![]() |
สิ่งที่ช่วยให้คุณ แทงฟอง ได้มีโอกาสไปเยือนประเทศอินโดนีเซียในครั้งนี้เริ่มมาจากความเคยชินกับการฟังวิทยุทุกๆวันตั้งแต่เด็ก คุณแทงฟองก็ทราบการประกวดที่จัดโดยสถานีวิทยุเวียดนามและสถานทูตอินโดนีเซียประจำเวียดนามจากวิทยุ ซึ่งความรักต่อประธานโฮจิมินห์บวกกับความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับอินโดนีเซีย โดยเฉพาะความฝันว่าจะได้มีโอกาสไปเยือนประเทศอินโดนีเซียที่สวยงามสักครั้งได้เป็นแรงบันดาลใจให้คุณฟองพยายามหาข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตและห้องสมุดเพื่อทำบทความให้ดีที่สุดจนสามารถคว้ารางวัลพิเศษในการประกวดฯ อันเป็นการสานฝันให้เป็จริงได้เมื่อเขาและภริยาได้เยือนประเทศอินโดนีเซียเป็นเวลา5วัน ซึ่งทั้งคู่ต่างรู้สึกประทับใจต่อทุกอย่างที่ได้พบเห็นในประเทศหมู่เกาะแห่งนี้ “อินโดนีเซียให้ความสนใจเป็นอย่างมากต่อการลงทุนพัฒนาระบบทางด่วนและการขนส่งสาธารณะ ซึ่งเราประทับใจมากที่เห็นว่า กรุงจาการ์ตาไม่เหมือนที่เราจินตนาการณ์ว่า เป็นเมืองที่แออัดแต่เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง เราสามารถเห็นต้นไม้และสีเขียวได้ทั่วไปอย่างสวยงาม นอกจากนี้ผมยังประทับใจต่อสถาปัตยกรรมของกรุงจาการ์ตาที่มีการผสมระหว่างสถาปัตยกรรมของมุสลิมกับสถาปัตยกรรมของเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งอาคารที่ทันสมัยต่างๆได้ช่วยให้กรุงจาการ์ตาแตกต่างจากตัวเมืองอื่นๆ”
![]() |
ในระหว่างการเยือนประเทศอินโดนีเซีย คุณแทงฟองได้ไปเยือนสถานที่ที่มีชื่อเสียงต่างๆของอินโดนีเซีย เช่น อนุสาวรีย์แห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ โบสถ์ ภูเขาไฟและชายหาดที่สวยงามต่างๆ รวมทั้งสถานที่พิเศษที่ประธานโฮจิมินห์ได้ไปเยือนเมื่อ 61 ปีก่อน “คณะกรรมการจัดงานได้จัดทัวร์ให้ผมไปเที่ยวเมืองบันดุงที่สวยงาม คึกคักและอากาศเย็นสบาย ผมรู้สึกซาบซึ้งใจเพราะความปรารถนาของผมได้กลายเป็นความจริงแล้ว ผมได้ไปเที่ยวผืนแผ่นดินที่ประธานโฮจิมินห์เคยไปเยือน ได้ฟังเกี่ยวกับภารกิจของท่านที่อินโดนีเซีย เยี่ยมชมสถานที่ที่ท่านเคยไป โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย Padjadjaran ที่ประธานโฮจิมินห์ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์สาขากฎหมายซึ่งเป็นปริญญาบัตรเพียงใบเดียวที่ประธานโฮจิมินห์ตกลงรับในตลอดชีวิตของท่าน ซึ่งทำให้ผมยิ่งภูมิใจเกี่ยวกับประธานโฮจิมินห์ ซึ่งเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของประชาชาติเวียดนามและเพื่อนคนสำคัญของประชาชนและประเทศอินโดนีเซีย”
![]() |
คุณแทงฟองบอกว่า นี่คือโอกาสให้เขาและภริยาศึกษาเพื่อมีความเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับวัฒนธรรม คนและประเทศอินโดนีเซีย คนอินโดนีเซียส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามจึงไม่ทานเนื้อหมู เมนูอาหารส่วนใหญ่เผ็ดมาก ประชาชนเป็นกันเอง ยิ้มแย้มตลอดเวลาและพร้อมให้การช่วยเหลือเหมือนคนเวียดนาม โดยเฉพาะที่ทำให้ซาบซึ้งใจที่สุดคือในระหว่างการเยือนอินโดนีเซีย เขาได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์กับผู้ฟังชาวอินโดนีเซียที่ได้รับรางวัลในการประกวดที่อินโดนีเซียด้วย “เป็นโอกาสที่ดีมากที่ผมได้พบปะกับผู้ฟังวีโอวีชาวอินโดนีเซียสองคน เมื่อคุยกัน เราก็เห็นว่า เราคุยกันอย่างเปิดเผยเพราะแม้อยู่อาศัยในสองประเทศที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันแต่พวกเรามีหลายสิ่งที่คล้ายคลึงกันมาก นั่นคือความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และประเพณีของอีกฝ่าย โดยเฉพาะความเคารพรักต่อผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของสองประชาชาติ โดยวีโอวีมีบทบาทสำคัญคือสะพานเชื่อมด้านวัฒนธรรม”
![]() |
หลังจบทริป คุณแทงฟองได้บอกว่า รางวัลนี้เป็นอาหารทางจิตใจพิเศษในต้นปีใหม่ 2020 ซึ่งเป็นปีที่เวียดนามและอินโดนีเซียสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 65 ปี และตัวเขาก็จะยังคงทำในสิ่งที่ชอบคือศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศต่อไป เพื่อมีส่วนร่วมต่อการเชื่อมโยงและเสริมสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศผ่านเพื่อนมิตรที่ตนได้มีโอกาสเจอกันในการเยือนอินโดนีเซียครั้งนี้.




