การเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียกับสหรัฐ และผลกระทบที่ยากจะคาดเดาได้

(VOVworld) – ดูเหมือนว่า ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับสหรัฐยังไม่คลี่คลายลง โดยทั้งสองฝ่ายได้ลดการสนทนา เพิ่มการเผชิญหน้าและการปะทะในปัญหาต่างๆ รวมไปถึงกิจกรรมแข่งขันด้านการทหารในซีเรีย ปัญหายุโรปตะวันออกและสงครามทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งการเผชิญหน้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจทำให้สงครามในซีเรียตกเข้าสู่ภาวะชะงักงัน

(VOVworld) – ดูเหมือนว่า ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับสหรัฐยังไม่คลี่คลายลง โดยทั้งสองฝ่ายได้ลดการสนทนา เพิ่มการเผชิญหน้าและการปะทะในปัญหาต่างๆ รวมไปถึงกิจกรรมแข่งขันด้านการทหารในซีเรีย ปัญหายุโรปตะวันออกและสงครามทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งการเผชิญหน้าระหว่างสองประเทศมหาอำนาจทำให้สงครามในซีเรียตกเข้าสู่ภาวะชะงักงัน

  การเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียกับสหรัฐ และผลกระทบที่ยากจะคาดเดาได้ - ảnh 1
 นาย Sergei Ryabkov รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย (Sputnik)

การทวีความตึงเครียด ความขัดแย้งในหลายปัญหาและไม่สามารถแสวงหาเสียงพูดเดียวกันเกี่ยวกับปัญหาซีเรียได้ทำให้ประชามติโลกมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่รัสเซียและสหรัฐอาจจะมีการเผชิญหน้าโดยตรง
ทวีความตึงเครียด
จากการเคลื่อนไหวล่าสุด สหรัฐได้เผยว่า กำลังพิจารณาความเสียหายจากการถูกเฮกเกอร์ของรัสเซียโจมตีใส่กลุ่มการเมืองต่างๆของสหรัฐ นอกจากนั้น วอชิงตันยังคงกล่าวหาพระราชวังเครมลินอยู่เบื้องหลังการส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่กำลังเข้าสู่โค้งสุดท้าย ท่าทีนี้ยิ่งสะท้อนอย่างเข้มแข็งมากขึ้นหลังจากข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียประสบความล้มเหลว เจ้าหน้าที่ของสหรัฐยังเรียกร้องให้รัสเซียเปิดการสืบสวนเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า “อาชญากรรมสงคราม” ในเมืองอเลปโป และวอชิงตันก็กำลังพิจารณาการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย
ส่วนทางฝ่ายรัสเซียยังคงยืนหยัดปฏิเสธการแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในการให้สัมภาษณ์นักข่าวสายสงครามที่มีชื่อเสียงของซีเอ็นเอ็น Christiane Amanpour รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย เซอร์เก ลาฟรอฟ ได้เผยว่า นี่คือคำกล่าวหาที่ไร้มูลความจริง และเพื่อตอบโต้การกระทำที่ยั่วยุจากตะวันตก รัสเซียได้ยกเลิกข้อตกลงความมั่นคงด้านนิวเคลียร์ฉบับหนึ่งที่ลงนามกับสหรัฐ เนื่องจากภัยคุกคามจากสหรัฐนับวันรุนแรงมากขึ้น นอกจากนั้น ระบบขีปนาวุธ Iskandar ก็ได้ถูกติดตั้งใกล้เขตชายแดนที่ติดกับนาโต้ในยุโรป เมื่อเร็วๆนี้ นาย Sergey Kislyak เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำสหรัฐได้ยอมรับว่า สถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐกำลังอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่สงครามเย็น และสหรัฐกำลังมีก้าวเดินที่ไม่เป็นมิตรกับรัสเซีย ซึ่งทำให้รัสเซียต้องแสดงออกถึงความแข็งแกร่งที่มี
ทำให้สงครามในซีเรียตกเข้าสู่ภาวะชะงักงัน
หลังจากการเจรจาระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียและสหรัฐเกี่ยวกับการปะทะในซีเรียเมื่อวันที่ 15 ตุลาคมไม่สามารถบรรลุความคืบหน้าใดๆ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม รัสเซียได้ประกาศว่า กองกำลังของรัสเซียและทหารของรัฐบาลซีเรียจะปฏิบัติคำสั่งหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 8 ชั่วโมงในเมือง อเลปโปในวันที่ 20 ตุลาคม เพื่ออำนวยให้ประชาชนได้อพยพ ทำการเเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไปยังเขตที่ปลอดภัย และค้ำประกันให้แก่การถอนตัวของนักรบ แต่ไม่เหมือนกับที่คาดการณ์ไว้ การตัดสินใจหยุดยิงแต่เพียงฝ่ายเดียวของรัสเซียไม่ได้รับการชื่นชมจากสหรัฐและตะวันตก โดยถูกตำหนิว่า คำสั่งหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 8 ชั่วโมงนั้นไม่สามารถถือเป็นมาตรการแก้ไขและไม่พอสำหรับการส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังเขตประสบภัย
ในขณะเดียวกัน การปะทะในซีเรียยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุโจมตีด้วยปืนใหญ่ 49 ครั้ง ซึ่งทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก สหรัฐได้กล่าวหาว่า ทางการซีเรียและรัสเซียได้ทิ้งระเบิดใส่เขตที่มีประชาชนผู้บริสุทธิ์และกองกำลังติดอาวุธของฝ่ายค้าน ส่วนซีเรียและรัสเซียได้ย้ำว่า พวกเขาโจมตีใส่ฐานที่มั่นของกองกำลังก่อการร้าย พร้อมทั้งกล่าวหาว่า วอชิงตันไม่ควรสร้างแรงกดดันเพื่อป้องปรามไม่ให้กองกำลังฝ่ายค้านที่โอนอ่อนทำการแบ่งเขตอย่างชัดเจนกับกลุ่มก่อการร้าย

  การเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียกับสหรัฐ และผลกระทบที่ยากจะคาดเดาได้ - ảnh 2
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐและอังกฤษประกาศว่า กำลังพิจารณาการใช้มาตรกาคว่ำบาตรต่อทางการซีเรีย (EPA)

ทวีความเคลื่อนไหวทางการทหาร
นอกจากความขัดแย้งที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับกระบวนการสันติภาพในซีเรียแล้ว รัสเซียและตะวันตกยังผลักดันการเคลื่อนไหวด้านการทหารในประเทศนี้ โดยในหลายวันที่ผ่านมา กองทัพเรือของรัสเซียได้ระดมเรือพิฆาตขนาดเล็กที่สามารถทำการโจมตี รวมทั้งกองเรือในทะเลดำพร้อมหน่วยคอมมานโดของกองทัพเรือที่กำลังประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ติดกับชายฝั่งทะเลของซีเรีย และเมื่อเร็วๆนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียได้ยอมรับว่า ได้ส่งระบบป้องกันขีปนาวุธ S-300 ไปยังซีเรีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รัสเซียส่งระบบขีปนาวุธชนิดนี้ออกนอกดินแดนของรัสเซีย บรรดาผู้สังเกตุการณ์ได้แสดงความเห็นว่า การที่รัสเซียส่งระบบป้องกันทางอากาศที่ทันสมัยที่สุดในโลกไปยังซีเรียคือการส่งสาส์นที่ชัดเจนถึงสหรัฐ และเป็นการออกคำเตือนที่แข็งกร้าวว่า วอชิงตันจะได้รับผลกระทบถ้าหากมีเจตนาแทรกแซงเพื่อขัดขวางกิจกรรมของซีเรียหรือรัสเซีย ในขณะเดียวกัน สหรัฐก็ได้กล่าวถึงแผนการบีในกรณีที่กระบวนการสันติภาพในซีเรียตกเข้าสู่ภาวะชะงักงัน ซึ่งในท่าทีที่ถือว่าอยู่ภายใต้แผนการนี้ ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐในตะวันออกกลางได้ประกาศว่า กำลังพิจารณาแผนการเพิ่มการสนับสนุนอาวุธให้แก่กองกำลังฝ่ายค้านที่โอนอ่อนในเมืองอเลปโป ของซีเรีย
ตามความเห็นของบรรดานักวิเคราะห์ ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐกำลังเสี่ยงที่จะตกอยู่ในภาวะที่อันตราย แต่ด้วยสถานะที่มีอิทธิพลที่กว้างใหญ่  รัสเซียและสหรัฐต้องให้ความเคารพขอบเขตระหว่างกันให้เพื่อสมกับการเป็นสองประเทศมหาอำนาจที่เดินหน้าในการสร้างสรรค์สันติภาพให้แก่โลก.

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คำติชม

ข่าวอื่นในหมวด