500 ชิ้น ซึ่งรวมถึงภาพพื้นบ้านประเภทที่ได้รับความนิยมต่างๆ เช่น ภาพห่างโจ๊ง (Hàng Trống) ภาพดงโห่ (Đông Hồ) ภาพหมู่บ้านสิ่ง (Làng Sình) ภาพกิมหว่าง (Kim Hoàng) และภาพตื๊อบิ่งห์ เป็นต้น ดร. เหงียนแองมิงห์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์เวียดนาม กล่าวว่า
“ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ฯ กำลังเก็บรักษาภาพตื๊อบิ่งห์ไว้ประมาณ 100 ชุด ซึ่งถือเป็นภาพพิมพ์พื้นบ้านของเวียดนามที่ทรงคุณค่าและหายากมาก นอกจากคุณค่าด้านความงามทางศิลปะแล้ว ภาพตื๊อบิ่งห์ยังสะท้อนปรัชญาการดำเนินชีวิตที่ลึกซึ้ง เปี่ยมด้วยคุณค่าทางการศึกษา มนุษยธรรมและความรักความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์อีกด้วย”
ปัจจุบัน การสะสมภาพตื๊อบิ่งห์ยังคงได้รับการสืบทอดและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสร้างสรรค์บนวัสดุที่หลากหลาย เช่น เครื่องปั้นดินเผา ไม้และทองแดง เป็นต้น ซึ่งไม่ว่าจะถ่ายทอดผ่านวัสดุชนิดใด แต่คุณค่าด้านเนื้อหาและความหมายเชิงมนุษยธรรมที่ภาพเหล่านี้สารยังคงได้รับการรักษาไว้อย่างครบถ้วนและมีส่วนช่วยเพิ่มคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมดั้งเดิมของประชาชาติเวียดนามต่อไป.
