เราขอเริ่มรายการด้วยความคิดเห็นต่างๆ ของอาจารย์ เกษม ทั่งทอง แฟนพันธุ์แท้ของภาคภาษาไทย โดยอาจารย์เขียนว่า “สวัสดีครับผู้จัดทำรายการภาคภาษาไทยทุกท่าน ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับทีมฟุตบอลสเปนที่สามารถคว้าแชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 หลังจากเอาชนะทีมฟุตบอลอาร์เจนตินา 1-0 แล้วพบกันใหม่อีก 4ปีข้างหน้า เมืองไทยเกือบจะไม่ได้ดูการถ่ายทอดสดแล้วเพราะค่าลิขสิทธิ์แพงจนทางการสู้ไม่ไหว ยังดีที่มีเอกชนมาช่วยแบ่งเบาภาระ แฟนบอลชาวไทยจึงได้ดูถ่ายทอดสด ตั้งตารอเวลา ตี 2 ทุกวัน ตลอดระยะเวลาการแข่งขัน ตามร้านอาหาร ร้านเหล้า ผับ บาร์ ต่างก็มีจอแอลอีดี.ขนาดใหญ่ถ่ายทอดสดบริการลูกค้า เวลาที่มีการแข่งขันแต่ละนัด ในขณะเดียวกัน หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ร่วมมือกับบริษัทไปรษณีย์ไทยจัดให้มีการทายผลบอลใช้ไปรษณียบัตรราคา3บาท ทายว่าทีมใดจะได้แชมป์ ชิงรางวัลรวมหลายล้านบาทมีทองคำมูลค่า 7ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ สมาร์ทโฟนและของรางวัลอื่นๆอีกมากมาย ที่เวียดนามบรรยากาศในช่วงการแข่งขันเป็นอย่างไรบ้างครับ?"
บรรยากาศการชมฟุตบอลโลกที่เวียดนามก็คึกคักเช่นกันแต่ก็ประสบปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดเหมือนกับประเทศไทย ทำให้สถานที่ที่สามารถเปิดถ่ายทอดสดให้ประชาชนรับชมมีจำนวนจำกัด ต่างจากฟุตบอลโลกครั้งก่อน ๆ ที่ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และสถานที่ต่าง ๆ ทั่วเวียดนามที่ผู้คนมักมารวมตัวกันเพื่อชมและเชียร์ฟุตบอลอย่างสนุกสนาน แต่ในปีนี้ มีเพียงสถานที่ที่ได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้องเท่านั้นที่สามารถเปิดให้ชมการถ่ายทอดสดได้ แม้ว่าจำนวนผู้ชมตามร้านต่าง ๆ จะลดลง แต่ความรักที่ชาวเวียดนามมีต่อกีฬาฟุตบอลก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย พวกเราก็ขอร่วมแสดงความยินดีกับทีมชาติสเปนที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้
นอกจากนี้ อาจารย์เกษม ทั่งทอง ก็ยังได้เขียนว่า “50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-เวียดนาม มีมานานนับร้อยปี” ปี 2026 ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างเวียดนามกับไทย แต่มิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศได้ก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่หลายศตวรรษก่อน ผ่านการค้าขาย การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการตั้งถิ่นฐานของชุมชนชาวเวียดนามในประเทศไทย
ปัจจุบัน เวียดนามและไทยต่างเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญของกันในอาเซียน ทั้งสองประเทศยังคงขยายความร่วมมือในหลายด้านอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษาและการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน และในโอกาสครบรอบ 50 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตนี้ จะมีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองมากมายทั้งในเวียดนามและประเทศไทย ทั้งด้านวัฒนธรรม ศิลปะ และการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชน เพื่อส่งเสริมมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และในโอกาสพิเศษนี้ รายการภาคภาษาไทย สถานีวิทยุเวียดนามก็นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับวาระสำคัญนี้อย่างต่อเนื่อง อาทิ บทสัมภาษณ์ท่านเอกอัครราชทูตไทยประจำเวียดนาม บทความเกี่ยวกับสมาคมมิตรภาพเวียดนาม–ไทย และที่พิเศษที่สุดคือรายการวิทยุพิเศษ 2 ตอน ซึ่งจะออกอากาศในวันที่ 2 และ 9 สิงหาคม ขอเชิญทุกท่านติดตามรับฟังกัน
ต่อไปเป็นจดหมายจากคุณ Chalinan Sip ซึ่งได้แสดงความสนใจต่อข่าวที่รัฐบาลเวเนซุเอลาส่งโทรเลขขอบคุณถึงท่าน โตเลิม เลขาธิการใหญ่พรรค ประธานประเทศเวียดนาม หลังจากที่ทีมกู้ภัยของเวียดนามได้เข้าร่วมให้ความช่วยเหลือในการบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติในเวเนซุเอลา ซึ่งโทรเลขดังกล่าวของรัฐบาลเวเนซุเอลาถือเป็นการรับรองและชื่นชมต่อความทุ่มเทและความรับผิดชอบของทีมกู้ภัยเวียดนาม ในตลอดหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามได้เข้าร่วมกิจกรรมด้านมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเข้มแข็งและพร้อมให้ความช่วยเหลือประเทศต่าง ๆ ที่ประสบภัยพิบัติหรือสาธารณภัยตามศักยภาพที่มีและการให้ความช่วยเหลือดังกล่าวไม่เพียงแต่ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยสามารถผ่านความยากลำบากเท่านั้น หากยังแสดงถึงจิตใจแห่งความสามัคคีและความรับผิดชอบของเวียดนามต่อประชาคมระหว่างประเทศอีกด้วย ทั้งยังเป็นจุดเด่นของนโยบายการต่างประเทศของเวียดนามที่ยึดมั่นในสันติภาพ ความร่วมมือและหลักมนุษยธรรม
จดหมายฉบับสุดท้ายของวันนี้มาจากคุณ Johnny Antonio Ramírez López ผู้ฟังจากประเทศเปรู โดยเล่าว่ากำลังเตรียมโครงการรายการวิทยุสำหรับชุมชนนักฟังคลื่นสั้น (DX) ในภูมิภาคลาตินอเมริกา ภายใต้ชื่อ "สะพานสีแดง" (El Puente Rojo) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสะพานเทฮุก (Thê Húc) ริมทะเลสาบหว่านเกี๊ยมในกรุงฮานอยค่ะ โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงผู้ที่ชื่นชอบการรับฟังวิทยุคลื่นสั้นจากทั่วโลก ให้ก้าวข้ามข้อจำกัดด้านระยะทางและความแตกต่าง สร้างเครือข่ายแห่งมิตรภาพผ่านสื่อวิทยุร่วมกัน
ขอขอบคุณคุณ Johnny ที่ได้แบ่งปันแนวคิดอันเปี่ยมด้วยความหมายนี้ พวกเรารู้สึกประทับใจเป็นอย่างยิ่งที่สะพานเทฮุกของกรุงฮานอยได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับโครงการวิทยุระดับนานาชาติครับ ซึ่งสำหรับผู้ที่รักการรับฟังวิทยุคลื่นสั้น วิทยุไม่เพียงแต่เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น หากยังเป็นสะพานเชื่อมมิตรภาพระหว่างประเทศและวัฒนธรรมที่หลากหลายอีกด้วย พวกเราขออวยพรให้โครงการ "สะพานสีแดง" ประสบความสำเร็จและสามารถเปิดตัวได้ในเร็ววันนะครับ พร้อมทั้งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีโอกาสเดินพร้อมกับชุมชนนักฟังวิทยุ DX ในภูมิภาคลาตินอเมริกาในอนาคต...
