ผู้ที่เป็นเจ้าของพันธุ์ข้าว ST25 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวเวียดนามที่ชนะรางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลกหลายครั้งนั้นคือใคร วันนี้เราจะเล่าเรื่องของวิศวกร โห่ กวาง กัว ผู้ได้มีส่วนช่วยนำแบรนด์ข้าวเวียดนามสู่เวทีสากล สร้างชื่อเสียง สร้างความภาคภูมิใจให้แก่อุตสาหกรรมข้าวของเวียดนามในตลาดข้าวโลก
แม้ได้อยู่ในวัยกว่า 70 แล้ว แต่วีรชนแรงงาน โห่ กวาง กัว (Hồ Quang Cua) ยังคงทุ่มเทกับเรื่องการทำนาข้าวผสมเลี้ยงกุ้งในเขตตะวันตกภาคใต้ของเวียดนาม โดยเขาเป็นเจ้าของพันธุ์ข้าว ST25 ซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวเวียดนามที่ชนะรางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลกในการแข่งขันข้าวดีที่สุดในโลกซึ่งเป็นการแข่งขันข้าวระดับนานาชาติประจำปีที่จัดโดย The Rice Trader ตั้งแต่ปี 2009 และถือเป็นหนึ่งในเวทีที่ทรงเกียรติที่สุดของอุตสาหกรรมข้าวโลก ช่วยกำหนดทิศทางตลาดและยกระดับมาตรฐานความเป็นเลิศของอุตสาหกรรมข้าว
นายโห่ กวาง กัว เกิดและโตที่จังหวัดซอกจังเดิมซึ่งปัจจุบันคือเมืองเกิ่นเทอ เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ที่มีประเพณีด้านการเกษตรมายาวนาน เพราะฉนั้นเขาจึงมีความสนใจและหลงไหลกับต้นข้าวมาตั้งแต่เด็ก หลังจากสำเร็จการศึกษาด้านพืชศาสตร์ในปี 1978 วิศวกรโห่ กวาง กัว ได้รับตำแหน่งงานต่างๆจากหน่วยงานการเกษตรและพัฒนาชนบทในอำเภอหมีเซวียน ไปจนถึงเป็นรองผู้อำนวยการสำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและรองผู้อำนวยการสำนักงานการเกษตรและพัฒนาชนบทในจังหวัดซอกจังเดิม แต่ในที่สุดเขาได้เลือกที่จะอุทิศตนให้กับงานวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าว โดยหวังที่จะช่วยเกษตรกรลดความยากลำบากและมีชีวิตที่มั่นคงยิ่งขึ้น
“กระบวนการปรับปรุงพันธุ์ข้าวของเรานั้นยาวนานมาก โดยเราตั้งใจคิดตั้งใจทำเพื่อให้ได้ข้าวหอมพันธุ์ใหม่ให้มีระยะเวลาการเจริญเติบโตสั้นลงและมีคุณภาพสูงขึ้น และนั่นคือความท้าทายในช่วงเวลานั้นกว่าจะนำไปสู่การสร้างระบบนิเวศการเลี้ยงกุ้งในนาข้าวที่เราเห็นในปัจจุบัน โดยเราตระหนักว่างานทางวิทยาศาสตร์ควรมีทั้งความเป็นวัฒนธรรมและมีประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจด้วย”
นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษปี 1990 วิศวกร โห่ กวาง กัวและเพื่อนร่วมงานได้เริ่มต้นกระบวนการพัฒนาพันธุ์ข้าวแบรนด์ ST ที่เป็นชื่อย่อมาจากชื่อจังหวัดซอกจัง และแล้วก็มีการพัฒนาพันธุ์ข้าวใหม่หลายสายพันธุ์ เช่น ST3, ST5, ST10, ST20, ST24 เป็นต้น โดยข้าวแต่ละสายพันธุ์ล้วนสะท้อนถึงความก้าวหน้าในด้านผลผลิต คุณภาพ และการปรับตัวเข้ากับสภาพดินฟ้าอากาศ แต่อย่างไรก็ตามไม่มีความสำเร็จไดที่ได้มาแบบง่ายๆและเขากับทีมงานต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปีสำหรับการทดลองการผสมพันธุ์และคัดเลือกอย่างพิถีพิถันที่ประสบทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวปะปนกันไปกว่าที่เขาและเพื่อนร่วมงานสามารถบรรลุความก้าวหน้าอย่างแท้จริงด้วยพันธุ์ข้าว ST25 ข้าวพันธุ์นี้มีลักษณะเมล็ดยาว ใส ไม่ขุ่น ทนต่อโรคและแมลง และปลูกได้ในสภาพพื้นที่หลากหลาย โดยเฉพาะดินเค็มในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง นอกจากให้ผลผลิตและคุณภาพที่สูงขึ้นแล้วยังช่วยลดการใช้สารเคมีและส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืน
แต่สิ่งที่น่าชื่นชมในตัวของวีรชนแรงงาน โห่ กวาง กัว ไม่ใช่เพียงแค่ความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ของเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปรัชญาการทำเกษตรกรรมที่เปี่ยมด้วยความเป็นมนุษย์อีกด้วย เพราะเขาครุ่นคิดอยู่เสมอว่าจะ "ทำให้ข้าวหอมเป็นข้าวที่สามารถปลูกได้ทั่วไป" ได้อย่างไร เพื่อให้ข้าวคุณภาพสูงไม่เพียงแต่เจริญเติบโตได้ในพื้นที่ที่เหมาะสมเท่านั้น แต่ยังสามารถปลูกได้ในพื้นที่ดินหลากหลายประเภท รวมถึงพื้นที่ดินเค็มจัดด้วย และเขายังยินดีที่จะถ่ายทอดเทคนิคและประสบการณ์ของเขากับเกษตรกร เพื่อช่วยให้พวกเขาสามารถปลูกข้าวได้อย่างมั่นใจและลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด
ทั้งนี้จากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ เขากับทีมงานยังพยายามทุ่มเทวิจัยต่อไปเพื่อคัดกรอง ทดลองปลูกและปรับพันธุ์ข้าวใหม่และในฤดูข้าวใหม่ปีนี้ทีมงานของนายกัวสามารถพัมนาข้าวพันธุ์ใหม่ที่มีระยะเวลาการเจริญเติบโตเร็วกว่าข้าวพันธุ์ ST25 ตั้งแต่5-7วันเพื่อเลี่ยงปัญหาน้ำหลาก เมื่อพูดถึงวิศวกร โห่ กวาง กัวกับผลงานของเขา ดร. เจิ่นหงอกแถกห์ หัวหน้าสถาบันวิจัยข้าวเขตราบลุ่มแม่น้ำโขงกล่าวว่า “วีรชนแรงงาน โห่ กวาง กัว ได้มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการคิดค้นวิจัยจากระยะเวลาการเจริญเติบโตของข้าวที่สั้นลง แล้วก็ค่อยๆ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยพันธุ์ข้าวที่ต้านทานศัตรูพืชและโรค รวมถึงการสามารถเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย ไปจนถึงเรื่องการมีข้าวรสเลิศที่อร่อย เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมอย่างลึกซึ้งในตลาดส่งออกข้าวโลก.”
ส่วนร่วมและผลงานที่นายกัวได้ทุ่มเทนั้นได้รับการยกย่องด้วยรางวัลที่เป็นเกียรติต่างๆ เช่นเหรียญอิสริยาภรณ์แรงงานหลายระดับ และได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นวีรชนแรงงานในปี 2013 โดยเฉพาะเมื่อปี2021 เขาและทีมวิจัยได้รับรางวัลโฮจิมินห์สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากพรรคและรัฐเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในรางวัลที่เป็นเกียรติที่สุดในเวียดนาม แต่สำหรับประชาชนในเขตลุ่มแม่น้ำโขง ฉายาที่ถือว่าภาคภูมิใจที่สุดสำหรับวิศวกร โห่กวางกัว คือ "นักวิทยาศาสตร์ของเกษตรกร" นายเล แทงห์ ตุ่ง รองประธานและเลขาธิการสมาพันธ์อุตสาหกรรมข้าวเวียดนาม กล่าวว่า “ข้าวพันธุ์ ST25 ของเวียดนามเคยได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มข้าวคุณภาพดีที่สุดในโลกถึงสามครั้ง และส่วนร่วมของวีรชนแรงงาน โห่ กวาง กัวในการสร้างผลงานการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวพิเศษคือข้าวพันธุ์ ST25 นั้น เป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่องอย่างยิ่ง เพราะข้าวพันธุ์นี้มีกลิ่นหอมของดอกมะลิและสับปะรดแล้วยังมีการเพิ่มพันธุ์ข้าวเวียดนามเข้าไปเพื่อให้ได้กลิ่นหอมของข้าวเม่า อันเป็นการสร้างลักษณะเฉพาะของข้าวพันธุ์ ST25 ซึ่งเป็นงานที่ยากมาก ”
วิศวกร โห่กวางกัว แบ่งปันว่า ในอนาคตอันใกล้ ทีมวิจัยของเขาจะพัฒนาข้าวหอมพันธุ์ใหม่ที่มีสรรพคุณของยาและมีการวัดค่าดัชนีน้ำตาล หรือ ดัชนีไกลซีมิก (Glycemic Index หรือ GI) โดยค่า GI ที่ 53.5 นั้นเหมาะสำหรับผู้เป็นเบาหวาน ข้าวพันธุ์ใหม่นี้มีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าพันธุ์ ST25 ซึ่งถือเป็นการเปิดตลาดข้าวเพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าอย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น../.
