ตามกำหนดการ การประชุมครั้งที่ 2 สภาแห่งชาติสมัยที่ 16 จะพิจารณา แสดงความคิดเห็น และอนุมัติกฎหมาย 43 ฉบับ มติ 2 ฉบับ พร้อมทั้งตัดสินใจเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจ สังคม งบประมาณแผ่นดิน และการตรวจสอบ ปริมาณงานจำนวนมากต้องการข้อกำหนดต่างๆที่ต้องได้รับการจัดทำอย่างพร้อมเพรียง เพื่อตอบสนองความต้องการในการบริหารและอำนวยความสะดวกให้แก่การพัฒนา
การเปลี่ยนแปลงใหม่แนวคิดด้านนิติบัญญัติ การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่เป็นจริง
ในการพบปะกับผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนการประชุม นอกจากข้อเสนอที่เกี่ยวข้องถึงชีวิต การผลิต และการประกอบธุรกิจแล้ว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยังรับทราบถึงความพยายามของสภาแห่งชาติในการผลักดันกระบวนการจัดทำกฎหมาย นาง ฝามถิเหล่ย ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแขวงไซ่ง่อน นครโฮจิมินห์ เผยว่า
“ ในการประชุมวิสามัญครั้งที่ 1 สภาแห่งชาติได้อนุมัติกฎหมายและมติหลายฉบับ ส่วนในการประชุมนี้ สภาแห่งชาติจะพิจารณาและอนุมัติกฎหมายและมติ 43 ฉบับ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเร็วในการทำงานของสภาแห่งชาติเพื่อช่วยให้รัฐบาลและสำนักงานภาครัฐมีระบบกฎหมายที่เพียงพอเพื่อค้ำประกันการดำเนินงานของกลไกภาครัฐ”
นอกจากความคืบหน้าแล้ว คุณภาพและความสามารถในการสร้างประสิทธิผลของข้อกำหนดต่างๆ ก็เป็นความต้องการที่สำคัญ เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศ โตเลิม สมาชิกคณะผู้แทนสภาแห่งชาติกรุงฮานอยได้ย้ำถึงแนวทางการเปลี่ยนแปลงใหม่แนวคิดในการจัดทำกฎหมายผสานกิจกรรมทางกฎหมายกับเป้าหมายการพัฒนา
“ต้องแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในด้านแนวคิด กฎหมายไม่เพียงแต่เพื่อบริหารเท่านั้น หากยังต้องมีส่วนร่วมต่อการพัฒนา อำนวยความสะดวกให้แก่กิจกรรมต่างๆของประชาชน สถานประกอบการและระบบ”
หนึ่งในด้านที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสนใจในการประชุมนี้คือเรื่องที่ดิน การกำหนดราคาที่ดิน การชดเชย การสนับสนุน และการจัดสรรที่อยู่อาศัยใหม่ ซึ่งเป็นกฎระเบียบที่มีผลโดยตรงต่อประชาชนและการปฏิบัติโครงการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับแนวทางการแก้ไขกฎหมาย นายกรัฐมนตรี เลมิงห์ฮึง สมาชิกคณะผู้แทนสภาแห่งชาตินครไฮฟอง เผยว่า
“ สภาแห่งชาติจะแก้ไขกฎหมายที่ดิน กฎหมายที่อยู่อาศัย กฎหมายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กฎหมายการลงทุน กฎหมายการลงทุนภาครัฐและกฎหมายงบประมาณแผ่นดินอย่างพร้อมเพรียงเพื่อแก้ไขปัญหาโดยรวม โดยเน้นถึงกฎหมายที่ดิน”
เพื่อให้การตัดสินใจและนโยบายตอบสนองความคาดหวังของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง
บรรดาผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญต่อข้อกำหนดของกฎหมายเท่านั้น หากยังตั้งคาดหวังต่อหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจภาคเอกชน การปฏิรูประเบียบราชการ การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การปกครองท้องถิ่น 2 ระดับ ซึ่งข้อเสนอเกี่ยวกับสวัสดิการสังคม การศึกษา และคุณภาพการบริการของสำนักงานภาครัฐ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาว่า นโยบายต่างๆ จะตอบสนองความต้องการของประชาชนและสถานประกอบการให้ดียิ่งขึ้น นาง ห่าถิงา รองประธานและเลขาธิการแนวร่วมปิตุภูมิเวียดนาม เผยว่า
“ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและประชาชนให้ความสนใจต่อการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคนิค เทคโนโลยี ค้ำประกันระบบฐานข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลประชากรและที่ดินจะได้รับการเชื่อมโยงและเป็นเอกภาพ ตั้งความหวังต่อการปฏิรูประเบียบราชการและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลจะได้รับการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและสถานประกอบการ พร้อมทั้ง ลดภาระงานให้แก่เจ้าหน้าที่ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่”
ประสิทธิภาพของนโยบายยังแสดงให้เห็นผ่านผลการปฏิบัติและผลประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้มีสิทธิ์เลิอกตั้งให้ความสนใจในการแสดงความคิดเห็นต่อปัญหาร่วมของท้องถิ่นและประเทศ การประชุมครั้งที่ 2 สภาแห่งชาติสมัยที่ 16 จะเริ่มต้นด้วยหน้าที่ที่สำคัญมากมายต่อการพัฒนาประเทศ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหวังว่าปัญหาที่ประชาชนให้ความสนใจจะถูกระบุในการจัดทำและปฏิบัตินโยบาย มีส่วนช่วยแก้ไขอุปสรรค สร้างพลังขับเคลื่อนในการพัฒนา และค้ำประกันให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์จากนโยบายนี้.
