ในสภาวการณ์ที่สถานการณ์โลกและภูมิภาคที่มีความซับซ้อนอย่างยิ่งและมีประเด็นใหม่ ๆ เกิดขึ้นหลายประการเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ในปี 2026 เวียดนามยังคงบรรลุผลที่น่ายินดีและรอบด้านต่างๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคม โดยคาดว่าจะบรรลุและทำได้เกินเป้าหมาย 14 จากทั้งหมด 15 ตัวชี้วัดหลักด้านเศรษฐกิจและสังคม

ผลงานโดดเด่น

ผลงานเด่นประการแรกที่นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง ได้กล่าวถึงในรายงาน คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค การควบคุมเงินเฟ้อและค้ำประกันความสมดุลสำคัญต่าง ๆ ของเศรษฐกิจ โดยส่งเสริมการขับเคลื่อนต่างๆ เพื่อสร้างพื้นฐานให้แก่การปรับเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ในไตรมาสที่ 3 ได้ขยายตัวร้อยละ 9.95 และในช่วง 9 เดือนแรกของปีได้ขยายตัวร้อยละ 9.01 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเติบโตสูงของภูมิภาคและโลก ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI เฉลี่ยในช่วง 9 เดือนแรกของปีก็เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 4.52 เวียดนามยังสามารถค้ำประกันอุปทานและรักษาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์เวียดนามได้รับการยกระดับอันดับเป็นครั้งแรก ขณะที่ Moody’s ปรับแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของเวียดนามจากระดับ “มีเสถียรภาพ” ขึ้นเป็น “เชิงบวก” และองค์กรระหว่างประเทศต่าง ๆ ประเมินในเชิงบวกต่อความสามารถในการรับมือความท้าทายและแนวโน้มการเติบโตของเวียดนามด้วย การนำเข้าและส่งออกตลอดทั้งปี คาดว่าจะอยู่ที่ 1.11 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ทะลุระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในรายงาน นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง ยังระบุว่า ระบบกฎหมายได้รับการปรับปรุงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหา ปลดล็อกทรัพยากรเพื่อสร้างกลไกการพัฒนาที่มีประสิทธิผล

“รัฐบาลได้เสนอและกำลังเสนอร่างกฎหมายและมติสำคัญหลายฉบับต่อสภาแห่งชาติ โดยกำหนดกลไกและนโยบายเชิงก้าวกระโดดเพื่อสนับสนุนการผลิตและการประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะการยกเว้นและลดภาษี การปรับเพิ่มเกณฑ์รายได้ที่ต้องเสียภาษี การกำหนดกลไกพิเศษเพื่อระดมทรัพยากรสำหรับภูมิภาคและขั้วการเติบโต เปลี่ยนจากการให้ความช่วยเหลือไปสู่การส่งเสริมการพัฒนาภาคธุรกิจอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะสถานประกอบการภาคเอกชน การปลดล็อกทรัพยากรที่ดิน การพัฒนาที่อยู่อาศัยทางสังคมและที่อยู่อาศัยให้เช่า ตลอดจนการแก้ไขปัญหาที่ยังคั่งค้างอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะโครงการด้านที่ดิน พลังงานและสาธารณสุข”

สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เวียดนามได้ก่อสร้างถนนไฮเวย์แล้วเสร็จอีก 395 กิโลเมตรและเปิดให้บริการถนนไฮเวย์สายเหนือ–ใต้ฝั่งตะวันออก พร้อมทั้งเริ่มก่อสร้างเส้นทางรถไฟในเมือง 5 สายในกรุงฮานอย ปฏิบัติโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญๆ ในด้านคมนาคม พลังงาน วัฒนธรรมและสังคม เป็นต้น

ตั้งเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2027 กว่าร้อยละ 10 และ GDPต่อหัวประชากร ที่ 6,100 ดอลลาร์สหรัฐ

ในการรายงานแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมปี 2027 นายกรัฐมนตรี เล มิงห์ ฮึง ระบุว่า เป้าหมายการเติบโตของ GDP จะมากกว่าร้อยละ 10 ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค การควบคุมเงินเฟ้อและการรักษาสมดุลสำคัญต่าง ๆ ของเศรษฐกิจ โดยอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการเพิ่ม GDP ต่อหัวประชากรให้ถึง 6,100 ดอลลาร์สหรัฐ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างกลมกลืนระหว่างเศรษฐกิจ วัฒนธรรม สังคม สิ่งแวดล้อม ค้ำประกันสวัสดิการสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านกลาโหมและความมั่นคง

รัฐบาลได้กำหนดภารกิจและมาตรการแก้ไขต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยก่อนอื่นเน้นผลักดันการเติบโตควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค พร้อมทั้งตั้งเป้าที่จะเพิ่มการเก็บงบประมาณแผ่นดินขึ้นเป็นร้อยละ 9.1 และประหยัดรายจ่ายประจำอย่างเต็มที่

นายกรัฐมนตรียังระบุว่า เวียดนามจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบและทันสมัย โดยเฉพาะโครงการสำคัญ โครงการหลักและโครงการที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค พร้อมทั้งย้ำถึงความจำเป็นที่จะผลักดันโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานลองแถ่งและท่าอากาศยาน ยาบิ่งห์ นอกจากนี้ ในปี 2027 เวียดนามจะผลักดันงานด้านการต่างประเทศและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลก โดยเฉพาะการทูตเชิงเศรษฐกิจและการทูตเชิงเทคโนโลยีต่อไป

“ปฏิบัติมติที่ 06-NQ/TW และ 59-NQ/TW ว่าด้วยงานด้านการต่างประเทศและการผสมผสานเข้ากับกระแสโลกในสถานการณ์ใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ ยืนหยัดแนวทางการต่างประเทศที่อิสระ พึ่งตนเอง หลายรูปแบบแบบหลายฝ่ายและติดตามสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด วางยุทธศาสตร์เชิงรุกและไม่ปล่อยให้ตกอยู่ในสถานการณ์ตั้งรับหรือเผชิญเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ในทุกสถานการณ์ ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระดับทวิภาคี ยกระดับบทบาทด้านการต่างประเทศในกรอบพหุภาคีและมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหาร่วมของภูมิภาคและโลก เตรียมความพร้อมจัดการประชุมเอเปคปี 2027 ให้สำเร็จเพื่อช่วยเผยแพร่ภาพลักษณ์และยกระดับสถานะของเวียดนามบนเวทีโลก”

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ภารกิจตั้งแต่บัดนี้จนถึงสิ้นปี 2026 และตลอดปี 2027 มีความหนักหน่วงและมีความสำคัญอย่างยิ่ง จึงขอให้หน่วยงานทุกระดับ ทุกภาคส่วนและทุกท้องถิ่นต้องส่งเสริมจิตใจแห่งความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจ มีความมุ่งมั่นตั้งใจและพยายามมากขึ้น ดำเนินงานที่มีจุดเน้นและเป้าหมายชัดเจน พร้อมทั้งปฏิบัติอย่างเด็ดขาดยิ่งขึ้นเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้./.