เราขอเริ่มรายการด้วยคำถามของคุณ สมชัย จากกรุงเทพฯ “ฟุตบอลโลกปี 2026 มีอะไรพิเศษแตกต่างจากฟุตบอลโลกครั้งก่อน ๆ และแฟนฟุตบอลชาวเวียดนามให้ความสนใจกับการแข่งขันนี้มากน้อยเพียงใด”

ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มีทีมเข้าร่วมถึง 48 ทีม จากเดิมที่มี 32 ทีม นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่การแข่งขันจัดขึ้นใน 3 ประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ คือ สหรัฐ แคนาดาและเม็กซิโก การเพิ่มจำนวนทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศต่าง ๆ ได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมากขึ้นและแฟนบอลจะได้ชมแมตช์การแข่งขันที่น่าสนใจมากขึ้น

ที่เวียดนาม ฟุตบอลโลก 2026 ได้รับความสนใจอย่างมากจากแฟนฯ ซึ่งสถานีโทรทัศน์เวียดนามได้รับลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ช่วยให้แฟนฟุตบอลชาวเวียดนามสามารถติดตามรับชมการแข่งขันได้ทุกนัด นอกจากนี้ สื่อมวลชนหลายแห่งในเวียดนามยังได้จัดทำคอลัมน์พิเศษเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2026 โดยมีการอัพเดทข่าวสาร ผลการแข่งขันและเกร็ดที่น่าสนเกี่ยวกับการแข่งขัน และแน่นอนว่ารายการภาคภาษาไทยของเราก็มีคอลัมน์พิเศษเกี่ยวกับฟุตบอลโลก 2026 เช่นกันนะครับ ท่านสามารถเข้าไปชมได้ที่เว็บไซต์ vovworld.vn แล้วคลิกเลือกที่คอลัมม์ World Cup 2026 เพื่ออ่านและรับฟังข่าวสารต่าง ๆ ได้ สื่อมวลชนหลายสำนักของเวียดนามก็มีการจัดรายการวิเคราะห์ก่อนการแข่งขัน คาดการณ์ผลการแข่งขัน การพูดคุยคนในวงการฟุตบอล ซึ่งแฟนฟุตบอลจะได้ทราบถึงมุมมองและข้อมูลที่หลากหลายและน่าสนใจของแต่ละทีม รวมถึงประเด็นสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดการแข่งขัน

ส่วนบรรยากาศฟุตบอลโลกในเวียดนามก็มีความคึกคักมาก โดยแฟนฟุตบอลนัดรวมตัวกันที่ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือตามสถานบันเทิงที่จอภาพขนาดใหญ่เพื่อร่วมรับชมและเชียร์ทีมโปรดของตน กิจกรรมการชมฟุตบอลร่วมกันในลักษณะนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคยของแฟนบอลเวียดนามในทุก ๆ ครั้งที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก

อาจารย์เกษม ทั่งทอง “ สวัสดีครับผู้จัดทำรายการภาคภาษาไทยทุกท่าน เมื่อสัปดาห์ก่อนได้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.8-8.2 ริกเตอร์ที่เกาะมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง มีผู้คนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย อาคารบ้านเรือนพังเสียหาย เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ไปหลายประเทศ ที่ญี่ปุ่นมีประกาศเตือนภัยหลายระลอกในวันนั้น ประเทศไทยประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อ 26 ธันวาคม 2547 อันเนื่องมาจากการเกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.9 ริกเตอร์ ที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ส่งผลต่อ 6 จังหวัดภาคใต้ มีภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ตรังและสตูล ทำให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 5,400 คน และบาดเจ็บกว่า 8,000 คน มีทั้งคนไทยและต่างชาติ มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท นอกจากนี้ยังสูญเสียคุณพุ่ม เจนเซ่น พระโอรสในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญาฯ ขณะที่คุณพุ่มเล่นเจ็ตสกีอยู่ชายหาดบ้านเขาหลัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา วันนั้นเป็นวันเกิดเหตุการณ์ “สึนามิ” ครั้งแรกและเกิดความสูญเสียร้ายแรงเกินจะนึกฝัน ที่เวียดนามเจอภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิบ้างไหมครับ?"

ขอขอบคุณคำถามของอาจารย์นะคะ ถือเป็นโชคดีที่ประเทศเวียดนามของเรายังไม่เคยประสบภัยสึนามิขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเหมือนเหตุการณ์สึนามิในปี 2004 แต่อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า เวียดนามยังคงมีความเสี่ยงที่จะเจอสึนามิ ถ้าหากเกิดแผ่นดินไหวที่รุนแรงในบริเวณทะเลตะวันออกหรือพื้นที่ใกล้เคียง ด้วยเหตุนี้ เวียดนามจึงได้เพิ่มความเข้มข้นในการวิจัย พัฒนาระบบเตือนภัยและจัดทำแผนรับมือความเสี่ยงจากสึนามิ จังหวัดชายฝั่งทะเลในภาคกลางและภาคกลางตอนใต้ได้รับการกำหนดให้เป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ หากเกิดสึนามิจากแผ่นดินไหวในภูมิภาคใกล้เคียง

ต่อไปคือคำถามจากคุณ Siddhartha's Dxing World จากประเทศอินเดียค่ะ “การปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่คนคนหนึ่งสามารถทำได้เพื่อลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมและรับมือการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในเวียดนามคืออะไรและเยาวชนเวียดนามสามารถมีบทบาทอย่างไรในการปกป้องสิ่งแวดล้อมเพื่อคนรุ่นต่อไปในอนาคต”

นี่เป็นคำถามที่มีความหมายอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งตามความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม หนึ่งในการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพที่สุดที่ทุกคนสามารถทำได้คือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การประหยัดไฟฟ้า การประหยัดน้ำ ลดการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง การคัดแยกขยะและการหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะหรือยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษต่ำ เป็นต้น

สำหรับเยาวชนเวียดนาม ซึ่งเป็นแกนหลักในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การปลูกต้นไม้ การเก็บขยะ การอนุรักษ์แหล่งน้ำ การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

กระแสการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจและมีเยาวชนเวียดนามเข้าร่วมจำนวนมาก เช่น โครงการ “วันอาทิตย์แห่งสีเขียว” ขบวนการ “ลดขยะพลาสติก” “ร่วมกันทำความสะอาดทะเล” การปลูกต้นไม้ในโครงการ “ปลูกต้นไม้หนึ่งพันล้านต้น” ของรัฐบาล โดยในแต่ละปี สมาชิกกองเยาวชนและคนหนุ่มสาวนับล้านคนทั่วประเทศได้เข้าร่วมกิจกรรมทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม เก็บขยะ ฟื้นฟูแม่น้ำลำคลองและปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวในท้องถิ่นต่างๆ และนอกจากกิจกรรมอาสาสมัครแล้ว เยาวชนจำนวนมากยังปฏิบัติโครงการสตาร์ทอัพสีเขียว โดยนำของที่ใช้แล้วกลับมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ พัฒนาแอพพลิเคชันที่ช่วยในการคัดแยกขยะและการประหยัดพลังงาน สโมสรด้านสิ่งแวดล้อมหลายแห่งยังจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การ “เปลี่ยนขยะเป็นต้นไม้” “เปลี่ยนแบตเตอรี่เป็นต้นไม้” และ “เปลี่ยนกระดาษใช้แล้วเป็นของรางวัล” รวมถึงการรณรงค์ส่งเสริมวิถีชีวิตแห่งสีเขียวอย่างกว้างขวางอีกด้วย

นอกจากนี้ เยาวชนยังคงเป็นผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับชุมชนผ่านแคมเปญประชาสัมพันธ์และกิจกรรมอาสาสมัครต่าง ๆ ซึ่งการลงมือทำในวันนี้จะมีส่วนช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและน่าอยู่มากยิ่งขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไปในอนาคต...