40 ปีสัมพันธไมตรีเวียดนามและไทยผลิออกดอกผล

(VOVworld)เมื่อ 40 ปีก่อนซึ่งตรงกับวันที่ 6 สิงหาคมปี 1976 เวียดนามและไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เวียดนามและไทยเป็นสองประเทศอาเซียนแรกที่สถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วน ยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นการพิสูจน์อย่างชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ทวิภาคีเวียดนาม-ไทยได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาอย่างไม่หยุด ยั้งดั่งเช่นคำยืนยันของนาย มานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนาม ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-เวียดนามในตลอด 40 ปีที่ผ่านมาได้พัฒนาที่แน่นแฟ้นในทุกด้านมากขึ้น..."
(
VOVworld)เมื่อ 40 ปีก่อนซึ่งตรงกับวันที่ 6 สิงหาคมปี 1976 เวียดนามและไทยได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เวียดนามและไทยเป็นสองประเทศอาเซียนแรกที่สถาปนาความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นการพิสูจน์อย่างชัดเจนว่า ความสัมพันธ์ทวิภาคีเวียดนาม-ไทยได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งดั่งเช่นคำยืนยันของนาย มานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนาม ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-เวียดนามในตลอด 40 ปีที่ผ่านมาได้พัฒนาที่แน่นแฟ้นในทุกด้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านการการเมือง ความมั่นคง การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน วัฒนธรรมและการแลกเปลี่ยนระดับประชาชน

40 ปีสัมพันธไมตรีเวียดนามและไทยผลิออกดอกผล - ảnh 1
นาย มานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนาม

เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2013 เวียดนามและไทยได้เห็นพ้องยกระดับความสัมพันธ์ทวิภาคีขึ้นเป็นความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในโอกาสการเดินทางไปเยือนประเทศไทยของท่าน เหงียนฟู้จ่อง เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม และเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2014 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีไทยได้เดินทางมาเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการและเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามโครงการปฏิบัติความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เวียดนาม-ไทยในช่วงปี 2014-2018 ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีเวียดนาม-ไทยให้เข้มแข็งมากขึ้นทั้งในด้านกว้างและส่วนลึก นาย มานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนามได้เผยว่า “สำหรับความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-เวียดนามในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา ผมขอเรียนว่า มีแต่พัฒนาการที่นำไปสู่ความแน่นแฟ้นต่อกัน โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ แล้วก็วางกลไกความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ มีทั้งการหารือในระดับสูง การแลกเปลี่ยนการเยือนระดับนายกรัฐมนตรี หน่วยราชการต่างๆก็มีความร่วมมือทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ไม่ว่าจะเป็นกรอบลุ่มแม่น้ำโขง การเชื่อมโยงติดต่อคมนาคมระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นทางบกและทางอากาศ และต่อไปก็จะมีทางทะเล การเดินเรือทางชายฝั่ง สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นกลไกการส่งเสริมที่ทำให้มีความร่วมมือที่ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ทางด้านความมั่นคง กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทยและเวียดนามก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการประชุมร่วมกันเป็นประจำทุกปี ทั้งในเรื่องกระทรวงกลาโหม เวียดนามก็มีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปราบปรามการค้าขายยาเสพติด การค้าขายสิ่งของที่ผิดกฎหมาย การแลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องความมั่นคงในภูมิภาคทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และหน่วยงานในด้านตำรวจ”

40 ปีสัมพันธไมตรีเวียดนามและไทยผลิออกดอกผล - ảnh 2
พิธีลงนามโครงการปฏิบัติความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์เวียดนาม-ไทยในช่วงปี 2014-2018

การขยายตัวด้านการค้าทวิภาคีเวียดนาม-ไทยได้บรรลุร้อยละ 40 ในตลอด 5 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2010-2015 ถึงแม้เศรษฐกิจโลกมีการผันผวนอย่างซับซ้อน โดยเมื่อปี 2015 มูลค่าการค้าต่างตอบแทนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 หรือเกือบ 1 หมื่น 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีความเป็นไปได้สูงที่จะบรรลุเป้าหมายมูลค่าการค้าต่างตอบแทนอยู่ที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2020 นอกจากความร่วมมือระดับส่วนกลาง ทั้งสองประเทศยังให้ความสำคัญต่อความร่วมมือระหว่างท้องถิ่นต่างๆ ปัจจุบัน มี 14 ท้องถิ่นที่มีโครงการร่วมมือ ท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนามได้เผยต่อไปว่า “นักธุรกิจไทยก็เล็งเห็นถึงความมั่นคงของระบบเศรษฐกิจเวียดนามและความมั่นคงในนโยบายทางด้านเศรษฐกิจของเวียดนามก็เข้ามาลงทุนในประเทศเวียดนาม มีทั้งทุกด้านไม่ว่าจะเป็นในด้านอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมด้านการก่อสร้าง การก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ด้านการท่องเที่ยวก็มีโรงแรม สายการบินก็มีการเปิดเที่ยบินตรงเพิ่มเติมยิ่งขึ้น ล่าสุดสายการบิน Bangkok Airway ที่บินตรงกรุงเทพฯ-ดานัง นอกเหนือจากมีการบินที่ฮานอยและนครโฮจิมินห์อยู่แล้ว นักลงทุนไทยสนใจในทุกด้าน เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่เจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในอาเซียน มีความพร้อมในหลายด้าน มีประชากรที่ขยันแข็งขัน มีการทำข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ ดังนั้น สินค้าหลายอย่างที่ผลิตในเวียดนามนอกจากเราสามารถส่งออกไปจำหน่ายในประเทศอาเซียนแล้ว ยังสามารถส่งไปขายที่ประเทศที่ 3 จำนวนมาก ซึ่งทำให้สินค้าเราได้รับสิทธิพิเศษทางด้านการค้า”
สถานประกอบการไทยได้ลงทุนในเวียดนาม 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่อันดับที่ 11 ในจำนวนประเทศและดินแดนที่มียอดเงินลงทุนมากที่สุดในเวียดนาม โดยมีกว่า 300 โครงการที่กำลังได้รับการปฏิบัติในเวียดนาม รวมทั้งโครงการของบริษัทชั้นนำของไทย เช่นกลุ่มบริษัท เอสซีจี กลุ่มบริษัท ซีพี กลุ่มบริษัท AMATA กลุ่มบริษัทปตท. และสถานประกอบการที่ประกอบธุรกิจในด้านโรงแรม การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม การแปรรูปสินค้านำเข้าและส่งออก ตามความเห็นของนาย มานพชัย วงศ์ภักดี  เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนาม การที่ทั้งสองประเทศเข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รวมยอดประชากรกว่า 600 ล้านคนและจีดีพีอยู่ที่กว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐก็ช่วยกระชับความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ“การเข้าเป็นประชาคมเศรษฐกิจเดียวกัน หมายถึงว่า การค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมดสามารถทำการค้าโดยได้รับการยกเว้นภาษี ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้การค้าระหว่างไทย-เวียดนามมีปริมาณการค้าสูงขึ้นมาก เวียดนามเป็นประเทศที่มีความสำคัญมาก ไม่ใช่แต่เป็นประเทศสมาชิกอาเซียน เป็นประเทศเพื่อนบ้านด้วยที่อยู่ใกล้ชิดไทยมาก สองระบบเศรษฐกิจไทย-เวียดนามมีความใกล้ชิด มีความเป็นหนึ่งเดียวกันมากยิ่งขึ้น นอกจากเรามีความใกล้ชิดกันทางด้านภูมิศาสตร์แล้ว ยังมีความคล้ายคลึงกันในหลายๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นในด้านของภูมิอากาศ แล้วก็มีระบบการผลิต โครงสร้างภาษีต่างๆ และเศรษฐกิจที่เราจะสามารถร่วมมือกันได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการผลิตข้าว ยางพาราและผลักผลไม้ต่างๆ”
40 ปีสัมพันธไมตรีเวียดนามและไทยผลิออกดอกผล - ảnh 3
บริษัทซีพีของไทยคือบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการประกอบธุรกิจในเวียดนาม

นอกจากจุดเด่นในด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองประเทศยังเน้นถึงการพัฒนาการทูตวัฒนธรรมตามที่นาย มานพชัย วงศ์ภักดี เอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนาม ได้กล่าวว่า “ผมคิดว่า ปัจจุบัน การทูตทางด้านวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อทุกประเทศ รวมทั้งไทยและเวียดนาม เพราะสิ่งนี้ช่วยให้ประชาชนทั้งสองประเทศสามารถเข้าใจและเข้าถึงวัฒนธรรมของอีกฝ่ายหนึ่ง และเกิดความนิยมชื่นชมซึ่งกันและกัน สิ่งนี้ทำให้มีความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนเรื่องด้านภาษา เราได้มอบเงินสำหรับโครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนไทย-เวียดนาม ซึ่งปีนี้ มีเยาวชนไทย 12 คนมาที่นี่และมีเยาวชนเวียดนาม 12 คนมาสมทบที่มหาวิทยาลัยฮานอยและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ และจะมองเห็นว่า ทำความเข้าใจกัน เป็นมิตรที่ดี เข้าใจได้ว่า เยาวชนมีความสำคัญมาก อันนี้คือสิ่งเล็กๆนี่เราดำเนินการในช่วงปีนี้ นอกจากนั้นก็มีการผลิตดวงตาไปรษณีย์เพื่อฉลอง 40 การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับเวียดนาม”
ควบคู่กับความร่วมมือทวิภาคี ทั้งสองฝ่ายยังผลักดันความร่วมมือในระดับพหุภาคีและโลก  เช่นร่วมมือในแนวเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตกหรือ EWEC เส้นทางข้ามเอเชีย อนุภูมิภาคแม่น้ำโขงขยายวงหรือ GMS ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกลุ่มแม่น้ำอิรวดี เจ้าพระยา แม่โขงหรือ ACMECS ซึ่งความร่วมมือนี้ได้มีส่วนร่วมผลักดันความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างเวียดนามกับไทยเพื่อการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประชาชาติและของอาเซียน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด